Loading Logo
ปัตตานี

ปัตตานี

บทความท่องเที่ยว

พบ 5 รายการ
เที่ยวปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรม 3 วัน 2 คืน
12 มี.ค. 2568

เที่ยวปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรม 3 วัน 2 คืน

เที่ยวปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรม 3 วัน 2 คืน Pattani , ที่เที่ยวภาคใต้ , ปัตตานี / By เพื่อนร่วมทาง / Pattani , Travelling , ปัตตานี , ภาคใต้ , สถานที่ท่องเที่ยว / 12/03/2025 ปัตตานี หนึ่งในจังหวัดสามชายแดนใต้ เมืองพหุวัฒนธรรม ที่รวมความศรัทธาของทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีน สะท้อนผ่านความเชื่อ ศาสนสถาน และอาหาร ที่มีความหลากหลาย ถือเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดปัตตานีที่ไม่ว่าใครจะมาเยือน ก็จะได้เรียนรู้ถึงความแตกต่างและการอยู่ร่วมกันของคนต่างศาสนาได้เป็นอย่างดี วันนี้บัดดี้เลยจะพาเพื่อน ๆ ล่องใต้ ไปเที่ยวจังหวัดปัตตานี ไปชิมเมนู Must Taste ชมสถานที่ Must Seek และเที่ยวชุมชน Must Try แบบจัดเต็ม 3 วัน 2 คืน จะมีที่ไหนกันบ้าง ตามบัดดี้มาเลย วันที่ 1 📌 เริ่มต้นมื้อเช้า ณ ร้านโรตีบังหนูด ลิ้มรสโรตี ชาชัก เมนู Must Taste แบบฉบับชาวปัตตานี ⏰ เปิดวันจันทร์-วันอาทิตย์ (ปิดวันศุกร์) เวลา 06.30-19.00 น. ☎️ 09 8980 4843 📌 สักการะ เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีน ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 06.00-17.00 น. ☎️ 07 333 2851 📌 เดินเล่น ถ่ายภาพสวย ๆ ชมเมืองเก่าปัตตานี ณ ย่านกือดาจีนอ (Must Seek) 📌 ทานมื้อเที่ยง ณ ร้าน มิตรไมตรี Dining Cafe’ ร้านอาหารฮาลาลระดับพรีเมี่ยม โดดเด่นด้วยเมนูสเต็กเนื้อ ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 11.00-21.30 น. ☎️ 06 6109 5110 📌 ชม มัสยิดกรือเซะ (Must Seek) มัสยิดเก่าแก่อายุกว่า 450 ปี 📌 เยี่ยมชม หลุมฝังศพของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่ตั้งอยู่ติดกับมัสยิดกรือเซะ มื้อเย็น ล่องเรือกอและพร้อมชิมเมนูพื้นบ้าน นาสิอีแดกำปง และชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ อ่าวปัตตานี ☎️ สอบถามข้อมูล ชุมชนท่องเที่ยวบาราโหม 09 3580 2702 วันที่ 2 📌 มื้อเช้า ณ ร้าน Roti de Forest ที่มีเมนูอาหารทั้งคาวหวานให้เลือกทาน ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 06.30-23.00 น. ☎️ 09 5462 2792 📌 เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านการเยี่ยมชม วังยะหริ่ง (Must Seek) ⏰ เปิดวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 09.00-16.30 น. ☎️ 06 1234 9537 📌 อร่อยมื้อเที่ยง ณ สะเต๊ะศรีเมือง ร้านสะเต๊ะเก่าแก่ในปัตตานี เปิดมานานกว่า 50 ปี ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. ☎️ 08 7277 0182 📌 เดินทางเข้าชม เมืองโบราณยะรัง (Must Seek) ชุมชนสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 08.30-17.00 น. 📌 ชมสถาปัตยกรรมอันสวยงามของ มัสยิดกลางปัตตานี ศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยมุสลิม ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 06.00-20.00 น. 📌 ลิ้มรสเมนู Must Taste นาสิกาบู (ข้าวยำ) และตูปะตูซง ณ ร้านกะมา ข้าวยำราชา ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 15.00-22.00 น. ☎️ 08 1543 7501 วันที่ 3 📌 ชมเที่ยวตลาดเช้า พร้อมรับประทานอาหารพื้นเมืองอร่อย ๆ แบบฉบับคนโลคัล ณ ตลาดเทศวิวัฒน์ 📌 นั่งรถจี๊บโบราณสำรวจ ชุมชนท่องเที่ยวทรายขาว (Must Try) ชุมชนสองวัฒนธรรมไทย-มุสลิม ☎️ สอบถามข้อมูล ชุมชนท่องเที่ยวทรายขาว 08 9737 9553 📌 นมัสการ หลวงปู่ทวด วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) (Must Seek) วัดเก่าแก่กว่า 300 ปี ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
15 สิ่งต้องห้ามพลาด…ปัตตานี
12 เม.ย. 2567

15 สิ่งต้องห้ามพลาด…ปัตตานี

15 สิ่งต้องห้ามพลาด…ปัตตานี ปัตตานี / By เพื่อนร่วมทาง / 12/04/2024 “เมืองงามสามวัฒนธรรม ศูนย์ฮาลาลเลิศล้ำ ชนน้อมนำศรัทธา ถิ่นธรรมชาติงามตา ปัตตานีสันติสุขแดนใต้” ในอดีตปัตตานีเคยเป็นอาณาจักรที่เก่าแก่และเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก เคยเป็นที่แวะจอดเรือเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างพ่อค้าชาวอินเดียกับชาวจีนมาก่อน แต่เดิมชาวเมืองปัตตานีนับถือศาสนาพุทธและพราหมณ์ และตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม เมืองชายแดนใต้แห่งนี้นับว่ามีเสน่ห์น่าสนใจ ทั้งวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ ภาษา และอาหาร จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์หลงเหลือให้ได้ศึกษาเรียนรู้ รวมถึงความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีพื้นที่เป็นป่าเขาและพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลเป็นระยะทางยาวกว่า 170 กิโลเมตร จึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ตามมาทำความรู้จัก 15 จุดเช็กอิน ที่ต้องห้ามพลาดของจังหวัดนี้กันในรีวิวค่ะ 1. มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี สร้างในปี พ.ศ. 2497 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ จากทางเข้าด้านหน้าเป็นทางเดินทอดยาวสู่อาคารมัสยิด สองข้างทางเดินมีการปลูกต้นปาล์มเพิ่มความร่มรื่น ตรงกลางด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำพุขนาดใหญ่ช่วยเสริมภูมิทัศน์ภายนอกของมัสยิดให้งดงามยิ่งขึ้น อาคารมัสยิดมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของประเทศอินเดีย ตรงกลางอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวารล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน ถัดออกไปด้านข้างอาคารมีหออะซานอยู่ทั้งสองข้าง (หออะซาน คือ หอคอยที่ใช้สำหรับแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาละหมาด) ภายในมัสยิดสร้างเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้าง ด้านในห้องโถงมีมิมบัรทรงสูงและแคบตั้งอยู่ (มิมบัร คือ สถานที่สูงในมัสยิดลักษณะเป็นบันไดหลาย ๆ ขั้นให้เดินขึ้นสู่บัลลังก์สำหรับให้ผู้นำอ่านพระคัมภีร์) มัสยิดแห่งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย (การเที่ยวชมมัสยิด ควรสำรวมและแต่งกายสุภาพ) ถนนยะรัง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี https://goo.gl/maps/if5sZpkjQ7MVWReB9 2. ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (ศาลเจ้าเล่งจูเกียง) ที่นี่เป็นศาลเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองปัตตานี มีต้นตระกูลคณานุรักษ์เป็นผู้สร้างและดูแล ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวแบบจีน แบ่งเป็นโถงกลาง ปีกซ้ายและปีกขวา ภายในศาลเจ้าประดิษฐานรูปแกะสลักของ “เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” จากกิ่งต้นมะม่วงหิมพานต์ และ “โจวซือกง” ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วย และเป็นองค์เทพประธานประจำศาลเจ้าแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีเทพเจ้าจีนอีกหลายองค์อยู่ภายในศาลด้วย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี จะมีการจัดงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไปตามถนนสายต่าง ๆ ภายในตัวเมืองปัตตานี มีพิธีลุยไฟบริเวณหน้าศาลเจ้า และว่ายน้ำข้ามแม่น้ำปัตตานีบริเวณสะพานเดชานุชิต ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้ที่เคารพศรัทธามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เปิดทุกวัน เวลา 06.00-17.00 น. อยู่ถนนอาเนาะรู ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี https://goo.gl/maps/oQQ8GH8mFhQeWYo87 3. มัสยิดกรือเซะ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ชุมชนกรือเซะเคยเป็นที่ตั้งของเมืองปัตตานี และเป็นเมืองท่าที่สำคัญในการค้าขาย สำหรับมัสยิดกรือเซะ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเช่นกัน มีอายุเก่าแก่มากกว่า 200 ปี กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ. 2478 และมีการบูรณะซ่อมแซมอยู่เรื่อยมา เพื่อให้มัสยิดกรือเซะคงสภาพเป็นโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองปัตตานี ลักษณะอาคารมัสยิดสร้างด้วยอิฐ เสาทรงกลม ประตูรูปโค้งแหลม ก่ออิฐถือปูนแบบศิลปะทางตะวันออกกลาง ผู้ออกแบบสร้างมัสยิด คือ ซัยคซอฟียุดดีน อัลอิสมอิมาส อูละมะอะ แห่งปอเนาะ มัสยิดกรือเซะยังคงเปิดใช้งานในการปฏิบัติศาสนกิจจนถึงปัจจุบัน (การเที่ยวชมมัสยิด ควรสำรวมและแต่งกายสุภาพ) ริมทางหลวงหมายเลข 42 (ถนนสายปัตตานี-นราธิวาส) บ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลูโละ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร https://maps.app.goo.gl/KigzHfJT26ECBFJKA 4. ชุมชนท่องเที่ยวบางปู ชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศ พื้นที่ส่วนใหญ่ของชุมชนเป็นป่าชายเลนบริเวณปากอ่าวปัตตานี และมีลำคลองที่ไหลออกสู่อ่าวปัตตานี ได้แก่ คลองกอและ คลองกือเงาะ และคลองบางปู เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด เช่น โกงกาง แสมดำ ลำภูทะเล และโพธิ์ทะเล เป็นต้น กิจกรรมท่องเที่ยวของชุมชน ได้แก่ การล่องเรือชมป่าชายเลนและป่าโกงกาง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี บางช่วงของเส้นทางล่องเรือจะพบต้นโกงกางจากสองฝั่งคลองทอดตัวโค้งเข้าหากันเป็นอุโมงค์โกงกาง มีความยาวประมาณ 700 เมตร ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และยังมีนกน้ำนานาชนิดให้ได้พบเจอตลอดเส้นทาง รวมทั้งทัศนียภาพที่สวยงามของอ่าวปัตตานี สอบถามข้อมูล โทร. 08 1805 8761, 08 6491 2556 การเดินทาง : จากตัวเมืองปัตตานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส) ประมาณ 8 กิโลเมตร และเลี้ยวเข้าซอยทางซ้ายมือก่อนถึงโรงเรียนบ้านบือเจาะ ตรงไปจนพบทางแยก ให้เลี้ยวขวาและตรงไปจนถึงโรงเรียนบ้านบางปู จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอยแรกถัดจากหน้าโรงเรียน ตรงไปจนสุดทางจะพบท่าเรือของชุมชนท่องเที่ยวบางปู ระยะทางรวมจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 11 กิโลเมตร ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี https://goo.gl/maps/s1HNFrxkDsRwwFEm6 5. แหลมตาชีและหาดตะโละกาโปร์ “แหลมตาซี” ลักษณะเป็นชายหาดที่มีปลายแหลมโค้งคล้ายรูปตัว C เกิดจากการก่อตัวของสันทรายที่ยื่นออกไปในทะเลในลักษณะสันดอนจะงอย โดยปลายแหลมจะงอกเพิ่มขึ้นทุกปี เป็นแหลมกั้นอ่าวปัตตานี (ทะเลใน) และอ่าวไทย (ทะเลนอก) บริเวณด้านในของแหลมฝั่งที่หันหน้าเข้าหาแผ่นดินใหญ่ เป็นที่ตั้งของชุมชนมากมาย เช่น บ้านดาโต๊ะ บ้านตะโละสะมิแล บ้านบูดี ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงเป็นหลัก และมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น ปลากะพง หอยแครง หอยแมลงภู่ เป็นต้น และบริเวณด้านนอกของแหลมฝั่งที่หันหน้าออกทะเลกว้าง มีที่พักเอกชนให้บริการหลายแห่ง ปลายสุดของแหลมตาซีสามารถชมทัศนียภาพของพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้ในจุดเดียวกัน “หาดตะโละกาโปร์” อยู่ทางใต้ของแหลมตาซี ลักษณะชายหาดทอดยาว มีต้นสนทะเลและต้นมะพร้าวขึ้นขนานไปตามแนวชายหาดและถนน มีเรือกอและของชาวบ้านในพื้นที่จอดเรียงราย ทั้งยังมีที่พักและร้านอาหารตั้งกระจายอยู่ตลอดแนวหาด เหมาะแก่การเดินเล่น ปั่นจักรยาน พักผ่อนชมธรรมชาติ การเดินทางไปแหลมตาชีไปได้ 2 ทาง คือ ทางน้ำ : นั่งเรือจากปากแม่น้ำปัตตานีตรงไปยังแหลมตาชี หรือใช้บริการเรือจากชุมชนท่องเที่ยวต่าง ๆ ในอ่าวปัตตานี เช่น ชุมชนท่องเที่ยวบางปู ชุมชนท่องเที่ยวบูนาดารา ไปยังแหลมตาชี ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ทางบก : จากตัวเมืองปัตตานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส) ประมาณ 12 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบท ปน.2062 (ซอยทางเข้าที่ทำการไปรษณีย์ยะหริ่ง) ตรงไปและข้ามสะพานข้ามคลองยามู ผ่านตลาดและเลี้ยวซ้ายไปทางหาดตะโละกาโปร์ ตรงไปจนสุดทางคือแหลมตาซี ระยะทางรวมจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 43 กิโลเมตร ตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี https://goo.gl/maps/cQZhakV2fQSWeQeH9 6. หาดแฆแฆ คำว่า “แฆแฆ” เป็นภาษามลายูท้องถิ่น (ภาษายาวี) มีความหมายว่า อึกทึกครึกโครม เนื่องมาจากในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นท่าเทียบเรือของพ่อค้าที่มาจากอินโดนีเซีย ทำให้มีความคึกคักและจอแจเป็นพิเศษ ลักษณะเด่นของหาดแฆแฆ เป็นชายหาดที่มีโขดหินแกรนิตขนาดใหญ่กระจายอยู่ตามแนวหาด ดูแปลกตาสวยงาม หาดทรายสีทองตัดกับสีน้ำทะเล มีต้นไม้ริมหาดบางช่วงให้ร่มเงาหลบแดด เหมาะกับการปูเสื่อปิกนิก มีร้านอาหารให้บริการอยู่บ้าง และมีเนินเขาลูกเล็ก ๆ มีทางเดินขึ้นไป สามารถชมทัศนียภาพของหาดแฆแฆและท้องทะเลเบื้องหน้าได้อย่างกว้างไกล นอกจากนี้ ทางตอนเหนือของหาดแฆแฆยังมีชายหาดที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น หาดราชรักษ์ หาดมะรวด หาดปะนาเระ เป็นต้น การเดินทาง : จากตัวเมืองปัตตานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส) ประมาณ 22 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4075 ตรงไปจนสุดทางจะเป็นทางแยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4061 ไปตัวอำเภอปานาเระ จนถึงวงเวียนหอนาฬิกาปานาเระ ให้เลี้ยวขวาหลวงหมายเลข 4157 ตรงไปประมาณ 7 กิโลเมตร จะมีทางให้เลี้ยวซ้ายไปอีกราว 500 เมตร ถึงหาดแฆแฆ รวมระยะทางจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 42 กิโลเมตร บ้านแฆแฆ ตำบลน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี https://goo.gl/maps/hVqJ8RtfZA3zjCST7 7. วังพิพิธภักดี ในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยของ “พระพิพิธภักดี” (ตนกูมุกดา อับดุลบุตร) บุตรชายคนโตของเจ้าเมืองยะหริ่ง (พระพิพิธเสนามาตย์) กับ “ตนกูซง” หลานสาวของเจ้าเมืองสายบุรี (พระยาสุริยะสุนทรบวรภักดี) กล่าวกันว่า ในอดีตเมื่อพระพิพิธภักดีไปรักใคร่ชอบพอกับตนกูซง ฝ่ายพระยาพิพิธเสนามาตย์ เจ้าเมืองยะหริ่งไม่เห็นด้วย เนื่องจากขณะนั้นเมืองยะหริ่งกับเมืองสายบุรีไม่ลงรอยกัน แต่ในที่สุดพระพิพิธภักดีก็ได้แต่งงานกับตนกูซง และสร้างวังพิพิธภักดีขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับวังของเจ้าเมืองสายบุรี วังพิพิธภักดีเป็นอาคารไม้สักสองชั้น สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศิลปะชวากับศิลปะตะวันตก มีหน้ามุขและผนังกั้นห้องโค้งแบบตะวันตก ลูกกรงบันไดและช่องลมลายดอกไม้แบบชวา ก่อสร้างโดยสถาปนิกชาวจีน จากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และรูปแบบสถาปัตยกรรมการก่อสร้างของวัง สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญทางด้านต่าง ๆ ของเมืองสายบุรีในอดีตได้เป็นอย่างดี เพราะเคยเป็นเมืองท่าค้าขายกับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรป วังพิพิธภักดีจึงถูกสร้างให้มีสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่นและแบบยุโรปผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ปัจจุบันวังแห่งนี้ยังคงมีสภาพสมบูรณ์เพราะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง สามารถขออนุญาตผู้ดูแลเข้าไปเดินชมข้างในวังได้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย บริเวณหัวมุมถนน สามแยกหอนาฬิกา จุดบรรจบระหว่างถนนสุริยะและถนนกะลาพอ ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี https://goo.gl/maps/bGqDbqZxA2QY34cp6 8. ย่านเมืองเก่าสายบุรี “สายบุรี” เมืองท่าเก่าแก่และย่านการค้าโบราณปลายด้ามขวานไทย เป็นดินแดนที่ชาวมุสลิมและชาวจีนฮกเกี้ยนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน จนเกิดเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมเล็ก ๆ แม้ปัจจุบันสายบุรีจะมีสถานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดปัตตานี แต่ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองนี้ยังคงฉายภาพชัดผ่านสถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้างและวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ การเที่ยวชมย่านเมืองเก่าสายบุรีครอบคลุมพื้นที่ถนนสายบุรีและถนนท่าเสด็จในเขตเทศบาลเมือง แนะนำว่าควรใช้วิธีเดินหรือปั่นจักรยานเที่ยวชม สิ่งที่น่าสนใจและชวนให้สังเกตุคือ อาคารไม้เก่าแก่ที่ส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้เนื้อแข็งอย่างไม้ตะเคียน แนวโครงหลังคาและทางเดินระหว่างอาคารสร้างตามแบบมลายู นอกจากนี้หากต้องการสัมผัสวิถีความเป็นอยู่ของคนที่นี่อย่างใกล้ชิด แนะนำว่าให้มาเดินเที่ยว “ตลาดสดตะลุบัน” ที่จะคึกคักในยามเช้า เป็นแหล่งรวมพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านท้องถิ่นที่มาจับจ่ายใช้สอยและพบปะกัน ถนนสายบุรีและถนนท่าเด็จ ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี https://maps.app.goo.gl/s9hxbFA694oBZ54dA 9. หาดวาสุกรีและปากน้ำสายบุรี หาดวาสุกรีเป็นอีกหนึ่งชายหาดที่ได้รับความนิยมจากผู้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างถิ่น ลักษณะเป็นชายหาดทอดยาว มีต้นสนทะเลและต้นมะพร้าวขึ้นเรียงรายตามแนวหาด มีลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา ในช่วงเวลาเย็นยามแดดร่มลมตก จะมีผู้คนนิยมมาพักผ่อน เดินเล่น ปั่นจักรยาน วิ่งออกกำลังกาย และรับประทานอาหารทะเลตามร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้ชายหาด ทางตอนเหนือของหาดคือปากแม่น้ำสายบุรีที่ไหลออกสู่ทะเล บริเวณนั้นจะพบเห็นเรือกอและกับเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กจอดเรียงราย พร้อมด้วยภาพวิถีชีวิต ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี https://maps.app.goo.gl/FPy1zsam4wZYEe2B9 10. หาดบ้านกระจูด ลักษณะเป็นชายหาดยาว อยู่ถัดจากหาดวาสุกรีลงมาทางใต้ มีบ้านเรือนชาวบ้านตั้งกระจายกันห่าง ๆ สลับกับสวนมะพร้าวและทุ่งหญ้ากว้าง ชาวบ้านมักจะนำวัวและแพะที่เลี้ยงไว้มาเล็มหญ้าตามทุ่งหญ้า หาดนี้มีถนนลาดยางเป็นทางตรงหลายกิโลเมตร เหมาะกับการขับรถเที่ยวหรือปั่นจักรยานเลียบเลาะไปตามแนวหาด ชมธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี https://maps.app.goo.gl/tL4aTKFe7nxBc3E47 11. วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) วัดเก่าแก่ที่สร้างมากว่า 300 ปี ภายในวัดมีพระธาตุเจดีย์ มีความสูงประมาณ 59 เมตร รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นเจดีย์ 5 ยอด มีเจดีย์ยอดใหญ่สุดอยู่ตรงกลาง บนยอดเจดีย์มีฉัตร 7 ชั้น สร้างจากทองคำหนัก 100 บาท ประดับด้วยทับทิม ภายในพระธาตุเจดีย์เป็นห้องโถง ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และมีระเบียงเป็นวิหารคดล้อมรอบองค์พระเจดีย์ ถัดมาคือพระวิหารของวัด ประดิษฐานรูปปั้นหลวงปู่ทวดขนาดเท่าองค์จริง หลวงปู่ทวดเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีเมตตาธรรมสูง และเคยเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่า เมื่อครั้งที่ท่านเดินทางไปกรุงศรีอยุธยาด้วยเรือสำเภา ระหว่างทางเกิดพายุ จนกระทั่งอาหารและน้ำดื่มตกลงทะเล ลูกเรือรู้สึกกระหายน้ำมาก หลวงปู่ทวดจึงได้แสดงเมตตาหย่อนเท้าลงไปในทะเล ปรากฏว่าน้ำในบริเวณนั้นได้กลายเป็นน้ำจืดและดื่มกินได้ ทำให้เป็นที่อัศจรรย์ ตั้งแต่นั้นมาชื่อเสียงของท่านก็เป็นที่รู้จักทั่วไป และเป็นที่รู้จักกันในตำนาน “หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” ต่อมาหลวงปู่ทวดได้มรณภาพที่ประเทศมาเลเซีย และได้มีการนำร่างสังขารของท่านกลับมายังวัดช้างให้ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระอุโบสถ สถูป มณฑป และหอระฆังที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม ทางวัดจะมีการจัดงานสรงน้ำอัฐิหลวงปู่ทวด ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. การเดินทาง : จากตัวเมืองปัตตานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี-โคกโพธิ์) ผ่านสามแยกนาเกตุ ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 409 (ปัตตานี-ยะลา) ผ่านชุมชนเทศบาลนาประดู่และศูนย์ฝึกอาชีพ (วัดช้างให้) ไปจนถึงสามแยก จะพบซุ้มประตูเข้าวัดช้างให้ทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายและผ่านซุ้มประตูเข้าไป 800 เมตร ระยะทางรวมจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร บริเวณสถานีรถไฟวัดช้างให้ บ้านป่าไร่ ตำบลทุ่งพลา อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี https://goo.gl/maps/G5Dpbo4MniywD9tG9 12. ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทรายขาว เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งในการส่งเสริมการท่องเที่ยว จนได้รับรางวัลชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Award 2007) จาก ททท. มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ – นั่งรถจี๊ปโบราณท่องเที่ยวธรรมชาติในชุมชนบ้านทรายขาว – ชมทะเลหมอกยามเช้า ณ จุดชมวิวเขารังเกียบ – เดินป่าพิชิตยอดเขาสันกาลาคีรี – พักผ่อนหย่อนใจที่น้ำตกทรายขาว – เรียนรู้วิธีการทอผ้าลายจวนตานี ในชุมชนมีที่พักแบบโฮมสเตย์ให้บริการนักท่องเที่ยว มีกิจกรรมท่องเที่ยวทั้งแบบเช้าไปเย็นกลับ และแบบค้างคืน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีชื่อเสียงให้ได้อุดหนุน เช่น ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากส้มแขกและกล้วย เป็นต้น สอบถามข้อมูล โทร. 08 9737 9553 การเดินทาง : จากตัวอำเภอโคกโพธิ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 409 (โคกโพธิ์-ยะลา) ประมาณ 17 กิโลเมตร จนถึงสามแยกตำบลนาประดู่ ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงชนบท ปน.3060 ตรงไปประมาณ 6 กิโลเมตร ที่ทำการชุมชนท่องเที่ยวบ้านทรายขาว อยู่ริมถนนก่อนถึงน้ำตกทรายขาว 1 กิโลเมตร ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี https://goo.gl/maps/pFAv1kRs2favKMHx7 13. น้ำตกทรายขาว น้ำตกมีทั้งหมด 10 ชั้น แวดล้อมไปด้วยป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ สายน้ำไหลมาจากยอดเขานางจันทร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาสันกาลาคีรี สายน้ำไหลตกจากหน้าผาสูงประมาณ 40 เมตร และไหลตามลำธารลดหลั่นเป็นชั้น ๆ เกิดเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ จากนั้นสายน้ำจะไหลไปรวมกับลำธารเส้นอื่น ๆ เช่น ห้วยโผงโผง ห้วยบอน ห้วยแกแดะ ฯลฯ รวมกันเป็นแม่น้ำเทพา อัตราค่าบริการเข้าอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท อุทยานฯ มีบ้านพักรวมถึงจุดกางเต็นท์บริการนักท่องเที่ยว สอบถามข้อมูล โทร. 0 7342 0295 หรือเว็บไซต์ www.dnp.go.th การเดินทาง : จากตัวอำเภอโคกโพธิ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 409 (โคกโพธิ์-ยะลา) ประมาณ 17 กิโลเมตร จนถึงสามแยกตำบลนาประดู่ ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงชนบท ปน.3060 ตรงไปประมาณ 7 กิโลเมตร ถึงน้ำตกทรายขาว บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี https://goo.gl/maps/JRF14fwffZrCkb6w8 14. อาหารถิ่น เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม อาหารถิ่นและเมนูที่มีขายตามร้านอาหารทั่วไปจึงมักเป็นอาหารฮาลาล เช่น โรตีมะตะบะ ข้าวยำ แกงใต้ที่มักใช้น้ำบูดูและเครื่องแกงรสจัดจ้านเป็นวัตถุดิบ 15. สินค้าพื้นเมืองและของฝาก จังหวัดปัตตานีมีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและสินค้าที่ระลึกหลากหลาย เช่น อาหารทะเลตากแห้ง กือโป๊ะ (ข้าวเกรียบปลา) ลูกหยีกวน น้ำบูดู ผ้าจวนตานี ผ้าบาติก ว่าวเบอร์อามัส (ว่าวทองแห่งมลายู) เป็นต้น

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
✨ ปัตตานี เมืองงาม สามวัฒนธรรม ✨
19 เม.ย. 2566

✨ ปัตตานี เมืองงาม สามวัฒนธรรม ✨

✨ ปัตตานี เมืองงาม สามวัฒนธรรม ✨ ปัตตานี / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 19/04/2023 ภาพจำของคนส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงจังหวัดปัตตานี หนึ่งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก็จะนึกถึงการแต่งกาย วิถีชีวิตและกิจวัตรประจำวันของชาวมุสลิม แต่แท้จริงแล้ว ปัตตานีเป็นจังหวัดที่ผสมผสานวัฒนธรรมของชาวไทยพุทธ มุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีน เข้าด้วยกัน ซึ่งสะท้อนผ่านศาสนสถาน และวิถีชีวิตของคนในแต่ละเชื้อสาย กลายเป็นเมืองแห่งพหุวัฒนธรรม ที่อยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจะมาบอกเล่าความเป็นปัตตานี ที่รับรองว่าเมื่ออ่านจบแล้ว เพื่อน ๆ จะอยากเก็บกระเป๋า สวมรองเท้า แล้วออกไปเยือนปัตตานี ศาลเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว เริ่มต้นการเดินทางด้วยการพาไปสัมผัสวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนที่ศาลเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว ศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่ปัตตานีมาอย่างยาวนาน ผู้คนที่มาเยือนปัตตานี นิยมมาไหว้ขอพรเรื่องการค้าขาย โชคลาภ ขอให้หายจากอาการเจ็บป่วย และยังเป็นสถานที่แก้ปีชงตามความเชื้อของชาวไทยเชื้อสายจีน บริเวณที่ตั้งของศาลเจ้า เรียกว่า กือดาจีนอ เป็นภาษามลายู ซึ่ง “กือดา”แปลว่า ตลาด ส่วนคำว่า “จีนอ” แปลว่า จีน รวมกันเป็นตลาดของชาวจีน ที่ได้อพยพมาอาศัยอยู่ในจังหวัดปัตตานี ที่นี่เป็นย่านเมืองเก่าที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านการค้าในอดีต และยังคงทิ้งร่องรอยสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานไทยและจีนให้ชมผ่านอาคารบ้านเรือนหลายหลัง ศาลเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-17.00 น. https://goo.gl/maps/xqEKUTgADYVqxCQW7 วัดทรายขาว เดินทางไปต่อที่อำเภอโคกโพธิ์ ที่ตั้งของชุมชนทรายขาว ที่นี่มีวัดทรายขาว วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2300 ภายในวัดประดิษฐานรูปแกะสลักหินอ่อนของพระอาจารย์นอง หรือพระครูธรรมกิจโกศล อดีตเจ้าอาวาสวัดทรายขาว ผู้เป็นสหธรรมิกกับพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ และมีส่วนร่วมในการจัดสร้างและปลุกเสกพระเครื่องหลวงปู่ทวดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 เป็นพระอาจารย์ที่เป็นที่เคารพศรัทธาของคนในชุมชนและละแวกใกล้เคียง วัดทรายขาว https://goo.gl/maps/J9JhzNmbpBbyCJX46 มัสยิดนัจมุดีน (มัสยิดบ้านควนลังงา) ไม่ไกลจากวัดทรายขาว มีมัสยิดเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมระหว่างไทยและมุสลิม เป็นมัสยิดไม้ที่สร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปู ใช้เพียงไม้เป็นสลักในการยึดแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน ออกมาเป็นรูปแบบศาลาการเปรียญ ไม่มีโดม แตกต่างจากมัสยิดที่พบเห็นกันทั่วไป ซึ่งมัสยิดแห่งนี้เป็นการออกแบบร่วมกันระหว่างพระครูศรีรัตนากร หรือพ่อท่านศรีแก้ว เจ้าอาวาสวัดทรายขาวในสมัยนั้น กับโต๊ะอิหม่าม เป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวบ้านทั้งสองศาสนาในชุมชน ซึ่งสะท้อนผ่านวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันมีการสร้างมัสยิดหลังใหม่ติดกับมัสยิดหลังเดิม เนื่องจากต้องการพื้นที่ใช้ทำกิจกรรมทางศาสนาเพิ่มมากขึ้น มัสยิดนัจมุดีน (มัสยิดบ้านควนลังงา) https://goo.gl/maps/JyR23gBuNFnVQq7z5

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
✨ วัดราษฎร์บูรณาราม (วัดช้างให้) จ.ปัตตานี ✨
28 ก.ค. 2565

✨ วัดราษฎร์บูรณาราม (วัดช้างให้) จ.ปัตตานี ✨

✨ วัดราษฎร์บูรณาราม (วัดช้างให้) จ.ปัตตานี ✨ ปัตตานี / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 28/07/2022 วันนี้แอดจะพาเพื่อน ๆ ลงใต้ไปไหว้หลวงปู่ทวด ที่ จ.ปัตตานี วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวพุทธในท้องที่ รวมทั้งผู้มีศรัทธาต่างถิ่นให้เข้ามากราบสักการะ วัดราษฎร์บูรณาราม เดิมชื่อ วัดช้างให้ ตามตำนานเล่าว่า พระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี ต้องการสร้างเมืองใหม่ให้น้องสาว จึงได้อธิษฐานแล้วปล่อยช้างให้เดินไปในป่า ในที่สุด ช้างก็หยุดเดิน แล้วร้องขึ้นสามครั้ง พระยาแก้มดำจึงถือเป็นนิมิตที่ดี จะสร้างเมืองในบริเวณนี้ แต่น้องสาวไม่ชอบ จึงสร้างเป็นวัดแทน พร้อมตั้งชื่อว่า “วัดช้างให้” แล้วนิมนต์สมเด็จพะโคะ หรือหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ตรงบริเวณด้านหน้าวัดก่อนจะเข้าวัด เป็นที่ตั้งของสถูปหรือมณฑปบรรจุอัฐิหลวงปู่ทวด ซึ่งมีผู้มีศรัทธาเข้ามากราบสักการะกันอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว ส่วนด้านข้างจะเป็นรูปปั้นพระพิฆเนศ หากใครอยากจุดประทัดแก้บน ก็สามารถมาจุดตรงนี้ได้ เมื่อเข้ามาภายในบริเวณวัด จะพบกับวิหารหลวงปู่ทวด เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนทรงไทยสวยงาม เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนที่มีขนาดเท่าองค์จริง ภายในมีจุดเสี่ยงเซียมซีและอ่างน้ำมนต์ให้ผู้มีศรัทธาเข้ามาประพรมน้ำมนต์และเสี่ยงทายเพื่อสร้างกำลังใจให้ตัวเอง ติดกันคือพระอุโบสถ ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้องลดชั้น 3 ชั้น สถานที่กำเนิดพระเครื่องหลวงปู่ทวดรุ่นแรก เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนและผู้มีศรัทธาที่ร่วมสร้างพระอุโบสถ จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2501 ส่วนอาคารที่มีพระเจดีย์นี้คือ วิหารพระครูวิสัยโสภณ หรือวิหารยอด ฐานบนของวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ทรงลังกาขนาดใหญ่ โดยด้านล่างเป็นห้องโถง มีระเบียงเป็นวิหารคต รอบองค์พระเจดีย์ วัดช้างให้ อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟช้างให้ ในเดือนเมษายนของทุกปี ทางวัดจะมีงานประจำปี คือ พิธีสรงน้ำอัฐิหลวงปู่ทวด ซึ่งจะมีเหล่าสานุศิษย์และผู้ศรัทธาหลวงปู่ทวดจากต่างที่ต่างถิ่นพร้อมใจกันมาร่วมงานนี้อย่างคับคั่ง : ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 94180 : เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00-16.00 น. : 09 3363 9198 : https://goo.gl/maps/LYgjfZjP1iS33pRWA

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
ดำน้ำเกาะยือลาปี Unseen ปัตตานี
10 พ.ค. 2565

ดำน้ำเกาะยือลาปี Unseen ปัตตานี

ดำน้ำเกาะยือลาปี Unseen ปัตตานี ปัตตานี / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 10/05/2022 เกาะยือลาปี หรือในชื่อภาษาไทยว่า เกาะเล่าปี่ เป็น 1 ใน 25 Unseen New Series ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เกาะยือลาปีเป็นเกาะหินเล็ก ๆ ตั้งอยู่กลางทะเลปัตตานี บริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอสายบุรีกับอำเภอไม้แก่น ที่นี่เป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังที่สวยงามและสมบูรณ์มาก นอกจากจะได้พบกับหมู่ปะการังที่หลากหลาย ดอกไม้ทะเล รวมทั้งไฮไลต์ที่หาชมยากอย่างกัลปังหาสีชมพู (Sea fan) แล้ว ยังเป็นแหล่งชุมนุมของปลานานาชนิดอีกด้วย รู้แบบนี้แล้ว หากใครมีโอกาสไปเที่ยว อย่าลืมช่วยกันอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลให้คงอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์กันนะ ช่วงเวลาที่แนะนำ : เดือนกรกฏาคมถึงเดือนกันยายน เพราะน้ำที่นี่จะใส แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วยเช่นกัน การเดินทาง : ขึ้นเรือที่ พลับพลารวมใจประชา โดยจะมีเรือกอและซึ่งเป็นเรือพื้นบ้านเอกลักษณ์ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปส่งยังเกาะยือลาปี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง. หากสนใจอยากไปเที่ยวชมและดำน้ำ ** นักท่องเที่ยวต้องมีใบรับรองการดำน้ำด้วยเพื่อความปลอดภัย ** บริการอุปกรณ์ดำน้ำ สามารถติดต่อได้ที่ คุณฮาฟิต สถาบัน Muscle Diver โทร. 08 8200 0288 คุณดนัย บ.พีพี ซีฟร๊อก จำกัด โทร. 08 6292 9007 บ้านละเวง หมู่ที่ 3 ตำบลดอนทราย อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ททท. สำนักงานนราธิวาส (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา) โทร. 0 7354 2345-6

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม