Loading Logo
อุตรดิตถ์

อุตรดิตถ์

บทความท่องเที่ยว

พบ 6 รายการ
7 พิกัด แอ่วเมืองอุตรดิตถ์
11 ส.ค. 2568

7 พิกัด แอ่วเมืองอุตรดิตถ์

7 พิกัด แอ่วเมืองอุตรดิตถ์ Uttaradit , ที่เที่ยวภาคเหนือ , อุตรดิตถ์ / By เพื่อนร่วมทาง / Travelling , Uttaradit , สถานที่ท่องเที่ยว , อุตรดิตถ์ / 11/08/2025 ถ้านึกถึง อุตรดิตถ์ …เชื่อว่าหลาย ๆ คน จะต้องนึกถึง “ลับแล” เมืองที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน มีตำนานเล่าขานกันมาว่าเป็นเมืองที่ห้ามพูดโกหก และยังเป็นบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหัก วีรบุรุษผู้กล้าหาญในสมัยกรุงธนบุรี ✨ อุตรดิตถ์…จังหวัดเล็ก ๆ ทางภาคเหนือที่ใครหลายคนอาจยังไม่เคยไปเยือนและหลายคนอาจจะยังไม่รู้จักว่าเมืองแห่งนี้…แท้ที่จริงแล้วมีเสน่ห์ มีแหล่งท่องเที่ยวและเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่มากมาย ที่รอให้เพื่อน ๆ ลองไปเที่ยว ไปชิมเมนูอาหารถิ่นอย่างข้าวแคบ ข้าวพันผัก และไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยลองทำกัน 💚 📌 สะพานปรมินทร์ ตั้งอยู่บ้านดารา อำเภอพิชัย ก่อสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2449 เป็นสะพานรถไฟที่ใหญ่ที่สุดของทางรถไฟสายเหนือ สร้างข้ามแม่น้ำน่านก่อนถึงสถานีรถไฟชุมทางบ้านดารา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงประกอบพระราชพิธีเปิด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2452 และพระราชทานนามว่า “สะพานปรมินทร์” ต่อมาระหว่างปี พ.ศ. 2485-2488 ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 (สงครามมหาเอเชียบูรพา) จากการทิ้งระเบิด ทำให้สะพานปรมินทร์พังเสียหาย ภายหลังสงครามสิ้นสุดจึงได้บูรณะให้เป็นสะพานเหล็ก แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2496 และมีการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณใต้สะพานเป็นสวนสาธารณะริมน้ำน่าน เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนหย่อนใจ ☎️ 0 5545 2241 https://maps.app.goo.gl/LV9X1xmaKErYfbUK8 📌 วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ตั้งอยู่บ้านทุ่งยั้ง ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล เป็นวัดเก่าแก่และมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับการเสด็จมาของพระพุทธเจ้า มีวิหารแบบล้านนา หลังคาซ้อนกัน 3 ชั้น ภายในประดิษฐาน “หลวงพ่อประธานเฒ่า” พระประธาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสน และมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่บอกเล่าเรื่องราวของพระสังข์ทอง ด้านหลังวิหารมีองค์เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นแบบลังกาทรงกลม ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม 3 ชั้น ฐานล่างมีเจดีย์องค์เล็ก ๆ เป็นบริวารอยู่ 4 มุม ฐานชั้นที่ 3 มีซุ้มคูหา 4 ด้าน เพื่อให้สักการะขอพร ☎️ 09 4716 3194 https://maps.app.goo.gl/Fg5DWpxA82VP93oa7 📌 อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ตั้งอยู่ตำบลผาเลือด มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด คือ จังหวัดแพร่และอุตรดิตถ์ เป็นทิวเขาสลับซับซ้อน ประกอบด้วยป่านานาชนิดที่ยังคงความสมบูรณ์ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ โดยจุดที่สูงที่สุดของอุทยานฯ คือ ยอดเขาภูพญาพ่อ สูง 1,350 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง เป็นจุดแบ่งเขตจังหวัดแพร่กับจังหวัดอุตรดิตถ์ อุทยานแห่งชาติฯ มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ฝนตกชุกในเดือนพฤษภาคม-เดือนกันยายน และในฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็น สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ได้แก่ 👉 อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ภายในเขื่อนมีเกาะแก่งมากมายเหมาะสำหรับการล่องแพชมวิวทิวทัศน์ 👉 แก่งนางพญา เป็นแก่งหินน้อยใหญ่ลดหลั่นกันอยู่กลางลำน้ำนางพญา ซึ่งมีน้ำไหลตลอดทั้งปีและเป็นบริเวณที่สวยงามมาก นอกจากนี้ ยังมีน้ำตกอีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกเชิงทอง น้ำตกห้วยมุ่น และน้ำตกดอยผาหมอก ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำไหลตลอดปีเพราะมีสภาพป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ 👉 เกาะนมสาว เป็นเกาะที่มีรูปร่างคล้ายเต้านมสาว สามารถนั่งเรือชมความสวยงามของลำน้ำน่านท่ามกลางธรรมชาติ และเป็นจุดชมทะเลสาบสุริยันจันทรา ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและชมพระจันทร์ช่วงคืนวันเพ็ญ 💸 อัตราค่าบริการเข้าอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท | ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท 🏠 ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ ☎️ สอบถามข้อมูล อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน โทร. 09 0604 7793 ☎️ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 โทร. 0 5462 6770 ☎️ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 www.dnp.go.th https://maps.app.goo.gl/rTe4mTW6iFTwY8V48 📌 วัดพลอยสังวรนิรันดร์ ตั้งอยู่บ้านนาลับแลง ตำบลป่าค่าย อำเภอทองแสนขัน เป็นวัดสาขาหนึ่งของวัดนาหลวง (อภิญญาเทสิตธรรม) และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะที่มีศิลปะสวยงามแห่งหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ ภายในวัดประดิษฐาน องค์พระสาระสุทธีมุนีนาถ พระพุทธรูปปางนาคปรกองค์ใหญ่ ขนาดหน้าตักกว้าง 10 เมตร สูง 19 เมตร ล้อมรอบด้วยพญานาคราช ได้แก่ ปู่ทะนะมูลนาคราชและแม่ย่าเกตุปทุมนคินี หลวงปู่มุจรินทร์ ซึ่งถือเป็นพญานาคราชคุ้มครองพระพุทธเจ้า และพญาดำแสนศิริจันทรานาคราช บริเวณประตูทางเข้ามีรูปปั้นพญามังกรคู่หันหน้าเข้าหากัน เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลและความศักดิ์สิทธิ์แก่พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปสักการะขอพร ☎️ สอบถามข้อมูล เจ้าอาวาส โทร. 09 2392 2104 ☎️ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส 08 8522 4842 https://maps.app.goo.gl/tvELfSqyiztxVE5FA 📌 สกายวอล์กห้วยน้ำรี ตั้งอยู่บ้านกิ่วเคียน ตำบลจริม อำเภอท่าปลา ภายใต้โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ยาว 720 เมตร สามารถชมวิวทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีในมุมสูง และชมความงดงามของทะเลหมอกในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวอุตรดิตถ์ ☎️ เทศบาลตำบลจริม โทร. 0 5581 8044 https://maps.app.goo.gl/nn7M1sVFKUn7ig7q6 📌 วัดท่าถนน ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำน่าน ถนนเกษมราษฎร์ ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟอุตรดิตถ์ สถานที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเพชร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์สมัยเชียงแสน นั่งขัดสมาธิเพชร มีพุทธลักษณะงดงาม https://maps.app.goo.gl/d2Y9mjcGRajz8ZNb7 📌 วัดบ้านแก่งใต้ ตั้งอยู่ตำบลบ้านแก่ง อำเภอตรอน เป็นวัดเก่าแก่อายุประมาณ 300 ปี แต่เดิมวัดตั้งอยู่กลาง ลำน้ำน่าน แต่กระแสน้ำไหลเชี่ยวทำให้ตลิ่งพังจึงต้องย้ายมาสร้างใหม่ในสถานที่ปัจจุบัน วัดนี้ยังเคยเป็นสถานที่ฝึกมวยของพระยาพิชัยเมื่อครั้งท่านยังเป็นเด็ก นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเพชร” พระพุทธรูปปางสมาธิเพชร ขนาดหน้าตัก 3.80 เมตร สูง 4.50 เมตร เนื่องจากอุโบสถวัดแห่งนี้ สร้างมาประมาณ 60 ปีแล้ว เกิดการชำรุด ทางวัดจึงบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระประธานหลวงพ่อเพชร ขณะที่ช่างจากจังหวัดพิจิตรทำการซ่อมแซมองค์พระประธานอยู่นั้น ก็พบว่ามีปูนจำนวนมากหลุดร่วงออกจากบริเวณท้องของพระประธาน และพบว่ามีเศียรพระซ่อนอยู่ข้างใน ชาวบ้านจึงเรียกว่า “พระอกแตก” ต่อมามีผู้เสนอให้เรียกชื่อว่า “พระพุทธซ้อน” ☎️ เจ้าอาวาส โทร. 09 8858 9448 https://maps.app.goo.gl/nAgmNveFx6xtw1w1A

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
บัดดี้ชวนชิม “ทุเรียนหลง-หลิน” เมืองลับแล
25 ก.ค. 2568

บัดดี้ชวนชิม “ทุเรียนหลง-หลิน” เมืองลับแล

บัดดี้ชวนชิม “ทุเรียนหลง-หลิน” เมืองลับแล Uttaradit , ที่เที่ยวภาคเหนือ , อุตรดิตถ์ / By เพื่อนร่วมทาง / Travelling , Uttaradit , สถานที่ท่องเที่ยว , อุตรดิตถ์ / 25/07/2025 ฤดูแห่งสายฝน นับเป็นช่วงเวลาของเทศกาลผลไม้ที่หลาย ๆ คนรอคอย วันนี้…บัดดี้ชวนชิม! ขอเอาใจสายทุเรียน Lover ชวนเพื่อน ๆ มาชิมผลไม้ขึ้นชื่อ ราชาแห่งผลไม้ ของดีเมืองอุตรดิตถ์อย่าง ‘ทุเรียนหลง-หลินลับแล’ สายพันธุ์ทุเรียนที่คนรักทุเรียนต้องมาลองชิมกัน! 😋 ทุเรียนหลงลับแลและทุเรียนหลินลับแล เป็นทุเรียนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งปลูกใน 3 อำเภอเท่านั้น ได้แก่ อำเภอลับแล อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ และอำเภอท่าปลา ด้วยรสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่หวานมันกำลังดี กลิ่นไม่แรง มีสีเหลืองนวล จึงเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ทุเรียนที่คนรักทุเรียนต้องลองทานสักครั้ง ✨ ความแตกต่างของทุเรียนหลง-หลินลับแล 👉 ทุเรียนหลงลับแล: ลักษณะผลกลมหรือกลมรี มีกลิ่นอ่อน เนื้อมีสีเหลืองเข้ม เนื้อเหนียวละเอียด ไม่เละ รสชาติหวานมัน หอมอ่อน ๆ 👉 ทุเรียนพันธุ์หลินลับแล: ลักษณะผลทรงกระบอก เนื้อจะมีสีเหลืองอ่อน เนื้อแห้งไม่เละ รสหวานมันครีมมี่ กลิ่นหอมไม่แรง และที่สำคัญเมล็ดลีบ ✅ สวนป้าเรียน บ้านไม้ยกพื้นสูงท่ามกลางสวนผลไม้อย่างทุเรียนในลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ดัดแปลงพื้นที่บริเวณใต้ถุนบ้านมาเป็นสถานที่จำหน่ายทุเรียนสายพันธุ์หลง-หลินลับแล และผลไม้ตามฤดูกาล เช่น มะยงชิต มังคุด ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของผลไม้ที่ปลูกโดยรอบ เพื่อน ๆ สามารถเดินเล่นชมสวนและถ่ายรูปสวย ๆ กับผลไม้ จุดเช็กอินยอดฮิตของ สวนป้าเรียน ก็คือ คาเฟน่ารักกลางสวนทุเรียนอย่าง “Summer Green Cafe” ซึ่งอยู่บริเวณด้านข้างตัวบาน ที่นี่มีเมนูพิเศษที่รังสรรค์มาจากผลไม้ตามฤดูกาลที่ปลูกไว้รอให้เพื่อน ๆ มาลิ้มลอง โดยเฉพาะชาวทุเรียน Lover ทั้งเมนูเครื่องดื่มและไอศกรีมผลไม้โฮมเมด เช่น ทุเรียน มะยงชิด ลองกอง เมนูของหวานอย่างชีสเค้กทุเรียน เฉาก๊วยทุเรียนนมสด วาฟเฟิลโบลไอศกรีมทุเรียนมะพร้าว ทุเรียนคาราเมลมิลค์เชค เฉาก๊วยทุเรียนนมสด ทุเรียนคาราเมลมิลค์เชค ซึ่งจัดตกแต่งแต่ละเมนูออกมาได้ดูสวย ดูดี และเหมาะกับการถ่ายรูปมาก ๆ ถ้าเพื่อน ๆ มีโอกาสมาเที่ยวอุตรดิตถ์ ก็อย่าลืมแวะมาเที่ยว แวะมาชิม และก็แวะมาลิ้มรสความอร่อยของเมนูต่าง ๆ กันที่นี่นะ บัดดี้บอกเลยว่า…ของเขาดีจริง ๆ ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. ☎️ 06 1796 4992 📌 https://goo.gl/maps/kEN2cT8FCjMuAJQT9 ✅ สวนใจใหญ่ สวนใจใหญ่หรือร้านประนอมตามที่คนท้องที่รู้จักกัน เป็นอีกหนึ่งสวนทุเรียนที่บัดดี้อยากจะมาแนะนำเพื่อน ๆ ที่นี่เป็นเจ้าเก่าตลาดทุเรียนหัวดง เป็นล้งรับซื้อ-จำหน่ายทุเรียนหลายสายพันธุ์ทั้งหลงลับแล หลินลับแล หมอนทองลับแล และพันธุ์อื่น ๆ อีกเพียบ มีทุเรียนวางจำหน่ายบริเวณหน้าร้านและให้บริการการสั่งซื้อออนไลน์ มีคาเฟเล็ก ๆ สไตล์มินิมอลให้บริการเมนูเครื่องดื่ม ชา กาแฟ และยังมีทุเรียนพร้อมทานที่สามารถเลือกซื้อมาทานกันได้อย่างจุใจ ^^ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีสวนทุเรียนอยู่ลึกเข้าไปด้านหลังล้งทุเรียน ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเข้าไปเดินชมและถ่ายรูปเช็กอินกับทุเรียนแบบเก๋ ๆ ได้ด้วย ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ☎️ 08 1042 1410, 09 3171 2540 📌 https://maps.app.goo.gl/X4vEc4MqdzSkfASV7 ✅ หลงสวน ณ ลับแล อีกหนึ่งสวนที่อยากจะแนะนำก็คือที่นี่เลย “หลงสวน ณ ลับแล” สวนทุเรียนซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่มีทั้งคาเฟ ร้านจำหน่ายทุเรียน และยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ที่ให้บรรยากาศแบบผ่อนคลายสบาย ๆ และที่สำคัญที่นี่ก็มีทุเรียนหลิน-หลงลับแลให้เลือกซื้อเลือกรับประทานกันเหมือนกัน คาเฟต้องเดินขึ้นเนินไปนิดหน่อย บรรยากาศระหว่างทางก็ร่มรื่น มีมุมให้แวะถ่ายรูปสวน ๆ กับต้นทุเรียน มีบริการทั้งเมนูอาหารคาวและของหวาน ทั้งส้มตำ พิซซ่า และเมนูพิเศษที่มีแค่เพียงช่วงหน้าทุเรียนอย่าง “ดอกทุเรียนทอดจิ้มน้ำพริกกะปิ ดอกทุเรียนและเกสรทุเรียนทอดกรอบ” หรือแม้แต่อาหารถิ่นของชาวลับแลอย่าง “ข้าวพันผัก” ก็มีให้เลือกรับประทานกัน ที่นี่ยังมีเมนูเครื่องดื่มที่รังสรรค์จากผลไม้ที่ปลูกภายในสวน เช่น มะยงชิดปั่น อเมริกาโน่มะยงชิด มะยงชิดปั่นครีมชีส ชีสพายมะยงชิด ชีสเค้กมะยงชิด หากเพื่อน ๆ อยากลองมาพักกายพักใจท่ามกลางธรรมชาติ หลงสวน ณ ลับแล ก็ยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ให้บริการด้วยนะ มีอยู่แค่ 3 หลังเท่านั้น ถ้าจะมาพัก บัดดี้ก็ขอแนะนำให้จองล่วงหน้ากันสักนิด โดยเฉพาะช่วงหน้า High Season ⏰เปิดทุกวันเวลา 09.30-18.30 น. ☎️08 1346 6304

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
เที่ยวเมืองพระยาพิชัย ไปกับน้อง WorldBoy และน้อง HUUYAOW
28 เม.ย. 2568

เที่ยวเมืองพระยาพิชัย ไปกับน้อง WorldBoy และน้อง HUUYAOW

เที่ยวเมืองพระยาพิชัย ไปกับน้อง WorldBoy และน้อง HUUYAOW Uttaradit , ที่เที่ยวภาคเหนือ , อุตรดิตถ์ / By เพื่อนร่วมทาง / Uttaradit , สถานที่ท่องเที่ยว , อุตรดิตถ์ / 28/04/2025 เปิดตัวไปเรียบร้อยสำหรับโครงการ Art Toy Journey Collection ที่เชื่อว่าแฟน ๆ ของน้อง WorldBoy และน้อง HUUYAOW ต่างต้องได้เห็นความน่ารักของน้อง ๆ ในเวอร์ชัน Art Toy แล้วแน่ ๆ วันนี้บัดดี้เลยจะพาไปตามรอยน้อง WorldBoy และน้อง HUUYAOW ที่เมืองอุตรดิตถ์กัน! สำหรับลายบนเสื้อของน้อง WorldBoy และน้อง HUUYAOW ของจังหวัดอุตรดิตถ์ คือ “ลายดอกประดู่ศรีอุตรดิตถ์” ซึ่งเป็นลายผ้าประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ แสดงถึงสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนในจังหวัดที่มาจากหลากหลายวัฒนธรรมแต่ผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนและสวยงามนั่นเอง สำหรับใครที่อยากได้น้อง WorldBoy และน้อง HUUYAOW ไว้พาไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ กดติดตามเพจ 1672 Travel buddy ไว้ได้เลย จะมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ร่วมลุ้นรับแน่นอน ✨ 1. อนุสรณ์สถานบ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก อาณาบริเวณนับร้อยไร่ของอนุสรณ์สถานฯ มีไฮไลต์ที่โดดเด่น คือ อนุสาวรีย์ท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก ที่อยู่ในอิริยาบถนั่ง หนึ่งเดียวในประเทศไทย โดยด้านหลังยังมีสถูปเจดีย์ทรงพระปรางค์ที่งดงาม 📌 ต.ในเมือง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์: https://maps.app.goo.gl/e6evtsbdJ8rWTVCG6 2. พิพิธภัณฑ์พระยาพิชัยดาบหัก ไม่ไกลจากอนุสรณ์สถานฯ มีบ้านเรือนไทยที่เรียกว่า “พิพิธภัณฑ์บ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหัก” ทำจากไม้สักแท้ทั้งหลัง สถาปัตยกรรมแบบเรือนไทยภาคกลางผสมผสานภาคเหนือ ภายในจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชีวประวัติของพระยาพิชัยดาบหัก รูปปั้นพระยาพิชัย รูปลำดับทายาทของพระยาพิชัย การจำลองเรือนนอน เรือนครัว หอพระ เป็นต้น 📌 ต.ในเมือง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์: https://maps.app.goo.gl/GWT4cpFUsxX6uirQA ⏰ เปิดให้บริการ วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 16.30 น. 💸 ไม่เก็บค่าเข้าชม 3. พระอกแตก วัดบ้านแก่งใต้ วัดเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร องค์พระประธานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่ไม่ปรากฏปีที่สร้าง ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 ได้มีการบูรณะพระอุโบส และองค์พระประธานที่ชำรุด จึงได้พบรอยแตกบริเวณพระอุระ (อก) ปรากฏให้เห็นพระพักตร์และพระเศียรของพระที่ถูกซ่อนเอาไว้ ตั้งแต่ปลายสมัยของอยุธยา จนเป็นที่มาของ “พระอกแตก” นั่นเอง 📌 ต.บ้านแก่ง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์: https://maps.app.goo.gl/o2y4M7FGT2qTUF8e7 4. มวยท่าเสาของอุตรดิตถ์ อุตรดิตถ์ ถือเป็นถิ่นกำเนิดศิลปะการต่อสู้ที่ทรงคุณค่าของไทย คือ มวยไทยโบราณ 4 สาย ซึ่ง “มวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและ มวยท่าเสา” ถือเป็น 1 ใน 4 มวยไทยโบราณ 4 สาย ที่มีการสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน มวยท่าเส่า คือ SOFT POWER ของอุตรดิตถ์ ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ในวันมวยไทย 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี จะมีการจัดไหว้ ครูมวย ที่ชุมชนท่าเสา ชุมชนเก่าแก่ที่มีบทบาทสำคัญของวงการมวยไทย 📌 ชุมชนท่าเสา ต.ท่าเสา อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์: https://maps.app.goo.gl/LixJBQguw1xUP2928 5. วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง วัดสมัยสุโขทัยตอนปลาย งดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนา โดยสมเด็จพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไท) พระยาลิไทได้ทรงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์ทรงระฆัง ฝีมือช่างเมียนมา (แต่เดิมสันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์) ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง คือ “หลวงพ่อโต” หรือ “หลวงพ่อประธานเฒ่า” 📌 ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์: https://maps.app.goo.gl/4ahmu2vkroHTez1F8 6. วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวงที่ไม่ปรากฏปีสร้าง เชื่อกันว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์ เสด็จมาประทับนั่งบนพระแท่นเพื่อเจริญภาวนา พระแท่นเป็นศิลาแลง ประดับด้วยลายกลีบบัว โดยรอบ มีพระมณฑปศิลปะเชียงแสน ครอบอยู่ภายในพระวิหาร ด้วยความศรัทธาของชาวอุตรดิตถ์ จึงนำเทวรูปพระแท่นศิลาอาสน์มาใส่ไว้ในตราประจำจังหวัด 📌 ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์: https://maps.app.goo.gl/22jAXzWPyKdBuxaw8 7. น้ำตกแม่พูล น้ำตกที่มีทั้งความสวยแปลกตาเป็นเอกลักษณ์ เพราะเกิดจากการสร้างสรรค์ขึ้นมาจากฝีมือมนุษย์เทปูนเป็นชั้น ๆ เพื่อทำให้น้ำไหลลดหลั่นลงมาจากภูเขาสูง กลายเป็นน้ำตก ที่งดงามไม่ซ้ำที่ใด มีต้นไม้ร่มรื่นโอบขนาบตลอดแนวธารน้ำ ถือเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของชาวลับแล 📌 ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์: https://maps.app.goo.gl/zcH1ZSTJxxndjsfF7 8. พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล เรือนไม้เรียงรายสวยงามเป็นระเบียบ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงผ่านเรือนจำลอง บอกเล่าประวัติ วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม งานหัตถกรรม อาหารการกินของผู้คนเมืองลับแลในอดีต ใกล้ ๆ กันยังมีซุ้มประตูเมืองลับ อีกหนึ่งจุดไฮไลต์ห้ามพลาดที่ต้องแวะลงถ่ายรูปสวย ๆ เก็บไว้ 📌 ต.ศรีพนมมาศ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์: https://maps.app.goo.gl/o9yWDaXwy1wBjsY16 ⏰ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น. 💸 ไม่เก็บค่าเข้าชม 9. อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก สัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองอุตรดิตถ์ที่ควรค่าแก่การแวะมาสักการะ “อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก” ออกแบบและหล่อ โดยกรมศิลปากร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดสร้างเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความกล้าหาญ รักชาติบ้านเมือง ของท่านพระยาพิชัย 📌 ต.ท่าอิฐ อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์: https://maps.app.goo.gl/12CfYGVH7vEEZoET9 ⏰ เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 06.00 – 20.00 น. 10. เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนดินใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่นอกจากประโยชน์ด้านการชลประทานแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังและเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธสิริสัตตราช (หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์) จำลอง สวนสุมาลัย สวนไม้ดอกไม้ประดับที่งดงามตลอดปี และมีจุดชมวิวสุดอลังการบริเวณสันเขื่อน 📌 ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์: https://maps.app.goo.gl/Bw3SpHxV42vBnuFm7 11. อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ (ต้นมเหสักข์) จากชื่อเดิมอุทยานแห่งชาติคลองตรอน เปลี่ยนมาเป็น “อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่” เพื่อให้สอดคล้องกับจุดเด่นของสภาพธรรมชาติ โดยเฉพาะการค้นพบ “ต้นมเหสักข์ หรือ ตันสักที่ใหญ่สุดในโลก” อายุกว่า 1,500 ปี สูงตระหง่านกว่า 47.8 เมตร โดยอุทยานฯ มีการดูแลรักษาอย่างดี ทำทางเดินศึกษาธรรมชาติให้ชมพรรณไม้ต่าง ๆ 📌 ต.น้ำไคร่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์: https://maps.app.goo.gl/Xx2GFVqR24Z9MBQ96

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
🌳ทุเรียนหลงลับแล 🌳
13 ก.ค. 2566

🌳ทุเรียนหลงลับแล 🌳

🌳ทุเรียนหลงลับแล 🌳 อุตรดิตถ์ / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว , อาหารท้องถิ่น / 13/07/2023 หลงลับแล ชื่อของทุเรียนสายพันธุ์นี้อาจจะแปลกหูสำหรับคนที่ไม่ใช่สาวกทุเรียนตัวจริง 😁 แต่หากใครที่ชื่นชอบการกินทุเรียนเป็นชีวิตจิตใจแล้ว บัดดี้เชื่อว่า หลงลับแล ต้องเป็นทุเรียนที่ติดอันดับต้น ๆ ในใจของใครหลายคน 🫶 👉 หลงลับแล เป็นทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมืองของอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ผลเป็นทรงกลม ขนาดไม่ใหญ่มากนัก ประมาณ 1-2 กิโลกรัมต่อลูก เปลืองบาง ส่วนเนื้อมีสีเหลืองนวล เนียนละเอียด ไม่มีเส้นใย รสชาติหวานมันนุ่มละมุนลิ้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ รับประทานแล้วเหมือนจะละลายหายไปในปากเลยทีเดียว ทุเรียนพันธุ์นี้เจริญเติบโตได้ดีบนภูเขา ทำให้มีต้นทุนในการดูแลและเก็บเกี่ยว จึงมีราคาสูงกว่าทุเรียนพันธุ์อื่น ๆ มีให้รับประทานเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคมเท่านั้น แต่ถึงแม้จะมีราคาสูง บัดดี้ก็อยากให้เพื่อน ๆ ได้ลิ้มลองรสของหลงลับแลสักครั้ง รับรองว่าอร่อยจนครั้งเดียวไม่พออย่างแน่นอน 😍

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
✨ วัดดอนสัก อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ✨
1 ก.พ. 2566

✨ วัดดอนสัก อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ✨

✨ วัดดอนสัก อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ✨ อุตรดิตถ์ / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 01/02/2023 สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคน วันนี้มีวัดสวยลึกลับกลางเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ มาแนะนำให้ชมกัน นั่นก็คือวัดดอนสัก นั่นเอง ชื่อของวัดมาจากการสร้างวิหารด้วยไม้สักเพียงต้นเดียว มีเรื่องเล่ากันว่าวัดนี้รอดพ้นจากการถูกพม่าเผาทำลายเพราะมีเสาหงส์ จึงเว้นไว้ไม่เผา แต่ใช้ดาบฟันบานประตูวิหารเพื่อเป็นเครื่องหมายว่าได้ทำการทำลายลงแล้ว มีร่องรอยให้เห็นจนถึงทุกวันนี้ วิหารของวัดมีบานประตูเป็นคู่บานประตูไม้จำหลักโบราณ มีลวดลายสวยงาม สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย ตัวเสาประตูเป็นลายกนกใบเทศสลับลายกนกก้ามปู บานประตูเป็นไม้แกะสลักทั้งบาน รูปลายกนกก้านขด มีรูปสัตว์หิมพานต์แทรกอยู่ในลวดลายกนกต่าง ๆ มีความอ่อนช้อยสวยงาม โดยบานซ้ายและขวานั้นไม่เหมือนกัน แต่เมื่อปิดบานแล้วลวดลายมีความลงตัวเข้ากันได้สนิท และเป็นบานประตูมีความสวยงามมากที่สุด 1 ใน 3 คู่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ หากเพื่อนคนไหนมาเที่ยวเมืองลับแล แล้วไม่ได้มาเยี่ยมชมที่วัดนี้ถือว่าพลาดมาก 👉วัดดอนสัก 📍 ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 🌐 https://goo.gl/maps/hEX15YFH3iCmiR5K7 🚗 มีที่จอดรถ 💵 ไม่เสียค่าเข้าชม

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
✨ ดูดาวเต็มฟ้า ดอกไม้ป่าเต็มทุ่ง @ ภูสอยดาว ✨
13 ส.ค. 2564

✨ ดูดาวเต็มฟ้า ดอกไม้ป่าเต็มทุ่ง @ ภูสอยดาว ✨

✨ ดูดาวเต็มฟ้า ดอกไม้ป่าเต็มทุ่ง @ ภูสอยดาว ✨ อุตรดิตถ์ / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 13/08/2021 ถ้าช่วงนี้ เพื่อน ๆ เป็นเหมือนแอด ร่างกายรู้สึกโหยหาธรรมชาติสุด ๆ นึกถึงแต่ภาพเดินป่า ดูหมอก ส่องดาวแล้วละก็ เราอยู่สายเดียวกัน วันนี้แอดมีจุดหมายที่น่าจะถูกใจทุกคนมานำเสนอ เผื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อน ๆ เก็บกระเป๋าออกเดินทางกัน ทริปนี้ แอดจะพาไปเที่ยว “อุทยานแห่งชาติ ภูสอยดาว”สถานที่ ๆ มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์มาก ซึ่งสำนักงานของอุทยานฯ ตั้งอยู่ใน จ.อุตรดิตถ์ แต่มีพื้นที่ครอบคลุมจาก จ.อุตรดิตถ์ ไปถึง จ.พิษณุโลก โดยมีช่วงท่องเที่ยวที่แนะนำคือ ช่วงหน้าฝน (กรกฎาคม-ตุลาคม) : สามารถเดินขึ้นไปถึงลานสน เพื่อดูดอกหงอนนาคได้ โดยดอกหงอนนาคจะบานในช่วงหน้าฝนเท่านั้น และจะออกดอกเยอะที่สุดในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ช่วงหน้าหนาว (พฤศจิกายน-มกราคม) : สามารถเดินขึ้นไปถึงลานสน เพื่อดูดาว ดูดอกกระดุมเงิน กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ และใบเมเปิลที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง และเดินขึ้นยอดสูงสุดของภูสอยดาวซึ่งติดกับชายแดนลาวได้ การเดินทาง นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถไปตามโลเคชั่นนี้ได้เลย : https://goo.gl/maps/9a8g1kgVDbdCvySq7 หากเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะอื่น ๆ สามารถมาลงได้ที่ 1. ขนส่งน้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) 2. ขนส่ง จ.พิษณุโลก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) 3. สถานีรถไฟ จ. พิษณุโลก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) แล้วหารถเหมาไปอุทยานฯ โดยตรง ราคาเหมาคันละประมาณ 800-1000 บาท (ปัจจุบันไม่มีรถประจำทางไปที่อุทยาน) อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เปิดให้เข้ามาท่องเที่ยว 2 วิธี วิธีที่ 1 จองล่วงหน้าผ่านแอป QueQ โดยสามารถจองล่วงหน้าได้ถึง 15 วัน เมื่อมาถึงที่ภูสอยดาว ให้ลงทะเบียน ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตั้งแต่เวลา 08.00-13.00 น. เพื่อยืนยันตัวตนได้เลย วิธีที่ 2 สามารถ Walk in เข้าไปได้ตามปกติ แต่แอดขอแจ้งไว้ก่อนว่า ทางภูสอยดาวจะรับนักท่องเที่ยวที่จองผ่านแอปพลิเคชัน 70% นักท่องเที่ยววอล์คอิน 30% โดยแบ่งเป็น จุดที่ 1 ที่ทำการอุทยานฯ และน้ำตกภูสอยดาว ไม่เกิน 150 คน/วัน (QueQ 105 คน/ Walk in 45 คน) จุดที่ 2 ลานสนภูสอยดาว ไม่เกิน 350 คน/วัน (QueQ 245 คน/ Walk in 105 คน) หลังจากลงทะเบียนแล้ว เพื่อน ๆ สามารถสอบถามเรื่องการเช่าเต็นท์ เครื่องนอน และอุปกรณ์ทำอาหาร หรือจ้างลูกหาบ แล้วไปรับของบนลานสนได้เลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะพาไปขึ้นรถอีแต๋นเพื่อไปจุดเริ่มต้นเดินป่า ซึ่งแอดแนะนำให้กินอาหารและเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เพราะระหว่างทางไม่มีร้านอาหาร ไม่มีห้องน้ำ และไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ควรพกขนมและน้ำไปกินระหว่างทางด้วย (ที่สำคัญอย่าลืมเก็บขยะกลับมาด้วยห้ามทิ้งไว้ระหว่างทางนะ!) ขอบคุณภาพจาก อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นลานสนภูสอยดาวได้ ตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น. เท่านั้น โดย หลัง 16.00 น. จะมีเจ้าหน้าที่เดินขึ้นไปยังจุดกางเต็นท์ เพื่อเช็คจำนวนนักท่องเที่ยว ว่ามีใครตกหล่นอยู่ระหว่างทางไหม และมีจำนวนคนตรงกับที่ลงทะเบียนไหม เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวจะปิดรับนักท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ 15 มกราคม-31 มิถุนายนของทุกปี เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู เอาล่ะ เมื่อเตรียมพร้อมแล้ว ก็เริ่มเดินทางกันเลย!!!! ขอบคุณภาพจาก อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว หลังจากนั่งรถของเจ้าหน้าที่มาตรงจุดเริ่มต้น เพื่อน ๆ จะพบกับ “น้ำตกภูสอยดาว” เป็นเหมือนสถานที่ต้อนรับในตอนแรก โดยน้ำตก่จะมีทั้งหมด 5 ชั้น ชื่อไพเราะคล้องจองกันว่า ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ และสุภาภรณ์ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี สภาพป่าโดยรอบน้ำตกจึงมีความชุ่มชื้นมาก มีมอสส์ขึ้นปกคลุมตามก้อนหินริมน้ำสวยงาม น้ำตกภูสอยดาว จากนี้ต้องตั้งใจเดินแล้วละนะ จุดหมายของแอดคือ “ลานสนสามใบภูสอยดาว” ซึ่งแอดขอแนะนำ ว่าควรออมแรงกันไว้หน่อยนะ เพราะกว่าจะถึงจุดหมาย ต้องเดินเท้าเป็นระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ผ่านเนินต่าง ๆ ถึง 5 เนิน ที่มีชื่อแสนจะไม่ต้อนรับ คือ เนินส่งญาติ, เนินปราบเซียน, เนินป่าก่อ, เนินเสือโคร่ง และเนินมรณะ ลักษณะทางเดินจะมีความชันขึ้นไปเรื่อย ๆ ระหว่างทางเพื่อน ๆ จะได้สัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีดอกไม้ป่าที่สวยงามเป็นระยะ จากเนินแรก (เนินส่งญาติ) ไปลานสน จะใช้เวลาจะประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง แล้วแต่กำลังของแต่ละคน อ้อ…อย่าไปยึดติดกับคำว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ในตอนเราเหนื่อยล่ะ ถ้าบ่าวบอกเหนื่อยก็พักก่อนได้ อาจจะนั่งเล่น จิบน้ำชมวิวเพื่อซึมซับความรู้สึกในป่าระหว่างรอกำลังกายกลับมา ก็เป็นความคิดที่ดีมากเลยนะ ระหว่างแต่ละเนินทางจะชันขึ้นเรื่อย ๆ ความยากแตกต่างกันไป ตามลักษณะภูมิประเทศ ระหว่างเดินแอดแทบไม่ได้พูดเลย ตั้งใจเดินเป็นหลัก (จริง ๆ กลัวเหนื่อยกว่าเดิมนั่นแหละ) แต่พอมองวิวข้างทางที่สวยแล้ว ก็หายเหนื่อยไปได้เยอะเลย ในที่สุดก็มาถึง “เนินมรณะ” เนินสุดท้ายก่อนถึงจุดหมาย ทางเดินค่อนข้างแคบและชัน ต้องใช้สมาธิในการเดินมาก ๆ ขณะเดิน มีลูกหาบที่เดินสวนลงมาคอยให้กำลังใจเป็นระยะ ๆ ด้วยนะ ยอมรับเลยว่าตื่นเต้นสุด ๆ ที่จะได้เห็นลานสน . แต่หลังจากผ่านเนินมรณะแล้ว อย่าเพิ่งเฮ เพราะจะยังไม่ถึงลานสน ต้องเดินต่อไปอีกราว 500 เมตร ยังดีที่เป็นทางราบที่เดินได้ง่าย เอ้าฮึบบบ… อีกนิดเดียวจะถึงจุดกางเต็นท์แล้ว ในที่สุดก็ถึง “ลานสนสามใบภูสอยดาว” สักที แอดใช้เวลาเดินเกือบ 6 ชั่วโมง ลานสนนี้มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ เป็นที่ราบบนเทือกเขาภูสอยดาว มีเนินสูงต่ำสลับกันไป ซึ่งทางภูสอยดาว ได้จัดทำห้องน้ำให้อย่างดี แยกชายและหญิง รวมทั้งแยกโซนห้องน้ำสำหรับปลดทุกข์ กับโซนสำหรับอาบน้ำไว้อย่างชัดเจน (หากจะอาบน้ำ ต้องตักน้ำจากลำธารใกล้ ๆ มาใส่ถังน้ำที่ทางภูสอยดาวเตรียมไว้เพื่ออาบเอง) สำหรับผู้ที่จ้างลูกหาบให้ขนของมาให้ จองเต็นท์ หรือเช่าอุปกรณ์ทำอาหารต่าง ๆ สามารถติดต่อที่เจ้าหน้าที่ แจ้งชื่อและรับเต็นท์มากางได้เลย หากเพื่อน ๆ มาช่วงฤดูฝน (เดือนสิงหาคม-เดือนกันยายน) จะพบกับทุ่งดอกไม้าที่ชูช่อแย่งกันออกดอก เช่น ดอกหงอนนาคที่มีดอกสีม่วง ดอกสร้อยสุวรรณาสีเหลืองสดใสและดอกหญ้ารากหอมสีม่วงเข้ม หากเพื่อน ๆ มาในฤดูหนาว จะพบกับดอกกระดุมเงิน กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ และใบเมเปิลที่เปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงาม บริเวณลานสนในวันที่แอดไป แม้ช่วงค่ำ ๆ หมอกจะเริ่มลง แต่บรรยากาศค่อนข้างคึกคักเลย ส่วนแอดที่ทั้งหิวและเหนื่อยจากการเดินขึ้นมา ก็รีบเอาอาหารสำเร็จรูปที่เตรียมไว้ ออกมาปรุงร้อนแล้วกินทันทีเลยล่ะ แต่แอดขอย้ำอีกครั้ง ขยะ เศษอาหารต่าง ๆ อย่าทิ้งเรี่ยราด ช่วยกันเก็บลงไปทิ้งข้างล่างด้วยนะ (ด้านบนไม่มีจุดทิ้งขยะ) ขอบคุณภาพจาก อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ตกกลางคืน เพื่อนๆ จะได้พบกับความอลังการบนฟากฟ้าของที่นี่ นั่นคือทางช้างเผือกที่ใกล้และใหญ่มาก ยิ่งถ้ามาเดือนมืด จะยิ่งเห็นชัด ดาวมีเยอะจนคิดว่าถ้ามีไม้คงสอยดาวลงมาตามชื่อ “ภูสอยดาว” เลยทีเดียว อีกหนึ่งสิ่งที่แอดเห็นว่าน่าประทับใจไม่แพ้ความอลังการของดาวบนฟ้า ก็คือการได้นั่งคุยกับเพื่อนเรื่องเส้นทางและความเหนื่อยที่เดินมาก่อนหน้านี้ ถือเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่แอดเจอได้ไม่บ่อยในชีวิตประจำวันเลยล่ะ ไฟฟ้าจะมีถึงแค่ 2 ทุ่มเท่านั้น อย่าลืมทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย ตื่นเช้ามาหลังจากนอนพักเอาแรงจนเต็มอิ่ม คนที่มาเที่ยวช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม สามารถไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตรง “จุดชมวิวตรงป้ายผู้พิชิตลานสนภูสอยดาว” ได้นะ ติดต่อที่เจ้าหน้าที่เพื่อให้นำทางได้เลย แต่ถ้ามาช่วงหน้าฝน ทางเจ้าหน้าที่จะไม่ให้ขึ้น เพราะทางที่ค่อนข้างชันจะมีความลื่น ส่วนตัวแอดแค่เดินเล่นแถว ๆ จุดกางเต็นท์ก็ฟินแล้ว บริเวณนี้มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ในรัศมีประมาณ 2 กิโลเมตรกว่า ๆ เพื่อน ๆ สามารถ ชมความงามของต้นสนสามใบ ดอกไม้ป่าตามฤดูกาล หรือจะไปจุดชมวิวเลาะเลียบผา และ “หลักเขตชายแดนไทย-ลาว” หรือหลักเขต 2 แผ่นดิน ที่อยู่ห่างจากลานกางเต็นท์ไปประมาณ 1 กม.กว่า ๆ หลักเขตชายแดนไทย-ลาว *ขอบคุณภาพจาก อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ถ้าสนใจอยากไปเที่ยวน้ำตก ก็สามารถไปที่น้ำตกสายทิพย์ได้ มีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาเดินจากลานสนไม่เกิน 20 นาที ทางไปน้ำตกเป็นหุบเขา ค่อนข้างลาดชัน ดอกหงอนนาคจะบานในช่วงสาย ประมาณ 9 โมงไปจนถึงเที่ยงวัน ใครเพลีย ๆ แล้วตื่นสายก็ยังสามารถชมดอกหงอนนาคบานได้ หลังจากดื่มด่ำกับธรรมชาติและถ่ายรูปเล่นสักครู่ แอดก็เดินลงมาที่ทำการอุทยานฯ เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน ใช้เวลาเดินประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า หากใครเหนื่อยสามารถอาบน้ำ ทานข้าวเติมพลังบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ได้เลย เอาล่ะ จบแล้วสำหรับทริป “ภูสอยดาว” แบบ 2 วัน 1 คืนของแอดที่ทั้งเหนื่อยและสนุกมาก ๆ แต่ถ้าใครมีเวลาเยอะและอยากดื่มด่ำกับธรรมชาติให้เต็มที่ ก็สามารถมาเที่ยวแบบ 3 วัน 2 คืนได้ โดยใช้เวลาเดินขึ้นภูในวันแรก วันที่สองเดินชมธรรมชาติให้เต็มอิ่ม แล้วค่อยเดินลงภูในวันที่สาม ซึ่งก่อนจากกัน แอดมีรายละเอียดเพิ่มเติมมาแจ้งเพื่อน ๆ ดังนี้ ราคาค่าบริการต่าง ๆ – ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ = 40 บาท/คน – ถุงนอน = 30 บาท/คืน (ราคายังไม่รวมค่าลูกหาบ) – แผ่นรองนอนราคา = 20 บาท/คืน (ราคายังไม่รวมค่าลูกหาบ) – หมอนราคาใบละ = 10 บาท/คืน (ราคายังไม่รวมค่าลูกหาบ) – ค่าลูกหาบ = 30 บาท/กิโลกรัม – มัดจำขยะ 200 บาทต่อคณะ ตอนลงนำขยะลงมารับเงินมัดจำคืน คำแนะนำเพิ่มเติม – ฝึกเดินระยะทางไกล ๆ ฟิตร่างกายให้พร้อม – สัญญาณโทรศัพท์มือถือจะมีแค่บางจุด – เต็นท์ ถุงนอน แผ่นรองนอน ทางอุทยานฯมีให้เช่าก็จริง แต่จะต้องเตรียมผ้ายางคลุมเต็นท์ และผ้ายางรองเต็นท์เพื่อป้องกันความชื้นหรือน้ำฝนไปเอง – ด้านบนมีเตาอั้งโล่ให้เช่า แต่ต้องเตรียมถ่านไม้ไปเอง แนะนำให้ใช้หัวแก๊สจะสะดวกกว่า – อย่าลืมอุปกรณ์ป้องกันยุงและแมลงรวมไปถึงยาต่าง ๆ – วัตถุดิบทำอาหาร ต้องเตรียมไปเอง – ด้านบนจะมีการเตรียมน้ำที่เจ้าหน้าที่รองไว้ให้ใช้ และมีน้ำในลำธารที่นำมาต้มดื่มได้ หากกลัวไม่พอสามารถซื้อที่ร้านค้าสวัสดิการก่อนขึ้นภูสอยดาวได้ – อย่าลืมไฟฉายหรือตะเกียงให้ความสว่างตอนกลางคืน – เตรียมเสื้อกันฝนไปด้วยหากเที่ยวในหน้าฝน – รองเท้า ควรเป็นรองเท้าที่มีดอกยาง หรือรองเท้าที่ใช้สำหรับปีนขึ้นเขา มีเดินลุยน้ำตื้น ๆ บางช่วง อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว : อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ : เปิดให้เดินขึ้นเขา เวลา 08.00 – 14.00 น. : โทร. 09 5629 9528, 09 5024 7633, 09 1024 7633

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม