Loading Logo
น่าน

น่าน

บทความท่องเที่ยว

พบ 8 รายการ
สะปัน-ห้วยโทน-ห้วยหมี Nan in Green Season
5 ก.ย. 2568

สะปัน-ห้วยโทน-ห้วยหมี Nan in Green Season

สะปัน-ห้วยโทน-ห้วยหมี Nan in Green Season Nan , ที่เที่ยวภาคเหนือ , น่าน / By เพื่อนร่วมทาง / Nan , Travelling , น่าน , สถานที่ท่องเที่ยว / 05/09/2025 เมื่อก้าวเข้าสู่ฤดูฝน เชื่อได้ว่าหนึ่งในจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยว คือ จังหวัดน่าน ด้วยภาพจำอันโดดเด่นของภูเขาสูงชัน ทุ่งนาสีเขียว และสายน้ำชุ่มฉ่ำ ทำให้หลายต่อหลายคนหลงเสน่ห์เมืองน่านในช่วง Green Season บัดดี้ชวนเพื่อน ๆ ไปเที่ยวน่านในเส้นทางบ้านสะปัน-บ้านห้วยโทน-บ้านห้วยหมี เป็นเส้นทางท่องเที่ยวแบบวงกลมตามเข็มนาฬิกา อาจจัดทริป 3 วัน 2 คืนก็ได้ เช่น นอนบ้านสะปัน 1 คืน จากนั้นไปนอนที่บ้านห้วยโทนหรือบ้านห้วยหมีอีก 1 คืน ในรีวิวยังมีข้อมูลการเดินทางทั้งรถยนต์ รถโดยสารประจำทาง และรถขับเคลื่อนสี่ล้อ หากต้องการเที่ยวเป็นวงกลม แนะนำให้เริ่มจากตัวเมืองน่าน-อ.ปัว-ทางหลวงหมายเลข 1256-จุดชมวิวดอยภูคา 1715-อ.บ่อเกลือ-บ้านสะปัน-บ้านห้วยโทน-บ้านห้วยหมี-ทางหลวงหมายเลข 1081-โค้งพับผ้า-ถนนเลข 3-ตัวเมืองน่าน การไปเที่ยวให้ครบทั้ง 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านสะปัน บ้านห้วยโทน และบ้านห้วยหมี ในทริปเดียว แนะนำให้เริ่มที่บ้านสะปันก่อน โดยอาจจัดทริปแบบนอนค้างที่บ้านสะปันสัก 1 คืน จากนั้นวันถัดมาค่อยขึ้นเขาไปเที่ยวและพักที่บ้านห้วยโทนหรือบ้านห้วยหมี รถยนต์ สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองน่าน ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ผ่าน อ.ท่าวังผา จนถึง อ.ปัว และจากสามแยก อ.ปัว ให้แยกไปทางขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 1256 ข้ามดอยภูคา ผ่านอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จนถึงสามแยก อ.บ่อเกลือ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1081 ตรงไปอีก 8 กิโลเมตร จะพบแยกขวามือเลี้ยวเข้าบ้านสะปัน ระยะทางรวมประมาณ 115 กิโลเมตร และตรงขึ้นเข้าในหมู่บ้านสะปันไปอีกประมาณ 5-10 กิโลเมตร จะถึงบ้านห้วยหมีและบ้านห้วยโทน เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองน่าน ใช้ทางหลวงหมายเลข 1169 ผ่าน อ. สันติสุข ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1081 (ผ่านจุดชมวิวถนนหมายเลข 3) จนถึง อ. บ่อเกลือ (จุดนี้จะมาบรรจบกับเส้นทางที่ 1 ที่มาจากดอยภูคา) และเลยตัว อ.บ่อเกลือไปอีก 8 กิโลเมตร จะพบแยกขวามือเลี้ยวเข้าหมู่บ้านสะปัน ระยะทางรวมประมาณ 95 กิโลเมตร และตรงขึ้นเข้าในหมู่บ้านสะปันไปอีกประมาณ 5-10 กิโลเมตร จะถึงบ้านห้วยหมีและบ้านห้วยโทน พิกัดบ้านสะปัน : https://maps.app.goo.gl/7LXbnuemGnkQjsSq5 พิกัดบ้านห้วยโทน : https://maps.app.goo.gl/GD1CrA9WT8uuKPHt9 พิกัดบ้านห้วยหมี : https://maps.app.goo.gl/STwDhrevnrbf88zY7 การเดินทางจากตัวเมืองน่าน-บ้านสะปัน โดยรถโดยสารประจำทาง (ต่อที่ 1 ตัวเมืองน่าน-อ.ปัว) จากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน มีรถสองแถว (สีฟ้า) สายน่าน-ท่าวังผา-ปัว ให้บริการตั้งแต่เช้า 07.00 น. เป็นต้นไปจนถึงช่วงเย็น รถออกจาสถานีขนส่งฯ ทุก 30 นาที ค่าโดยสาร คนละ 50 บ. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-1.30 ชั่วโมง เพราะรถจะวิ่งจอดรับ-ส่งผู้โดยสารไปตลอดทาง ปลายทางรถสองแถวจะไปสุดสายที่ท่ารถซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 1081 หลังตลาดเทศบาลปัวและข้างสนามกีฬา หากนั่งรถทัวร์มาจากกรุงเทพฯ แนะนำให้ซื้อตั๋วเลือกลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอปัว (เช่น สมบัติทัวร์, บขส.) จากนั้นนั่งจักรยานยนต์รับจ้าง หรือสองแถวจากตัวเมืองน่านที่จะแวะเข้าไปรับผู้โดยสารในสถานีขนส่งฯ มาลงยังท่ารถสองแถว (สีกรมท่า) สายปัว-บ่อเกลือ (ต่อที่ 2 อ. ปัว – อ.บ่อเกลือ) รถสองแถว (สีกรมท่า) สายปัว-บ่อเกลือ ท่ารถจอดอยู่ข้างกันกับท่ารถสองแถว (สีฟ้า) สายปัว-ท่าวังผา-น่าน ริมทางหลวงหมายเลข 1081 ด้านหลังตลาดเทศบาลปัว ส่วนท่ารถที่ตัว อ.บ่อเกลือ ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 1081 เลยจากสามแยกตัว อ.บ่อเกลือ ไปทาง อ.เฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 100 เมตร รอบเวลารถ ดังนี้ ปัว – บ่อเกลือ เวลา 07.30 น./09.30 น./11.30 น. (รอบสุดท้ายอาจงดวิ่ง หากไม่มีผู้โดยสาร) บ่อเกลือ – ปัว เวลา 09.00 น./10.30 น./12.30 น. (รอบสุดท้ายอาจงดวิ่ง หากไม่มีผู้โดยสาร) ค่าโดยสาร ที่นั่งละ 80 บ. การเดินทางด้วยรถสองแถวจาก อ.ปัว – อ.บ่อเกลือ – บ้านสะปัน ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง เบอร์โทรรถสองแถว (สีกรมท่า) ปัว-บ่อเกลือ โทร. 08 0794 4893, 08 0913 3554, 08 9835 6884 ทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ) ช่วงที่เป็น “ถนนลอยฟ้า” คือเป็นช่วงที่ถนนตัดผ่านบนสันเขา สองข้างทาง มองเห็นทิวทัศน์สวยงาม มุมโดรนจะยิ่งเห็น ถนนลอยฟ้าได้ชัดเจน จุดนี้ (รูปกลาง) ถ้ามาจาก อ.ปัว จะอยู่ประมาณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 22 ของทางหลวงหมายเลข 1256 ช่วงที่ถ่ายนี้ คือ กลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา เพิ่งเข้าสู่ฤดูฝนได้ไม่นาน ภูเขาและต้นไม้ใบหญ้าจึงยังไม่เขียวเต็มพื้นที่ จุดชมวิว 1715 ดอยภูคา ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 1256 เป็นจุดพักรถระหว่างทางจากปัว-บ่อเกลือ มีห้องน้ำให้บริการด้วย และบริเวณถนนอีกฝั่งของจุดชมวิวดอยภูคา 1715 มีลักษณะโค้งจนถูกเรียกว่า “โค้งเลข 0” “สะพานสะปัน” ถือเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้านสะปัน สะพานสะปันสร้างข้ามลำน้ำว้า เป็นหนึ่งในสายน้ำที่ไหลผ่านบ้านสะปัน “วัดสะปัน” ตั้งอยู่บนเนินเขากลางหมู่บ้าน ท่ามกลางม่านหมอกหลังฝนตก จุดชมวิวบ้านสะปันในมุมสูงจาก “ร้านหยุดเวลา คาเฟ่” ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้กับวัดสะปัน ปัจจุบันบ้านสะปันมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวมากมาย หลากหลายระดับราคา บัดดี้ก็ได้แต่แอบหวังว่าจะไม่มีที่พักเพิ่มขึ้นมาบดบังทิวทัศน์ธรรมชาติมากไปกว่านี้ สะพานคอนกรีตอีกแห่งของบ้านสะปัน นอกจากใช้สัญจรไปมาแล้ว ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยอีกแห่งของหมู่บ้าน บริเวณสะพานยังเป็นจุดบรรจบของลำน้ำ 2 สาย คือ ลำน้ำว้า (ทางฝั่งซ้าย) และลำน้ำมาง (ทางฝั่งขวา) ภาพจากมุมโดรนจะเห็นสีของน้ำที่ต่างกันชัดเจน เดาว่าช่วงก่อนหน้านี้พื้นที่ทางตอนเหนือของลำน้ำว้าน่าจะมีฝนตก จึงมีน้ำฝนชะล้างดินโคลนและไหลลงลำน้ำเยอะจนมีสีขุ่นแดงมากกว่าฝั่งของลำน้ำมาง บ้านสะปันช่วง Green Season มีความเขียวขจีให้ได้ชม ช่วงฤดูฝนนักท่องเที่ยวไม่เยอะเท่าช่วงฤดูหนาว เหมาะกับการหาเวลามาพักผ่อนใช้ชีวิตแบบ Slow life “น้ำตกสะปัน” อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของบ้านสะปัน ทางเข้าน้ำตกตั้งอยู่ในหมู่บ้าน และจากลานจอดรถ ต้องเดินเท้าตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 800 เมตร ถึงน้ำตก ฤดูฝนเป็นช่วงที่น้ำตกสะปันสวยที่สุด นอกจากจะมีปริมาณน้ำที่เยอะแล้ว ตามทางเดินและโขดหินโดยรอบจะมีมอสสีเขียวขึ้นปกคลุมไปทั่ว ดูสดชื่นสวยงาม ทางตอนเหนือของบ้านสะปัน บนเทือกดอยสูงชันตรงกลางภาพ คือที่ตั้งของ “บ้านห้วยโทน” และ “บ้านห้วยหมี” การเดินทางจากบ้านสะปันไปยังบ้านห้วยโทนและบ้านห้วยหมี ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เนื่องจากเส้นทางบางช่วงค่อนข้างชันและทางวิบาก ชาวบ้านในพื้นที่มีการรวมกลุ่มกันตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ให้บริการรถขับเคลื่อนสี่ล้อรับส่งนักท่องเที่ยวในเส้นทางบ้านสะปัน-บ้านห้วยโทน และเส้นทางบ้านสะปัน-บ้านห้วยหมี โดยมีจุดนัดหมายในการขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้ออยู่บริเวณสะพานสะปัน วิธีจองรถขับเคลื่อนสี่ล้อสำหรับพาไปเที่ยวในเส้นทางบ้านสะปัน-บ้านห้วยโทน และเส้นทางบ้านสะปัน-บ้านห้วยหมี แนะนำให้สอบถามที่พักที่ได้จองไว้ ณ บ้านสะปัน หรือบ้านห้วยโทน หรือบ้านห้วยหมี ที่พักส่วนใหญ่จะมีเบอร์โทรรถขับเคลื่อนสี่ล้อของกลุ่มวิสาหกิจอยู่แล้ว อัตราค่าบริการรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเหมา เส้นทางบ้านสะปัน-บ้านห้วยโทน ไปกลับ 1,500 บาท เส้นทางบ้านสะปัน-บ้านห้วยหมี ไปกลับ 1,000 บาท เส้นทางบ้านสะปัน-บ้านห้วยโทน-บ้านห้วยหมี ไปกลับ 2,500 บาท นอกจากนี้ยังมีรถขับเคลื่อนสี่ล้อพาเที่ยวเส้นทางบ้านสะปัน-บ้านห้วยโทน แบบหารเฉลี่ยกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น จุดขึ้นรถอยู่บริเวณสะพานสะปัน โดยต้องโทรจองที่นั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันก่อนไปเที่ยว ค่ารถไปกลับคนละ 300 บาท มีรอบรถให้บริการ เวลา 08.00 น. / 11.00 น. / 14.00 น. / 17.00 น. สอบถามข้อมูลโทร. 06 5195 6964 ทั้งบ้านห้วยโทนและบ้านห้วยหมี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของบ้านสะปัน จากบ้านสะปัน ขับรถขึ้นเขาตามทางมาเรื่อย ๆ เมื่อมาถึงสามแยกนี้ แยกไปทางขวา คือ บ้านห้วยโทน และหากแยกไปทางซ้าย คือ บ้านห้วยหมี บ้านสะปัน-บ้านห้วยโทน มีระยะทาง 8 กิโลเมตร บ้านสะปัน-บ้านห้วยหมี มีระยะทาง 5 กิโลเมตร KM. 4 Camp ที่นี่เป็นทั้งที่พัก จุดชมวิว และคาเฟ่ ตั้งอยู่ช่วงต้นของบ้านห้วยโทน มุมถ่ายรูปยอดนิยมของที่นี่ คือ รถจิ๊บทั้งสองคันนี้ ถนนบางช่วงของบ้านห้วยโทนจะเป็นทางลูกรัง เมื่อขึ้นไปแล้วจะเจอกับดินแดนแห่งขุนเขาสูงชัน บ้านห้วยโทน ตั้งอยู่บนดอยสูง โอบล้อมไปด้วยทิวเขา มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ในหมู่บ้านมีที่พักและโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยวหลายแห่ง ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนมากจะเป็นบ้านไม้ และเน้นวิวสวย ๆ ในหมู่บ้านห้วยโทน มีที่พักแบบโฮมสเตย์ 25 แห่ง ทุกแห่งจะใช้อัตราค่าที่พักเป็นราคาเดียวกัน คือ 950 บาท/คน/คืน รวมอาหารเย็นและอาหารเช้า แต่ละที่พักจะมีความแตกต่างกันคือ วิวสวย ๆ รอบที่พัก ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของนักท่องเที่ยวแต่ละคนในการเลือกทำเลที่พัก ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม เช่น ข้าวโพด ข้าวไร่ กาแฟ เป็นต้น บ้านห้วยโทนถือเป็นแหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดีอีกแห่งของจังหวัดน่าน ถนนบางช่วงของบ้านห้วยโทน จะเห็นวิวภูเขาสูงชันสีเขียวสวยงาม ใครที่ชอบการเที่ยว “ภูเขา” ถ้ามาเที่ยวบ้านห้วยโทนในช่วงฤดูฝน รับรองว่าไม่ผิดหวัง นอกจากนี้จากบ้านห้วยโทน สามารถมองเห็นบ้านสะปันซึ่งตั้งอยู่เนินเขาด้านล่างไกล ๆ อีกด้วย ที่พักส่วนใหญ่ของบ้านห้วยโทนจะตั้งอยู่บนเนินเขา เพื่อให้สามารถชมวิวได้ถนัดตา เห็นเป็นพื้นที่สีเขียวอ่อนบนเนินเขานั้นคือข้าวไร่ พื้นที่ป่าก็ยังมีให้เห็น และยังเป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำมางด้วย หากดูจากในรูปขวามือ หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนสันเขาอีกฟากไกล ๆ คือ บ้านห้วยหมี จากบ้านห้วยโทนไปบ้านห้วยหมี ต้องขับรถย้อนลงไปบริเวณสามแยกเชิงเขาด้านล่าง และเลี้ยวไปอีกเส้นเพื่อไปบ้านห้วยหมี “บ้านห้วยหมี” ชาวบ้านในหมู่บ้านประกอบอาชีพเกษตรกรรมเช่นเดียวกับบ้านห้วยโทน ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของบ้านห้วยหมีจะเป็นลานกางเต็นท์ ลานกางเต็นท์ส่วนกลางของบ้านห้วยหมี คิดค่าเช่าพื้นที่กางเต็นท์ในกรณีนำเต็นท์และอุปกรณ์มาเอง เต็นท์ละ 200 บาท/คืน โดยมีห้องอาบน้ำให้บริการ แต่จะต้องเตรียมอาหารหรืออุปกรณ์ประกอบอาหารมาทำทานเอง ลานกางเต็นท์ส่วนกลางของบ้านห้วยหมีกับวิวภูเขาสีเขียวสุดอลังการ “ดาวลอยแคมป์ปิ้ง” เป็นลานกางเต็นท์อีกแห่งของบ้านห้วยหมี เป็นกิจการของชาวบ้านในหมู่บ้าน มีทั้งลานกางเต็นท์และบ้านพักเป็นหลังให้บริการ คิดค่าเช่าพื้นที่กางเต็นท์ในกรณีนำเต็นท์และอุปกรณ์มาเอง เต็นท์ละ 200 บาท/คืน โดยมีห้องอาบน้ำให้บริการ แต่จะต้องเตรียมอาหารหรืออุปกรณ์ประกอบอาหารมาทำทานเอง หากต้องการเช่าเต็นท์พร้อมเครื่องนอน มีราคาตั้งแต่ 500-800 บาทต่อหลัง ส่วนบ้านพัก นอนได้หลังละ 3-4 คน ราคา 300 บาท/คน/คืน ไม่มีอาหาร แต่สามารถสั่งอาหารกล่องหรือหมูกระทะล่วงหน้ากับทางที่พักได้ สอบถามข้อมูล โทร. 09 8593 5107 (ลุงอุดมชัย) วิวสวย ๆ ระหว่างทางขากลับจากบ้านห้วยหมีลงไปบ้านสะปัน ขากลับเข้าตัวเมืองนาน อาจใช้ทางหลวงหมายเลข 1081 (บ่อเกลือ-สันติสุข) ซึ่งจะผ่าน “โค้งพับผ้า” อีกหนึ่งจุดชมวิวถนนที่สวยงาม รูปจากมุมโดรน จะเห็นความโค้งหักศอกของถนนที่ทบกันหลาย ๆ ชั้น เหมือนกองผ้าที่พับไว้ บนทางหลวงหมายเลข 1081 พอเข้าเขตอำเภอสันติสุข จะเจอจุดถ่ายภาพอีกแห่ง คือ “ถนนเลย 3” ใครจะลงไปถ่ายภาพถนนจุดนี้ แนะนำให้ระมัดระวังรถยนต์ที่สัญจรไปมาด้วย ไม่ควรเดินลงไปถ่ายกลางถนน บัดดี้หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นไอเดียให้เพื่อน ๆ ได้วางแผนการเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดน่านในช่วงฤดูฝนนี้ ขอให้เดินทางท่องเที่ยวโดยสวัสดิภาพค่ะ

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
ชวนไปไหว้พระ 9 วัด ในเขตตัวเมืองน่าน
1 ก.ย. 2568

ชวนไปไหว้พระ 9 วัด ในเขตตัวเมืองน่าน

ชวนไปไหว้พระ 9 วัด ในเขตตัวเมืองน่าน Nan , ที่เที่ยวภาคเหนือ , น่าน / By เพื่อนร่วมทาง / Nan , Travelling , น่าน , สถานที่ท่องเที่ยว / 01/09/2025 ✨ ชวนไปไหว้พระ 9 วัด ในเขตตัวเมืองน่าน ที่สามารถเดินทางไปให้ครบได้ภายในวันเดียว บางวัดตั้งอยู่ใกล้กัน สามารถเดินถึงกันได้ บางวัดอาจต้องขับรถออกไปสักเล็กน้อย แต่ไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากตัวเมือง 📌 วัดภูมินทร์ เดิมวัดนี้ชื่อว่า “วัดพรหมมินทร์” ตามพงศาวดารของเมืองน่าน พระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครน่าน ได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2139 หลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี ต่อมาได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2410 โดยพระเจ้าอนันตวรฤทธิเดช สันนิษฐานว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังในวิหารหลวงคงจะวาดขึ้นในสมัยที่มีการซ่อมแซมครั้งนี้ วัดภูมินทร์เป็นวัดที่สร้างทรงจัตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทย มีประติมากรรมนาคสะดุ้งตัวใหญ่ 2 ตัวเทินพระอุโบสถไว้ ตัวอาคารเป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร และพระเจดีย์ประธาน โดยใช้อาคารในแนวตะวันออก-ตะวันตกเป็นพระวิหาร และอาคารแนวเหนือ-ใต้เป็นพระอุโบสถ รัฐบาลไทยเคยพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ในธนบัตรใบละ 1 บาท ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานจตุรทิศ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์ หันพระพักตร์ออกสู่ประตูทั้งสี่ทิศ ผนังด้านในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรม (ฮูปแต้ม) เป็นภาพแสดงเรื่องชาดก ภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และภาพตำนานพื้นบ้านของชาวเมืองน่าน ภาพปู่ม่าน ย่าม่าน นับเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่มีความสมบูรณ์ หาดูได้ยาก และเป็นภาพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของวัดภูมินทร์ ตั้งอยู่ถนนผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/VumLFJYN6ijxoZaZ7 📌 วัดศรีพันต้น สร้างโดยพญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่านแห่งราชวงศ์ภูคา (ครองนครน่านระหว่างปี พ.ศ. 1960-1969) บางสมัยเรียกว่า “วัดสลีพันต้น” คำว่า “สลี” หมายถึง ต้นโพธิ์ ซึ่งในอดีตมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ด้านทิศเหนือและทิศใต้ของวัด ภายในวัดมีพระวิหารสีทองตั้งเด่นเป็นสง่า มีสถาปัตยกรรมปูนปั้นที่สวยงาม โดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียรเฝ้าบันไดหน้าพระวิหาร สีทองเหลืองอร่ามสวยงามตระการตา เป็นฝีมือช่างเมืองน่าน ชื่อนายอนุรักษ์ สมศักดิ์ หรือ “สล่ารง” ภายในพระวิหารมีการเขียนภาพลายเส้นพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าและประวัติการกำเนิดเมืองน่าน เป็นผลงานจิตรกรรมของช่างเมืองน่านเช่นกัน ตั้งอยู่ริมถนนเจ้าฟ้า ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/TZA1cgroBUUFq1wT9 📌 วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เดิมเรียก “วัดหลวง” หรือ “วัดหลวงกลางเวียง” สร้างขึ้นในสมัยเจ้าปู่แข็ง ราวปี พ.ศ. 1949 เป็นวัดหลวงในเขตนครน่าน สำหรับเจ้าผู้ครองนครใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางพุทธศาสนาและพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ตามศิลาจารึกหลักที่ 74 ซึ่งถูกค้นพบภายในวัดกล่าวว่า พญาพลเทพฤๅชัย เจ้าเมืองน่าน ได้ปฏิสังขรณ์บูรณะวิหารหลวงเมื่อปั พ.ศ. 2091 ลักษณะสถาปัตยกรรมของวัดพระธาตุช้างค้ำนี้สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย เช่น เจดีย์ทรงลังกา (ทรงระฆัง) รอบฐานองค์พระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนและปั้นเป็นรูปช้างครึ่งตัว ด้านละ 5 เชือก และที่มุมทั้งสี่อีก 4 เชือก ดูคล้ายจะเอาหลังหนุน หรือ “ค้ำ” องค์พระเจดีย์ไว้ ลักษณะคล้ายวัดช้างล้อม จังหวัดสุโขทัย ภายในวิหารประดิษฐานพระประธานเป็นปูนปั้นขนาดใหญ่ ศิลปะเชียงแสน ฝีมือสกุลช่างเมืองน่านที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่ง และใกล้กันยังมีอีกพระวิหารหนึ่ง ภายในประดิษฐาน พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางประทานอภัย สูง 1.45 เมตร อายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 19 ตรงกับสมัยสุโขทัยตอนปลาย ส่วนผสมของทองคำร้อยละ 65 พุทธลักษณะงดงามเช่นกัน ตั้งอยู่ถนนสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/dfLuu2aq94sDQgh77 📌 วัดมิ่งเมือง ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน อยู่ในศาลาจัตุรมุขด้านหน้าพระอุโบสถ เสาหลักเมืองมีความสูง 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลายลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพรหมพักตร์ มีชื่อว่า เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เดิมวัดแห่งนี้เป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2400 มีการพบเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สองคนโอบ ต่อมาเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่านได้สถาปนาวัดขึ้นมาใหม่ และตั้งชื่อว่า “วัดมิ่งเมือง” ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า “เสามิ่งเมือง” ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 มีการรื้อถอนและสร้างพระอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบล้านนาร่วมสมัยดังที่ปรากฎในปัจจุบัน ลักษณะเด่นคือลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ เป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน มีความวิจิตรงดงามมาก ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน ตั้งอยู่ริมถนนสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/1Jr4cF8uxvv3FMMu9 📌 วัดหัวข่วง วัดนี้ไม่ปรากฏว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใด มีเพียงหลักฐานว่าได้รับการบูรณะราวปี พ.ศ. 2425 โดยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน และมีการบูรณะอีกครั้งราวปี พ.ศ. 2472 ในสมัยเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองน่านองค์สุดท้าย จากนั้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2533 กรมศิลปากรได้ส่งเจ้าหน้าที่มาบูรณะเจดีย์วัดหัวข่วง และประกาศเป็นโบราณสถานของชาติ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ หอธรรมหรือหอไตร เป็นอาคารที่มีลักษณะทรงสี่เหลี่ยมจตุรมุขใต้ถุนก่อทึบทรงสี่เหลี่ยมยอดเป็นรูปเต้าสลักลายลงรักปิดทองประดับกระจก ใช้เป็นสถานที่เก็บคัมภีร์โบราณและพระไตรปิฏก พระเจดีย์วัดหัวข่วง ลักษณะของเจดีย์เป็นทรงเรือนธาตุแบบศิลปะล้านนา มีการดัดแปลงของช่างฝีมือของชาวน่าน จากลักษณะสถาปัตยกรรมพออนุมานได้ว่าน่าจะสร้างขึ้นในประมาณปี พ.ศ. 2200 พระวิหารของวัด เป็นอาคารทรงจั่วมีหน้าบันประดับลวดลายไม้จำหลักรูปพรรณพฤกษา ประตูหน้าต่างประดับลายปูนปั้นคล้ายกับใบผักกาด มีการเรียนแบบศิลปะตะวันตก แสดงให้เห็นว่าอดีตนครน่านก็มีการติดกับกลุ่มชาวตะวันตกทำให้วิหารที่นี่ค่อนข้างแตกต่างกับที่อื่น ๆ นอกจากนี้ภายในวิหารยังประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ลักษณะพุทธศิลป์แบบล้านนา และยังเป็นพระประธานเบี่ยงซ้ายแห่งเดียวในประเทศไทยด้วย ตั้งอยู่ริมถนนมหาพรหม ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/om6Ezqn7qUosXDrR9 📌 วัดสวนตาล วัดนี้สร้างขึ้นโดยพระนางปทุมวดี เมื่อปี พ.ศ. 1770 ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญคือ พระเจ้าทองทิพย์ ซึ่งพระเจ้าติโลกราชแห่งนครเชียงใหม่ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 1992 เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ปางมารวิชัย มีงานนมัสการและสรงน้ำองค์พระเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้านหลังพระวิหารมีองค์พระเจดีย์ มีสัณฐานงดงาม ชั้นล่างมีซุ้มประตูทั้งสี่ทิศ จากภาพถ่ายในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รูปเจดีย์วัดสวนตาลก่อนการบูรณะในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ (ตรงกับรัชกาลที่ 5) พบว่าแต่เดิมเป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม องค์พระเจดีย์เป็นทรงดอกบัวตูมหรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปะสมัยสุโขทัย บริเวณด้านหน้าพระวิหารยังมี “บ่อน้ำทิพย์” บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของวัด ตามตำนานบันทึกไว้ว่า พระเจ้าติโลกราช เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อครั้งยกทัพมาตีข้าศึกที่เมืองน่าน ได้มีพระอาการประชวร ทรงนำน้ำในบ่อแห่งนี้มาดื่มและอาบ ทำให้ทรงหายจากพระอาการประชวร จึงโปรดให้ข้าราชบริพารนำก้อนอิฐมาล้อมรอบตาน้ำ และได้นำน้ำในบ่อมาประกอบพิธีสร้างพระเจ้าทองทิพย์เพื่อเป็นอนุสรณ์ และบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ยังได้รับการกำหนดให้เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนำไปประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ตั้งอยู่ถนนมหายศ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/yFmSVqV35TFzAxk6A 📌 วัดพญาวัด แต่เดิมบริเวณที่ตั้งวัดเป็นเขตศูนย์กลางเมืองน่านในสมัยที่ย้ายเมืองจากพระบรมธาตุแช่แห้ง มาตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน “พระเจ้าฝนแสนห่า” หรือ “พระเจ้าสายฝน” ซึ่งชาวเมืองน่านเคยนำมาแห่ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล และยังมีธรรมาสน์แกะสลัก ฝีมือช่างเมืองน่านที่เก่าที่สุดเท่าที่เคยพบ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยเจ้าอัตถวรปัญโญ ราวครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 24 ด้านหลังพระอุโบสถ มีพระเจดีย์สร้างด้วยศิลาแลงในสมัยพระนางจามเทวี ลักษณะคล้ายเจดีย์กู่กุด จังหวัดลำพูน เป็นทรงซุ้มสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 5 ชั้น แต่ละชั้นประดิษฐานพระพุทธรูปยืน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัย เหมือนกับสถูปเจดีย์วัดมหาธาตุจังหวัดสุโขทัย ยอดซุ้มก่ออิฐวงโค้งเป็นรูปแบบการก่อสร้างสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งนครเชียงใหม่แสดงให้เห็นว่ามีการบูรณะในสมัยนั้น ซึ่งเป็นสมัยที่อิทธิพลของศิลปะเชียงใหม่ได้เข้ามาแทนที่ศิลปะสุโขทัยแล้ว ตั้งอยู่บ้านพญาวัด ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/BSaXFLbJLMP5QUpZA 📌 วัดพระธาตุเขาน้อย วัดตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย มีองค์พระธาตุเจดีย์ ซึ่งสร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ ศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารก็สร้างในสมัยนี้เช่นกัน นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่านจากบริเวณลานชมทิวทัศน์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน เป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่รัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ตั้งอยู่ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/UskDo4t659tzUxnZA 📌 วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง วัดนี้แม้จะตั้งอยู่ในเขตอำเภอภูเพียง ไม่ใช่อำเภอเมืองน่าน แต่ก็อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ในบริเวณที่เคยเป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิมหลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระธาตุแช่แห้งสร้างในสมัยพญาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่าน พ.ศ. 1869-1902) เพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทองที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) เมื่อครั้งที่พญาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัย ในปัจจุบัน) เมื่อปี พ.ศ. 1897 พระบรมธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีของผู้ที่เกิดปีเถาะ องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค ชาวล้านนาเชื่อว่าหากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิด จะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง ตั้งอยู่ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FdSe4V6aH5FvzveH8

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
ชวนไปไหว้พระ 9 วัด เมืองน่าน
25 ส.ค. 2568

ชวนไปไหว้พระ 9 วัด เมืองน่าน

ชวนไปไหว้พระ 9 วัด เมืองน่าน Nan , ที่เที่ยวภาคเหนือ , น่าน / By เพื่อนร่วมทาง / Nan , Travelling , น่าน , สถานที่ท่องเที่ยว / 25/08/2025 ชวนไปไหว้พระ 9 วัด ในเขตตัวเมือง น่าน ที่สามารถเดินทางไปให้ครบได้ภายในวันเดียว บางวัดตั้งอยู่ใกล้กัน สามารถเดินถึงกันได้ บางวัดอาจต้องขับรถออกไปสักเล็กน้อย แต่ไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากตัวเมือง ใครที่กำลังจะไปเที่ยวจังหวัดน่าน และวางแผนแวะเที่ยวในตัวเมืองน่าน อย่าลืมหาโอกาสตามรอยนะคะ 📌 วัดภูมินทร์ เดิมวัดนี้ชื่อว่า “วัดพรหมมินทร์” ตามพงศาวดารของเมืองน่าน พระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครน่าน ได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2139 หลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี ต่อมาได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2410 โดยพระเจ้าอนันตวรฤทธิเดช สันนิษฐานว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังในวิหารหลวงคงจะวาดขึ้นในสมัยที่มีการซ่อมแซมครั้งนี้ วัดภูมินทร์เป็นวัดที่สร้างทรงจัตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทย มีประติมากรรมนาคสะดุ้งตัวใหญ่ 2 ตัวเทินพระอุโบสถไว้ ตัวอาคารเป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร และพระเจดีย์ประธาน โดยใช้อาคารในแนวตะวันออก-ตะวันตกเป็นพระวิหาร และอาคารแนวเหนือ-ใต้เป็นพระอุโบสถ รัฐบาลไทยเคยพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ในธนบัตรใบละ 1 บาท ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานจตุรทิศ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์ หันพระพักตร์ออกสู่ประตูทั้งสี่ทิศ ผนังด้านในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรม (ฮูปแต้ม) เป็นภาพแสดงเรื่องชาดก ภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และภาพตำนานพื้นบ้านของชาวเมืองน่าน ภาพปู่ม่าน ย่าม่าน นับเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่มีความสมบูรณ์ หาดูได้ยาก และเป็นภาพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของวัดภูมินทร์ 📌 ถนนผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน https://maps.app.goo.gl/VumLFJYN6ijxoZaZ7 📌 วัดศรีพันต้น สร้างโดยพญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่านแห่งราชวงศ์ภูคา (ครองนครน่านระหว่างปี พ.ศ. 1960-1969) บางสมัยเรียกว่า “วัดสลีพันต้น” คำว่า “สลี” หมายถึง ต้นโพธิ์ ซึ่งในอดีตมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ด้านทิศเหนือและทิศใต้ของวัด ภายในวัดมีพระวิหารสีทองตั้งเด่นเป็นสง่า มีสถาปัตยกรรมปูนปั้นที่สวยงาม โดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียรเฝ้าบันไดหน้าพระวิหาร สีทองเหลืองอร่ามสวยงามตระการตา เป็นฝีมือช่างเมืองน่าน ชื่อนายอนุรักษ์ สมศักดิ์ หรือ “สล่ารง” ภายในพระวิหารมีการเขียนภาพลายเส้นพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าและประวัติการกำเนิดเมืองน่าน เป็นผลงานจิตรกรรมของช่างเมืองน่านเช่นกัน 📌 ริมถนนเจ้าฟ้า ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน https://maps.app.goo.gl/TZA1cgroBUUFq1wT9 📌 วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เดิมเรียก “วัดหลวง” หรือ “วัดหลวงกลางเวียง” สร้างขึ้นในสมัยเจ้าปู่แข็ง ราวปี พ.ศ. 1949 เป็นวัดหลวงในเขตนครน่าน สำหรับเจ้าผู้ครองนครใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางพุทธศาสนาและพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ตามศิลาจารึกหลักที่ 74 ซึ่งถูกค้นพบภายในวัดกล่าวว่า พญาพลเทพฤๅชัย เจ้าเมืองน่าน ได้ปฏิสังขรณ์บูรณะวิหารหลวงเมื่อปั พ.ศ. 2091 ลักษณะสถาปัตยกรรมของวัดพระธาตุช้างค้ำนี้สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย เช่น เจดีย์ทรงลังกา (ทรงระฆัง) รอบฐานองค์พระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนและปั้นเป็นรูปช้างครึ่งตัว ด้านละ 5 เชือก และที่มุมทั้งสี่อีก 4 เชือก ดูคล้ายจะเอาหลังหนุน หรือ “ค้ำ” องค์พระเจดีย์ไว้ ลักษณะคล้ายวัดช้างล้อม จังหวัดสุโขทัย ภายในวิหารประดิษฐานพระประธานเป็นปูนปั้นขนาดใหญ่ ศิลปะเชียงแสน ฝีมือสกุลช่างเมืองน่านที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่ง และใกล้กันยังมีอีกพระวิหารหนึ่ง ภายในประดิษฐาน พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางประทานอภัย สูง 1.45 เมตร อายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 19 ตรงกับสมัยสุโขทัยตอนปลาย ส่วนผสมของทองคำร้อยละ 65 พุทธลักษณะงดงามเช่นกัน 📌 ถนนสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน https://maps.app.goo.gl/dfLuu2aq94sDQgh77 📌 วัดมิ่งเมือง ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน อยู่ในศาลาจัตุรมุขด้านหน้าพระอุโบสถ เสาหลักเมืองมีความสูง 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลายลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพรหมพักตร์ มีชื่อว่า เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เดิมวัดแห่งนี้เป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2400 มีการพบเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สองคนโอบ ต่อมาเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่านได้สถาปนาวัดขึ้นมาใหม่ และตั้งชื่อว่า “วัดมิ่งเมือง” ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า “เสามิ่งเมือง” ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 มีการรื้อถอนและสร้างพระอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบล้านนาร่วมสมัยดังที่ปรากฎในปัจจุบัน ลักษณะเด่นคือลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ เป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน มีความวิจิตรงดงามมาก ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน 📌 ริมถนนสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน https://maps.app.goo.gl/1Jr4cF8uxvv3FMMu9 📌 วัดหัวข่วง วัดนี้ไม่ปรากฏว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใด มีเพียงหลักฐานว่าได้รับการบูรณะราวปี พ.ศ. 2425 โดยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน และมีการบูรณะอีกครั้งราวปี พ.ศ. 2472 ในสมัยเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองน่านองค์สุดท้าย จากนั้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2533 กรมศิลปากรได้ส่งเจ้าหน้าที่มาบูรณะเจดีย์วัดหัวข่วง และประกาศเป็นโบราณสถานของชาติ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ หอธรรมหรือหอไตร เป็นอาคารที่มีลักษณะทรงสี่เหลี่ยมจตุรมุขใต้ถุนก่อทึบทรงสี่เหลี่ยมยอดเป็นรูปเต้าสลักลายลงรักปิดทองประดับกระจก ใช้เป็นสถานที่เก็บคัมภีร์โบราณและพระไตรปิฏก พระเจดีย์วัดหัวข่วง ลักษณะของเจดีย์เป็นทรงเรือนธาตุแบบศิลปะล้านนา มีการดัดแปลงของช่างฝีมือของชาวน่าน จากลักษณะสถาปัตยกรรมพออนุมานได้ว่าน่าจะสร้างขึ้นในประมาณปี พ.ศ. 2200 พระวิหารของวัด เป็นอาคารทรงจั่วมีหน้าบันประดับลวดลายไม้จำหลักรูปพรรณพฤกษา ประตูหน้าต่างประดับลายปูนปั้นคล้ายกับใบผักกาด มีการเรียนแบบศิลปะตะวันตก แสดงให้เห็นว่าอดีตนครน่านก็มีการติดกับกลุ่มชาวตะวันตกทำให้วิหารที่นี่ค่อนข้างแตกต่างกับที่อื่น ๆ นอกจากนี้ภายในวิหารยังประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ลักษณะพุทธศิลป์แบบล้านนา และยังเป็นพระประธานเบี่ยงซ้ายแห่งเดียวในประเทศไทยด้วย 📌 ริมถนนมหาพรหม ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน https://maps.app.goo.gl/om6Ezqn7qUosXDrR9 📌 วัดสวนตาล วัดนี้สร้างขึ้นโดยพระนางปทุมวดี เมื่อปี พ.ศ. 1770 ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญคือ พระเจ้าทองทิพย์ ซึ่งพระเจ้าติโลกราชแห่งนครเชียงใหม่ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 1992 เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ปางมารวิชัย มีงานนมัสการและสรงน้ำองค์พระเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้านหลังพระวิหารมีองค์พระเจดีย์ มีสัณฐานงดงาม ชั้นล่างมีซุ้มประตูทั้งสี่ทิศ จากภาพถ่ายในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รูปเจดีย์วัดสวนตาลก่อนการบูรณะในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ (ตรงกับรัชกาลที่ 5) พบว่าแต่เดิมเป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม องค์พระเจดีย์เป็นทรงดอกบัวตูมหรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปะสมัยสุโขทัย บริเวณด้านหน้าพระวิหารยังมี “บ่อน้ำทิพย์” บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของวัด ตามตำนานบันทึกไว้ว่า พระเจ้าติโลกราช เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อครั้งยกทัพมาตีข้าศึกที่เมืองน่าน ได้มีพระอาการประชวร ทรงนำน้ำในบ่อแห่งนี้มาดื่มและอาบ ทำให้ทรงหายจากพระอาการประชวร จึงโปรดให้ข้าราชบริพารนำก้อนอิฐมาล้อมรอบตาน้ำ และได้นำน้ำในบ่อมาประกอบพิธีสร้างพระเจ้าทองทิพย์เพื่อเป็นอนุสรณ์ และบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ยังได้รับการกำหนดให้เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนำไปประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน 📌 ถนนมหายศ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน https://maps.app.goo.gl/yFmSVqV35TFzAxk6A 📌 วัดพญาวัด แต่เดิมบริเวณที่ตั้งวัดเป็นเขตศูนย์กลางเมืองน่านในสมัยที่ย้ายเมืองจากพระบรมธาตุแช่แห้ง มาตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน “พระเจ้าฝนแสนห่า” หรือ “พระเจ้าสายฝน” ซึ่งชาวเมืองน่านเคยนำมาแห่ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล และยังมีธรรมาสน์แกะสลัก ฝีมือช่างเมืองน่านที่เก่าที่สุดเท่าที่เคยพบ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยเจ้าอัตถวรปัญโญ ราวครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 24 ด้านหลังพระอุโบสถ มีพระเจดีย์สร้างด้วยศิลาแลงในสมัยพระนางจามเทวี ลักษณะคล้ายเจดีย์กู่กุด จังหวัดลำพูน เป็นทรงซุ้มสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 5 ชั้น แต่ละชั้นประดิษฐานพระพุทธรูปยืน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัย เหมือนกับสถูปเจดีย์วัดมหาธาตุจังหวัดสุโขทัย ยอดซุ้มก่ออิฐวงโค้งเป็นรูปแบบการก่อสร้างสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งนครเชียงใหม่แสดงให้เห็นว่ามีการบูรณะในสมัยนั้น ซึ่งเป็นสมัยที่อิทธิพลของศิลปะเชียงใหม่ได้เข้ามาแทนที่ศิลปะสุโขทัยแล้ว 📌 บ้านพญาวัด ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน https://maps.app.goo.gl/BSaXFLbJLMP5QUpZA 📌 วัดพระธาตุเขาน้อย วัดตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย มีองค์พระธาตุเจดีย์ ซึ่งสร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ ศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารก็สร้างในสมัยนี้เช่นกัน นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่านจากบริเวณลานชมทิวทัศน์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน เป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่รัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 📌 ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน https://maps.app.goo.gl/UskDo4t659tzUxnZA 📌 วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง วัดนี้แม้จะตั้งอยู่ในเขตอำเภอภูเพียง ไม่ใช่อำเภอเมืองน่าน แต่ก็อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ในบริเวณที่เคยเป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิมหลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระธาตุแช่แห้งสร้างในสมัยพญาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่าน พ.ศ. 1869-1902) เพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทองที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) เมื่อครั้งที่พญาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัย ในปัจจุบัน) เมื่อปี พ.ศ. 1897 พระบรมธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีของผู้ที่เกิดปีเถาะ องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค ชาวล้านนาเชื่อว่าหากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิด จะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง 📌 ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน https://maps.app.goo.gl/FdSe4V6aH5FvzveH8

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
ดอยเสมอดาว น่าน
25 เม.ย. 2567

ดอยเสมอดาว น่าน

ดอยเสมอดาว น่าน น่าน / By เพื่อนร่วมทาง / 25/04/2024 ดอยเสมอดาว สวยในทุกฤดู…ประโยคนี้ไม่เกินจริงค่ะ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องมาหลาย ๆ ครั้งเพราะที่นี่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ดอยเสมอดาวถึงแม้จะไม่ใช่จุดที่สูงที่สุด แต่ขึ้นชื่อในเรื่องของวิวที่สวยงามและเป็นสถานที่ที่มองเห็นดาว ได้ชัดเจนที่สุดอีกจุดหนึ่งของประเทศไทยเลย ความสุขในทริปนี้ ไม่ใช่แค่การได้เดินทาง แต่อยู่ที่ว่าเราไปกับใคร จะเป็นกลุ่มเพื่อน หรือครอบครัว ไปกางเต็นท์นอนนับดาวยามค่ำคืน ชมทะเลหมอกยามเช้า บนดอยเสมอดาวยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยงามได้อีกด้วย ใครสายถ่ายรูป ต้องชอบแน่นอนเพราะอาจจะได้เห็นทางช้างเผือกด้วยนะ ในบริเวณเดียวกันยังมี “ผาหัวสิงห์” หน้าผามีรูปร่างหมือนสิงโตนอนหมอบหันหน้าไปทางทิศตะวันออก จุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ได้ 360 องศาเลยค่ะ แต่ปัจจุบันไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเพราะอาจเกิดอันตรายได้ เพื่อน ๆ ยืนชมอยู่ไกล ๆ กันนะคะ ดอยเสมอดาวเป็นดอยที่มีการเดินทางสะดวก ไม่ต้องปีนป่าย นักท่องเที่ยวสามารถนำรถเข้าไปจอดบริเวณที่ลาดจอดใกล้กับจุดกางเต็นท์ดอยเสมอดาวได้เลย ใครไปมาแล้ว เอารูปสวย ๆ มาอวดบัดดี้กันได้นะคะ อัตราค่าบริการ – ลานกางเต็นท์: คนละ 30 บาท คน/คืน (ดอยเสมอดาว, ผาชู้) – ค่าเช่าเต็นท์อุทยาน/เต็นท์โดม: เริ่มต้นที่ 270 บาท นอนได้สูงสุด 3 คน – บ้านพัก อยู่ที่ดอยผาชู้: เริ่มต้นที่ 1,000 บาท วันธรรมดาลด 30% บ้านสำหรับ 6 คนนอน และ 2 คนนอน สามารถติดต่อจองล่วงหน้าได้โดยตรง หรือหากเพื่อน ๆ มีเต็นท์อยู่แล้ว สามารถจองพื้นที่กางเต็นท์ได้ในระบบจองบ้านพักออนไลน์ และ Walk in ได้เลยค่ะ เว็บไซต์ https://nps.dnp.go.th ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 09 3242 2914 https://web.facebook.com/profile.php?id=100093421155533 https://goo.gl/maps/Ya3oE6tULZ42

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
🌸พิกัดสุดปัง ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง🌸
5 ม.ค. 2566

🌸พิกัดสุดปัง ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง🌸

🌸พิกัดสุดปัง ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง🌸 น่าน , เชียงใหม่ , เลย , แนะนำการท่องเที่ยว / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 05/01/2023 พิ่งผ่านปีใหม่มาไม่นาน วันนี้ขอยกให้คอนเทนต์นี้ให้มีแต่สีชมพู…สำหรับช่วงนี้ยังมีลมหนาว พัดเย็นสบาย ๆ ทำให้ดอกไม้สีชมพูอย่าง นางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ใครที่รอคอยความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบาน เตรียมแพ็กกระเป๋าไปชมกันได้แล้วนะคะ แต่ขอบอกว่าต้องรีบไปนะ เพราะสวยเกินต้านแบบนี้ #ดอกนางพญาเสือโคร่ง มีกำหนดบานที่ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในพื้นที่นั้น ๆ แนะนำให้เช็กข้อมูลอีกครั้งก่อนเดินทางนะคะ จะมีที่ไหนบ้างดูกันเลย 😃👇 สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง (ดอยอ่างขาง) อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ 📞 0 5396 9476 ⏰ บานแล้ว 80% บานเต็มที่ถึงปลายเดือนมกราคม 🌐 https://goo.gl/maps/yRndrw9XX46f74rh7 สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 📞 0 5394 4052, 0 5322 2014 ⏰ บานแล้วประมาณ 10-15% คาดว่าจะบานเต็มที่ช่วงกลางเดือนมกราคม-ปลายเดือนมกราคม 🌐 https://goo.gl/maps/95m42LuxVQWxi6iV9 ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ⏰ บานแล้วประมาณ 10% คาดว่าจะบานเต็มที่ช่วงกลางเดือนมกราคม-ปลายเดือนมกราคม 📞 09 8111 8478 🌐 https://goo.gl/maps/goicejg41mhrLfeB6 อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 📞 0 5321 0244 ⏰ บานแล้วประมาณ 10% คาดว่าจะบานเต็มที่ช่วงกลางเดือนมกราคม 🌐 https://goo.gl/maps/UXPzNZUkfEg5qD8SA ภูลมโล บ้านกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 📞 06 2557 0912 ⏰ บานแล้วประมาณ 10% คาดว่าจะบานเต็มที่ช่วงกลางเดือนมกราคม- กลางเดือนกุมภาพันธ์ 🌐 https://goo.gl/maps/LuEHYm5h6e7bMrQ97 สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน อุทยานแห่งชาติขุนสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 📞 08 7173 9549, 09 5148 1645 ⏰ บานแล้วประมาณ 10% 🌐 https://goo.gl/maps/LjcF4bbGxgz1HKsX9 ข้อมูล ณ วันที่ 5 มกราคม 2565

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
📷
13 ม.ค. 2565

Road of the Dragon : น่าน

Road of the Dragon : น่าน น่าน / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 13/01/2022 ถนนคดเคี้ยวผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่าแห่งเมืองปัว จังหวัดน่าน เปรียบได้กับสันหลังมังกรที่ทอดยาวจากอำเภอปัวสู่ดอยภูคาจรดอำเภอบ่อเกลือ ระยะทางร่วม 45 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากเมืองสู่ขุนเขา นักเดินทางมากมายคล้ายต้องมนต์สะกด ยามเมื่อได้ขับรถยลโฉมทิวทัศน์ในยามเช้าและแวะสัมผัสวิถีชุมชนบ่อเกลือในยามบ่าย รวมถึงยอดดอยภูคาในยามเย็น ท่ามกลางฉากขุนเขากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เรื่องราวระหว่างทางเปลี่ยนไปตามบริบทที่พบเจอ ถนนเส้นนี้จะพาเราไปพบประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ซ้ำกับการเดินทางในครั้งไหน ๆ โดยมีผืนป่า ……………….. สามารถรับชมผ่าน Youtube ได้ที่ ภาษาไทย : https://youtu.be/NdhQBTg7BN4 English Language: https://youtu.be/XOpNea-9o3k

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม