Loading Logo
เลย

เลย

บทความท่องเที่ยว

พบ 5 รายการ
ภูหลวง … สวนสวรรค์แดนอีสาน
7 มี.ค. 2568

ภูหลวง … สวนสวรรค์แดนอีสาน

ภูหลวง … สวนสวรรค์แดนอีสาน Loei , ที่เที่ยวภาคอิสาน , เลย / By เพื่อนร่วมทาง / Loei , Travelling , ภูหลวง , สถานที่ท่องเที่ยว , เลย / 07/03/2025 บัดดี้พาไปเดินป่าที่ได้รับการกล่าวขานว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน “ภูหลวง” อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย “ภูหลวง” มีความหมายว่า “ภูเขาที่สูงใหญ่” มีพื้นที่ประมาณ 530,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอภูหลวง อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูเรือ และอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ได้รับการประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2517 ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงชัน มีความสูง 400 -1,571 เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกเขาด้านตะวันออกมีที่ราบบนสันเขา (หลังแป) ส่วนด้านตะวันตกเป็นภูเขาสูงซันสลับซับซ้อนเป็นลูกคลื่น ส่วนภูเขาทางทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันลาดลงสู่ทิศตะวันตก เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเลยและแม่น้ำป่าสัก ทริปนี้เป็นการเดินป่าระยะสั้นในเส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ระยะทางเดิน 1.8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินแบบไม่รีบร้อนประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งแบบเช้าไปเย็นกลับและค้างแรม ความสวยงามของธรรมชาติบนเส้นทางนี้ ทำให้รู้สึกราวกับว่ากำลังเดินเล่นอยู่ในสวนสวรรค์ ลักษณะภูมิอากาศ เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและที่ราบสูง จึงมีอากาศหนาวเย็นกว่าพื้นที่อื่น ๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 24 องศาเซลเชียส ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ส่วนฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ย 4-6 องศาเซลเซียส ฤดูกาลที่เหมาะกับการท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติชมพรรณไม้บนภูหลวง คือ เดือนพฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคม โดยช่วงปลายธันวาคม-กลางมกราคม จะได้ชมใบเมเปิ้ลสีแดง ช่วงมกราคม-มีนาคม เป็นช่วงที่กุหลาบแดงและกุหลาบขาวบานสะพรั่ง รวมทั้งกล้วยไม้ป่านานาชนิด ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ตั้งอยู่ตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย พิกัด: https://maps.app.goo.gl/z7G7LiUJeb5ZHdBr7 จุดท่องเที่ยวหลักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง คือ “หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา” ซึ่งตั้งอยู่กลางป่า ห่างจากที่ทำการเขตฯ ประมาณ 14 กิโลเมตร พิกัด: https://maps.app.goo.gl/3cZdZvS7YLaooMVF7 ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงได้ที่ Facebook: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง-จังหวัดเลย 06 4024 0743 การเดินทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จากถนนสายหลัก คือ ทางหลวงหมายเลข 203 (ภูเรือ-เลย) ใช้เส้นทางฝั่งมุ่งหน้าไปตัวเมืองเลย ประมาณ 17 กิโลเมตร ถึงสามแยกโรงเรียนบ้านสานตม ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยด้านข้างโรงเรียน คือ ทางหลวงชนบท ลย. 2023 ตรงไปประมาณ 12 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง นักท่องเที่ยวต้องชำระค่าธรรมเนียมเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ณ ด่านตรวจบริเวณหน้าที่ทำการเขตฯ อัตราค่าธรรมเนียมเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท รถยนต์สี่ล้อ 60 บาท รถยนต์หกล้อ 100 บาท จักรยานยนต์ 30 บาท ด่านจะเปิดให้รถขึ้นไปบนภูหลวงได้ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป และด่านจะปิดไม่ให้รถขึ้นลงภูหลวงในเวลา 16.00 น. ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จากอันตรายของสัตว์ป่าที่ออกหากินในช่วงเวลาเย็นจนถึงรุ่งเช้า จากด่านหน้าที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ขับรถขึ้นเขาไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร ถึงหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของภูหลวง ตั้งแต่ปากทางถนนสายหลักจนถึงหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา ลักษณะถนนเป็นถนนลาดยางรถสวนกันสองเลน ช่วงจากด่านไปจนถึงโคกนกกระบาเป็นทางขึ้นเขา มีโค้งบ้าง แต่ไม่ค่อยชัน รถยนต์ทุกชนิดสามารถเดินทางได้ แนะนำไม่ควรขับรถเร็ว เพราะอาจมีสัตว์ป่าข้ามถนนได้ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา เมื่อเดินทางมาถึง แนะนำให้มาติดต่อลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ก่อน ที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่พาเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้น เป็นกลุ่ม ๆ ละไม่เกิน 10 คน ต่อเจ้าหน้าที่ 1 คน ไม่เสียค่าใช้จ่าย บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ณ หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา มีร้านอาหารให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เป็นอาหารตามสั่งแบบจานเดียว และมีเครื่องดื่มกับขนมขบเคี้ยวจำหน่าย ส่วนบริเวณลานจอดรถ กว้างขวาง และบริเวณนี้ยังเป็นจุดชมกุหลาบแดงบานอีกจุดหนึ่งด้วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง มีบ้านพักรองรับนักท่องเที่ยวสำหรับค้างแรมอยู่หลายหลัง ณ หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา แต่ไม่อนุญาตให้กางเต็นท์พักแรม ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจากสัตว์ป่าในยามค่ำคืน ในกรณีต้องการค้างแรม ต้องสำรองบ้านพักล่วงหน้าในช่องทาง Message ของ Facebook page เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง-จังหวัดเลย รวมทั้งในกรณีที่ต้องการเข้าไปท่องเที่ยวเดินป่าศึกษาธรรมชาติในเขตหน่วยพิทักษ์ป่าหน่วยอื่น ๆ แบบระยะไกล ก็ต้องทำเรื่องขออนุญาตเข้าพื้นที่เช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่จะส่งรายละเอียดขั้นตอนการขออนุญาตต่าง ๆ ให้ในช่องทาง Message ของ Facebook page หรือ โทร. 06 4024 0743 ส่วนการเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้น เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยัน ไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า สามารถ walk in มาลงทะเบียนเที่ยวชมที่หน่วยพิทักษ์โคกนกกระบาได้เลย ณ หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง ได้แก่ 1. เส้นทางศึกษาธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติ ระยะทาง 1 กิโลเมตร 2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยัน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร 3. เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาเสด็จ ระยะทาง 11.8 กิโลเมตร พวกเราเลือกเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยัน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ใจดีพาเดินชม แนะนำพืชพรรณต่าง ๆ เป็นความรู้ที่ดีมาก ๆ เส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยัน ลักษณะเส้นทางเป็นทางราบเกือบตลอดทาง เดินผ่านป่าโปร่งที่มีต้นไม้ไม่สูงและทึบจนเกินไป แต่ไปเดินป่าช่วงฤดูหนาว แม้จะเจอแดดแต่อากาศก็เย็นสบาย อุปกรณ์ที่ควรมีเมื่อเดินป่า ได้แก่ – หมวกกันแดด – เสื้อแขน กางเกงขายาว เพื่อป้องกันโดนกิ่งไม้ขีดข่วน – รองเท้าที่ดอกยางลึกกันลื่น กระชับข้อเท้า และใส่แล้วรู้สึกเดินสบาย – น้ำดื่ม – ยารักษาโรคประจำตัว – อุปกรณ์ถ่ายภาพ เช่น กล้องหรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อเก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติ เริ่มเดินเข้าป่าได้ไม่ไกล เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ชี้ชวนให้ชมต้นไม้และดอกไม้ป่าหายากนานาชนิด เช่น – หญ้าขนตาช้าง หรือแส้ม้าฮ่อ (Dapsilanthus disjunctus (Mast.)) – กล้วยไม้ดิน (Ground orchid or Spathoglottis) ดอกเล็ก ๆ สีสวยน่ารักมาก – เอื้องสร้อยระย้า (Otochilus fuscus Lindl.) เป็นกล้วยไม้ขึ้นอยู่ตามคบไม้ แต่ตอนที่ไปยังไม่ออกดอก – ข้าวตอกฤาษี (Sphagnum spp.) เป็นพืชตระกูลมอสที่มีอายุหลายปี มักขึ้นปกคลุมดินและเปลือกไม้ ในบริเวณที่มีอากาศเย็นและความชื้นสูง – ดอกหรีด หรือกอลักษณา (Gentiana nudicaulis Kurz subsp. Lakshnakarae (Kerr) Halda) พันธุ์ไม้หายาก ในประเทศไทยพบได้บนภูเขาสูงในภาคอีสาน เช่น ภูหลวง ภูกระดึง ภูหินร่องกล้า – เอื้องสำเภางาม (Cymbidium insigne) กล้วยไม้ดินขนาดใหญ่ ในประเทศไทยพบได้ที่ภูหลวงและภูกระดึง – เหง้าน้ำทิพย์ (Agapetes saxicola Craib) เป็นไม้พุ่มอิงอาศัย พบทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นตามคบไม้หรือก้อนหิน ในป่าดิบเขา ความสูง 1200–1500 เมตร – รองเท้านารีอินทนนท์ (Paphiopedilum villosum (Lindl.) Stein) เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย พบตามป่าดิบเขา ที่ระดับความสูง 1,200-1,500 เมตร ทางภาคเหนือและภาคอีสานของไทย – เอื้องตาเหิน (Dendrobium infundibulum) เป็นกล้วยไม้ชนิดหนึ่ง ดอกสีขาว ที่กลีบปากมีเส้นสีส้ม ดอกมีกลิ่นหอม ในประเทศไทยพบที่เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน เลย และสงขลา – เอื้องพลายงาม (Pleione maculata Lindl.) เป็นกล้วยไม้ที่มักขึ้นตามซอกหิน พบในป่าดิบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เป็นกล้วยไม้หายาก – สิงโตขยุกขยุย (Bulbophyllum dayanum Rchb.f.) เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ขึ้นตามคบไม้ในป่าดิบชื้นและป่าดิบเขา ที่ระดับความสูง 500–1300 เมตร กลีบเลี้ยงสีเขียวอมน้ำตาลแดงหรือม่วง ขอบมีขนครุยสีเหลือง ในประเทศไทยทางภาคเหนือพบที่พิษณุโลก ภาคอีสานพบที่เลย ภาคตะวันออกพบที่ตราด ภาคใต้พบที่ระนองและกระบี่ – ก๊อกมอง หรือสะเม็ก (Agapetes lobbii C.B.Clarke) ไม้พุ่มอิงอาศัย เกาะตามลำต้นของต้นไม้ใหญ่ ดอกออกเป็นช่อยาว เมื่อดอกบานจะคว่ำลงสู่พื้นคล้ายรูประฆัง เป็นไม้หายาก พบได้ทางภาคเหนือและภาคอีสานของไทย ขึ้นในป่าดิบเขาที่ค่อนข้างโปร่งและมีอากาศเย็นตลอดปี ที่ระดับความสูง 1,100-2,300 เมตร – หินนกกระบา เป็นก้อนหินตามธรรมชาติที่ผ่านการกัดกร่อนของลม แดด และน้ำฝน จนมีรูปทรงคล้ายนกกระบา – เอนอ้าขน หรือโคลงเคลงหิน (Osbeckia stellata Buch.-Ham. ex Ker Gawl. (Melastomataceae)) เป็น ไม้พุ่ม ดอกออกเป็นช่อ กลีบดอกสีม่วง เกสรสีเหลืองสด – กล้วยไม้ตระกูลสิงโต ขึ้นปกคลุมเต็มก้อนหินขนาดใหญ่ บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของภูหลวง กุหลาบขาว หรือกุหลาบพันปีสีขาว (Rhododendron ciliicalyx Franch.) ไม้พุ่ม ดอกสีขาว ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือและภาคอีสาน ขึ้นตามป่าสนเขาหรือที่โล่งบนเขาหินปูน ที่ระดับความสูง 1,000-2,200 เมตร เช่น ภูหลวง ดอยอินทนนท์ เป็นต้น *ตอนที่เราไปดอกยังตูมอยู่ตามรูปซ้าย เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่าจะบานช่วงเดือนกุมภาพันธ์ รูปด้านขวา เป็นรูปกุหลาบขาวที่บานแล้ว (ขอบคุณรูปจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ) ในรูปนี้มีทั้งเฟิร์นใบสีส้ม กล้วยไม้ตระกูลสิงโต และข้าวตอกฤาษี เป็นสีสันอันสวยงามของผืนป่า สำหรับผู้หลงใหลในความงดงามของกล้วยไม้ป่า มาเดินชมธรรมชาติที่ภูหลวงรับรองว่าไม่ผิดหวัง เมื่อเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติมาจนใกล้จะถึงจุดสิ้นสุด จะพบกับดงเมเปิ้ล เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า บนภูหลวงใบเมเปิ้ลมักจะเป็นสีแดงช่วงปีใหม่เรื่อยไปจนกลางเดือนมกราคม “เมเปิ้ล” หรือ “ก่วมแดง” (Maple or Acer calcaratum Gagnep.) เป็นไม้ยืนต้น พบบนเขาสูงที่มีอากาศเย็นทางภาคเหนือและภาคอีสานของไทย เช่น เชียงใหม่ เลย เป็นต้น ในช่วงฤดูหนาวจะเปลี่ยนสีใบจากเขียวเป็นสีแดง หรือสีส้มอมแดง และจะผลัดใบร่วงสู่พื้นในระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ทางเดินในช่วงสุดท้ายจะเดินเลาะเลียบแนวหน้าผา มีลานชมทิวทัศน์ มองเห็นภูเขาและผืนป่าเขียวขจี “เรือนประทับแรมโคกนกกระบา” เมื่อเดินมาถึงที่นี่ แสดงว่าสิ้นสุดเส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยันแล้ว เดินไปทางป้ายบอกทางออกอีกไม่ไกลจะไปเจอศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ไฮไลต์เด่นบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวโคกนกกระบา คือ ดงกุหลาบแดง บนภูหลวง กุหลาบแดงจะเริ่มบานตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม-เดือนมีนาคม “กุหลาบแดง” หรือ “กุหลาบพันปีดอกแดง” (Rhododendron simsii Planch.) เป็นไม้พุ่ม ดอกสีแดงแกมส้ม ในประเทศไทยพบได้ทางภาคเหนือและภาคอีสาน ที่ระดับความสูง 1,000-2,200 เมตร เช่น ภูหลวง ดอยอินทนนท์ ดอยม่อนจอง เป็นต้น การเดินศึกษาธรรมชาติ ณ หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา เขตรักษาพันธุ์ป่าภูหลวง ใช้เวลาตั้งแต่ครึ่งวันจนถึงทั้งวัน แล้วแต่ว่าจะเลือกเดินเส้นไหน ปกติเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้เริ่มเข้าพื้นที่ตั้งแต่ 08.30 น. และจะพยายามให้นักท่องเที่ยวกลับลงภูประมาณ 15.00-16.00 น. ฉะนั้นนักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางให้ดี คำแนะนำและข้อควรปฏิบัติในขณะการเดินป่า – ไม่เดินออกนอกเส้นทาง อาจได้รับอันตรายและพลัดหลงได้ – ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ – ไม่เด็ด ถอน ขีดเขียน หรือทำลายต้นไม้พืชพรรณธรรมชาติ – ไม่ทิ้งขยะตลอดเส้นทาง – ไม่ส่งเสียงดังรบกวนธรรมชาติและเพื่อนนักเดินป่าร่วมเส้นทาง – หากรู้สึกเหนื่อย หายใจหอบ หน้ามืด ให้หยุดพักร่างกาย จิบน้ำ จนรู้สึกดีขึ้นค่อยออกเดินต่อ

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
ตักบาตรข้าวเหนียว 📌 ถนนข้าวเหนียว อ.เชียงคาน จ.เลย🙏
28 ธ.ค. 2566

ตักบาตรข้าวเหนียว 📌 ถนนข้าวเหนียว อ.เชียงคาน จ.เลย🙏

ตักบาตรข้าวเหนียว 📌 ถนนข้าวเหนียว อ.เชียงคาน จ.เลย🙏 เลย / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 28/12/2023 บัดดี้มีกิจกรรมมาฝาก หากใครไปเที่ยวที่ เชียงคาน และอยากหาอะไรทำให้สบายใจ บัดดี้มีหนึ่งกิจกรรมแนะนำ นั่นก็คือการตักบาตรข้าวเหนียวที่ถนนชายโขง ตักบาตรข้าวเหนียว เป็นประเพณีที่ชาวเมืองเชียงคานทำกันมาอย่างยาวนาน เวลาที่เหมาะสมในการมาตักบาตรข้าวเหนียวคือ 05.30-07.00 น. ซึ่งในทุกเช้า จะมีชาวบ้านมาปูเสื่อจับจองพื้นที่ใส่บาตรไปตลอดแนวถนนชายโขง ในอดีตคนเชียงคานจะหยิบข้าวเหนียวขึ้นมาให้พอดีคำโดยไม่ต้องปั้นเป็นก้อนแล้วใส่ลงไปในบาตร ซึ่งจะใส่เฉพาะข้าวเท่านั้น หลังจากที่พระบิณฑบาตเสร็จแล้ว ชาวบ้านถึงจะนำกับข้าวที่ทำเสร็จใหม่ ๆ เดินตามไปจัด “จังหัน” ต่อที่วัด ซึ่งก็คือการตักอาหารใส่ถ้วยเล็ก ๆ แล้วนำไปวางบนถาดกลมลักษณะคล้ายขันโตกทางภาคเหนือ แยกไว้เป็นสำรับเพื่อให้พระแต่ละรูปได้ฉัน แต่ปัจจุบันสามารถใส่ข้าวเหนียวและกับข้าวลงในบาตรพร้อมกันได้เลยเพื่อความสะดวกนั่นเอง หากเพื่อน ๆ ไปเที่ยวเชียงคานแล้วสนใจอยากตักบาตรข้าวเหนียว สามารถติดต่อสอบถามจากทางที่พักที่เราเข้าพักได้เลย เพราะส่วนมากที่พักจะเตรียมของสำหรับการตักบาตรให้นักท่องเที่ยวที่มาพักอยู่แล้ว เพื่อน ๆ แค่เตรียมตัวและเตรียมใจตื่นเช้าก็พอ แต่รับรองได้เลยว่าหากได้ตักบาตรข้าวเหนียวแล้ว อิ่มบุญ อิ่มใจแน่นอน . ถนนชายโขง อ.เชียงคาน จ.เลย https://maps.app.goo.gl/tGLjCQQJt1a8q9V27

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
✨เชียงคาน : เลย✨
28 ก.ค. 2566

✨เชียงคาน : เลย✨

✨เชียงคาน : เลย✨ เลย / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว , อาหารท้องถิ่น / 28/07/2023 การเดินทางครั้งนี้ บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวชม เชียงคาน จังหวัดเลย จังหวัดที่ใคร ๆ ก็บอกว่าต้องมาหน้าหนาว เพราะบรรยากาศจะดีมาก ๆ ซึ่งความจริงแล้วจังหวัดเลย เป็นจังหวัดที่มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีต้นไม้ ทิวเขาน้อยใหญ่อยู่ทั่วไปทั้งจังหวัด รอบ ๆ คงมีแต่สีเขียวตลอดสองข้างทาง เผลอ ๆ หากฝนตก อาจจะมีหมอกให้ชมกันบ้าง ว่าแล้วก็ไปชมกันเลย 💚 ทริปนี้ บัดดี้ตั้งใจมาพักที่เชียงคาน 2 คืน เพราะอยากมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น และไม่ต้องรีบเที่ยวจนเกินไป จึงเลือกเดินทางโดยเครื่องบินจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ลงที่ท่าอากาศยานเลย ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงนิด ๆ จากนั้น เช่ารถขับจากสนามบินมุ่งหน้าไปอำเภอเชียงคาน เดินทางอีก 1 ชั่วโมง โดยหมุดหมายของวันแรก อยู่ที่ถนนคนเดินเชียงคาน ส่วนเพื่อน ๆ ที่ต้องการเดินทางด้วยวิธีอื่น ๆ สามารถเดินทางได้ดังนี้ จากท่าอากาศยานเลย สามารถใช้บริการแท็กซี่หรือรถสามล้อไปที่ บขส. แล้วขึ้นรถบัสของนครชัยขนส่ง เพื่อเดินทางไปอำเภอเชียงคาน ใช้เวลาเดินทางราว ๆ 40 นาที (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นครชัยขนส่ง สำนักงานเลย โทร. 0 4286 2036) และอีกวิธีคือนั่งรถสองแถวจาก บขส. ไปอำเภอเชียงคาน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วเดินทางท่องเที่ยวในอำเภอเชียงคานด้วยรถสามล้อได้เลย หลัก ๆ รถจะจอดอยู่ที่บริเวณวัดท่าคก มีบริการแบบแพ็กเกจด้วยนะ นอกจากนี้ เพื่อน ๆ ยังสามารถนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯ มาถึงอำเภอเชียงคานได้เลยเช่นกัน โดยสามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 มีหลายบริษัทให้เลือก นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเชียงคานส่วนใหญ่ นิยมมาพักค้างแรมบริเวณถนนคนเดินเชียงคาน เพราะมีที่พักให้บริการจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นที่พักเล็ก ๆ ห้องพักไม่เยอะ และยังมีบรรยากาศดี ใกล้แหล่งของกิน เดินทางสะดวกด้วย แต่แนะนำให้จองล่วงหน้านะ เพราะที่พักจะเต็มเร็ว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลและช่วงหยุดยาว เริ่มต้นทริปในเช้าวันถัดมา ก่อนจะไปเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ บัดดี้จะพามาชมความคลาสสิกย่านถนนคนเดินเชียงคานยามเช้า อิ่มอร่อยด้วยอาหารถิ่นอีสาน และใส่บาตรข้าวเหนียว กิจกรรมดี ๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมตื่นมาทำบุญกัน บริเวณนี้ก็จะมีชุดใส่บาตรขายด้วยนะ เวลาที่พระสงฆ์ออกบิณฑบาต ไม่มีเวลาที่แน่นอน โดยส่วนมากท่านจะมาในช่วงรุ่งสาง หากเป็นช่วงหน้าหนาวก็จะออกมาช้ากว่าเวลาปกติเล็กน้อย อย่างที่บอกไปว่าที่นี่มีอากาศค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปี ตื่นเช้ามาแบบนี้ก็อยากกินอะไรร้อน ๆ เสริมภูมิให้ร่างกาย เติมพลังก่อนไปเที่ยว ที่ถนนคนเดินเชียงคาน มีร้านขายอาหารตอนเช้าหลายร้าน เช่น ข้าวเปียกเส้น ไข่กระทะ โจ๊ก เป็นต้น เอาล่ะ อิ่มอร่อยกับอาหารเช้ากันแล้ว ไปเที่ยวกันต่อ พาเพื่อน ๆ มาชมทัศนียภาพมุมสูงที่ภูทอก ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีโทรคมนาคมเชียงคาน อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก และสามารถชมทะเลหมอกที่สวยอีกแห่งในเชียงคาน ที่สำคัญ สามารถมองเห็นวิวเขา แม่น้ำโขง และแก่งคุดคู้ได้อีกด้วย มาเที่ยวบนภูทอกบอกเลยว่าคุ้มแน่นอน ขึ้นภูทอก เบิ่งแก่งคุดคู้และแม่น้ำโขงได้แบบนี้เลย OLYMPUS DIGITAL CAMERA เส้นทางขึ้นไปบนภูทอกนั้นค่อนข้างแคบและชัน ทางสถานที่จึงไม่อนุญาตให้นำรถขึ้นไปเอง ให้ใช้บริการรถของสถานที่โดยมีเจ้าหน้าที่ขับขึ้นไปยังภูทอก เพื่อน ๆ สามารถนำรถยนต์จอดไว้ที่ลานจอดด้านล่าง รถจะวิ่งเวียนมารับมาส่งคนอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ หากไม่มีรถจอดคอยอยู่ด้านบนภูทอก สามารถโทรให้เจ้าหน้าที่นำรถขึ้นมารับได้ มีป้ายที่ระบุเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ติดไว้ ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เปิดเวลา 05.00-18.00 น. อัตราค่าบริการรถขึ้นภูทอกคนละ 40 บาท ค่าบำรุงสถานที่จอดรถคันละ 20 บาท 08 7858 3681 https://goo.gl/maps/DWPTsncZuDnqEhzr5 แวะสักการะรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน อยู่ห่างออกไปจากภูทอกประมาณ 10 กม. วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่หลายร้อยปี นับว่าเป็นวัดที่เก่าที่สุดในเชียงคานเลยก็ว่าได้ ในอดีตวัดพระพุทธบาทภูควายเงินเป็นวัดร้าง แต่มักจะมีพระธุดงค์เดินทางมาปักกลดบำเพ็ญเพียรอยู่เสมอ ที่สำคัญ ในบริเวณวัดยังมีรอยพระพุทธบาทปรากฏอยู่ภายใต้ซุ้มอิฐใหญ่ ในภาษาถิ่นจะเรียกสิ่งปลูกสร้างลักษณะนี้ว่า “อุบมุง” และกลายเป็นชื่อหมู่บ้านทางทิศตะวันออกของวัดคือ “บ้านอุมุง” ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่าอุบมุ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าอีกด้วยว่าที่บ้านอุมุง มีชาวนาคนหนึ่ง มักจะพาควายขึ้นมากินหญ้าบนภูเขาบริเวณวัด และเมื่อพระธุดงค์ผ่านมา ชาวนาผู้นี้ก็จะนำเอาอาหารมาถวายแก่พระธุดงค์เป็นประจำ ด้วยอานิสงส์แห่งการถวายทานนี้ ทำให้ชาวนาสามารถทำนาและขายข้าวได้เงินทุกปีจนร่ำรวย และเจ้าควายที่ช่วยไถนาปลูกข้าวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ชาวนาจึงเรียกควายตัวนี้ว่า “ควายเงิน” และนั่นก็เป็นที่มาของชื่อวัดพระพุทธบาทภูควายเงินแห่งนี้ ภายในวัดพระพุทธบาทภูควายเงิน ยังเลี้ยงกระต่ายอีกจำนวนมาก เพื่อน ๆ สามารถให้อาหารน้อง ๆ กันได้ ค่าอาหารกระต่ายถุงละ 10 บาท ชื่นชมความน่ารักของน้อง ๆ กันได้ แต่อย่าจับนะ ตำบลบุฮม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. https://goo.gl/maps/2KyMNJWW9AbX2dgb7 ระหว่างรอเวลาใกล้ค่ำ บัดดี้กลับมาเดินเล่นชมถนนคนเดินเชียงคาน และถนนเลียบแม่น้ำโขงเล่นชิล ๆ อีกรอบ หรือถ้าหากที่พักของใครมีจักรยานให้บริการ ก็สามารถยืมมาปั่นเล่นชมรอบ ๆ ได้ ชมบ้านเรือนสุดคลาสสิกที่ตั้งเรียงสองข้างทาง ใครเมื่อย ๆ แวะร้านนวดแผนไทยเพื่อพักผ่อนคลายเมื่อยกันได้ มีให้บริการหลายแห่ง แม่ ๆ ที่นี่นวดเก่งมาก ระหว่างเดินเที่ยวบนถนนชายโขงไปเรื่อย ๆ บัดดี้เดินมาเจอกระทงชนิดหนึ่ง เรียกว่า “ผาสาด” เป็นทรงสี่เหลี่ยม ทำจากกาบกล้วย ประดับกรวยใบตอง ดอกไม้ที่ทำจากขี้ผึ้ง ใช้ในการประกอบพิธี “ผาสาดลอยเคราะห์” พิธีกรรมนี้เป็นพิธีกรรมเก่าแก่ นิยมทำในช่วงเทศกาลงานบุญ โดยเฉพาะในช่วงวันออกพรรษาของทุก ๆ ปี เป็นความเชื่อของที่นี่ตั้งแต่โบราณว่า หากใครที่พบเจอเรื่องไม่ดี เจ็บไข้ได้ป่วย หรือประสบเคราะห์ร้าย จะนำผาสาดไปลอยในแม่น้ำโขง เพื่อลอยสิ่งไม่ดีทิ้งไป และห้ามหันไปมองผาสาด เพราะจะถือว่าเป็นการอาลัยอาวรณ์กับทุกข์โศก และเคราะห์กรรม การมาเชียงคานในครั้งนี้ นอกจากจะได้ชมความงามของธรรมชาติและชุมชนน่ารัก ๆ แล้ว ยังได้รู้จักและเห็นวิถีชีวิตของที่นี่มากขึ้นด้วย ถนนคนเดินเชียงคาน มีระยะทางรวม 1.5 กม. มีซอยเดินทะลุไปถนนเลียบแม่น้ำโขงอยู่หลายซอย เดินรับลมชมวิวแม่น้ำโขงและทัศนียภาพฝั่งลาว หรือจะถ่ายรูปเช็กอินกับจุดต่าง ๆ ก็ได้ มีมุมสวย ๆ ให้เลือกเยอะเลย ที่สำคัญ รอชมแสงเย็นบริเวณริมแม่น้ำโขงได้ด้วย บรรยากาศดีสุด ๆ ถึงเวลาตะลุยกินบนถิ่นชื่อดังของเชียงคาน ที่ถนนคนเดินเชียงคานมีร้านค้าร้านอาหารมากมายเปิดให้บริการทุกวัน และจะมีร้านเปิดเยอะมากในช่วงวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ อาหารก็มีหลากหลายประเภท ทั้งต้ม ตำ ยำ ทอด ของคาวหวาน สารพัดจานอร่อย ใครที่มาเชียงคาน 2 คืนแบบบัดดี้ แบ่งวันไว้เลือกกินของอร่อยได้เลย 😂 นอกจากจานเด็ดในย่านถนนคนเดินเชียงคานแล้ว บรรยากาศที่นี่ในยามค่ำคืนก็งดงามมาก แสงประดับประดาบนถนนและร้านต่าง ๆ ทำให้เชียงคานสว่างไสว เดินเที่ยวได้อย่างสนุกสนาน เพลิดเพลิน 📍 ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ⏰ เปิดทุกวัน แต่จะมีร้านค้าเปิดมากในช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ เริ่มตั้งร้านเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน 🌐 https://goo.gl/maps/g2vXCwPBGvTRb3RE6 เช้าวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ ไปสัมผัสบรรยากาศอีกแบบหนึ่งของสกายวอล์กพระใหญ่ภูคกงิ้ว ซึ่งโดยปกติแล้ว ที่นี่เป็นสถานที่เช็กอินสุดปังอีกแห่งของอำเภอเชียงคานและเป็นจุดชมวิวฝั่งลาวและพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมาก แต่ในช่วงนี้มีฝนตกตลอดเวลา หลาย ๆ คนอาจจะพลาดชมพระอาทิตย์ตกกันไป แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เราจะได้ชมนั่นก็คือหมอกขาวที่ประดับภูเขา อากาศเย็น ๆ และความชุ่มฉ่ำของฟ้าหลังฝน แค่คิดก็ฟินแล้ว OLYMPUS DIGITAL CAMERA ที่นี่มีจุดที่น่าสนใจ 2 จุด คือ เมื่อขึ้นมาบนเขาซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระใหญ่ภูคกงิ้ว หรือ พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ พระพุทธรูปปางประทานพร หันหน้าไปทางแม่น้ำโขง และอีกจุดหนึ่งคือสกายวอล์ก ที่มีการสร้างภายหลัง ตั้งอยู่ด้านหน้าของพระใหญ่ภูคกงิ้ว เป็นสะพานกระจกใสยาวกว่า 100 เมตร เป็นจุดที่เหมาะแก่การถ่ายรูป ชมวิวแม่น้ำโขง รวมทั้งชมวิวพระอาทิตย์ตก แต่บัดดี้มาในช่วงที่ฝนตก เลยมาช่วงเช้าเพื่อมชมหมอกและวิวสวย ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ที่ตั้งของสกายวอล์กเชียงคาน อยู่ใกล้ ๆ กับปากลำน้ำเหืองจรดกับแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นสายน้ำที่กั้นเขตแดนไทยและสปป.ลาว มองไปทางซ้ายของสกายวอล์ก จะเห็นเลยว่าเราอยู่ใกล้ฝั่งลาวมาก ๆ OLYMPUS DIGITAL CAMERA หากเพื่อน ๆ ที่ต้องการขึ้นมาบนภูคกงิ้ว ต้องนั่งรถสองแถวของสถานที่ขึ้นมาบนนี้ มีค่าบริการคนละ 20 บาท (ไป-กลับ) และค่ารองเท้าสำหรับเดินบนสกายวอล์กคนละ 30 บาท และอย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานที่ด้วยนะ ข้อแนะนำ หากสกายวอล์กเปียกน้ำ ให้รอเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดให้เรียบร้อยและไม่แนะนำให้เดินเข้าไป เพราะอาจจะลื่นได้ 📍 บ้านท่าดีหมี ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ⏰ เปิดทุกวันเวลา 06.00-18.00 น. 🌐 https://goo.gl/maps/pgFpguvnNjhwrAGF6

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
✨ ใช่เลย…เชียงคาน ✨
9 ก.พ. 2565

✨ ใช่เลย…เชียงคาน ✨

✨ ใช่เลย…เชียงคาน ✨ เลย / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 09/02/2022 เชียงคานเป็นเมืองเล็กที่น่ารัก มีทั้งบรรยากาศสุดชิลล์ริมแม่น้ำโขง มีทั้งทะเลหมอกที่ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็น ถึงแม้แอดจะเคยพาเพื่อน ๆ ไปชมเชียงคานกันอยู่บ่อย ๆ แต่สิ่งที่แตกต่างกันในครั้งนี้ คือบรรยากาศและผู้คนที่เริ่มกลับมาคึกคักและมีชีวิตชีวาหลังจากเงียบเหงาไปพักใหญ่ แอดรู้สึกได้เลยว่า นี่ล่ะ ใช่เลย…เชียงคานที่คิดถึง !! ใช่เลย…เชียงคาน สักการะพระใหญ่ เดินสกายวอล์คชมวิวแม่น้ำโขงที่ภูคกงิ้ว ช้อป ชิม ชิลล์ ที่ถนนคนเดินเชียงคาน ขึ้นภูดูทะเลหมอก ที่ภูทอก ภูคกงิ้ว หรือ พระใหญ่ภูคกงิ้ว สถานที่แรกที่แอดจะแนะนำ คือ ภูคกงิ้ว ตั้งอยู่ที่บ้านท่าดีหมี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดเลยก็ว่าได้ เพราะเพิ่งเปิดให้เที่ยวชมมาได้ประมาณ 3 ปี เป็นจุดที่เหมาะจะชมวิวสวย ๆ ของแม่น้ำโขง สร้างโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย และมีคณะกรรมการหมู่บ้านท่าดีหมีดูแล ด้านบนประดิษฐานพระใหญ่ภูคกงิ้ว หรือพระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ หันหน้าไปทางแม่น้ำโขง หลังจากสักการะพระใหญ่ภูคกงิ้วแล้ว ไฮไลต์ที่ต้องเช็คอินลำดับต่อไปก็คือ สกายวอล์คเชียงคาน อยู่ตรงด้านหน้าของพระใหญ่เลยล่ะ เป็นสะพานกระจกใสยาวกว่า 100 เมตร กว้างพอจะเดินสวนกันได้สบาย ๆ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 80 เมตร เป็นจุดที่เหมาะกับการถ่ายรูป ชมวิวแม่น้ำโขง รวมทั้งชมวิวพระอาทิตย์ตกอีกด้วย หรือถ้าจะมาเที่ยวช่วงเช้า บรรยากาศก็สวยไปอีกแบบ การเดินทางขึ้นไปภูคกงิ้ว ไม่อนุญาตให้ขับรถขึ้นไปเอง แต่จะมีรถสองแถวให้บริการ ราคาคนละ 60 บาท ราคานี้รวมค่ารองเท้าเหยียบกระจกกันลื่นบนสกายวอล์คด้วยค่ะ ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เปิดทุกวันเวลา 07.00-18.00 น. https://goo.gl/maps/78kTFoHKeiXoL4sbA ถนนคนเดินเชียงคาน ยามเย็นที่เชียงคานไม่มีอะไรสนุกเท่ากับการไปเดินเล่นที่ถนนคนเดินอีกแล้ว จริง ๆ ร้านค้าบางส่วนบนถนนคนเดินก็เปิดกันตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ แต่ช่วงที่คึกคักจริง ๆ คือช่วงเย็นไปจนค่ำ ที่ร้านรวงเปิดครบ ไฟถนนสว่างจ้า ผู้คนเดินกันขวักไขว่ บรรยากาศครึกครื้น ก่อนหน้านี้ ถนนคนเดินเชียงคานเงียบเหงาไปมาก เพราะสถานการณ์โควิด 19 แต่ตอนนี้ สถานการณ์ดีขึ้นมาก แอดได้เห็นทั้งพ่อค้าแม่ค้า ร้านรวงต่าง ๆ กลับมาเปิดกันแล้ว คึกคักมีชีวิตชีวาอีกครั้ง แอดเชื่อว่านักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ที่ไปเที่ยวเชียงคานก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน ถนนคนเดินเชียงคานยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ มีทั้งร้านอาหารที่น่าลิ้มลอง ที่พักชิค ๆ ร้านขายของฝาก เสื้อผ้าต่าง ๆ มาคราวนี้ แอดก็ยังช้อปเพลินเหมือนเดิมเลยละค่ะ : ) สายปั่นน่าจะชอบ เพราะที่เชียงคานมีเส้นทางปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำโขงให้เหล่านักปั่นได้เพลิดเพลิน เริ่มต้นจากถนนคนเดินเชียงคานยาวไปจนถึงแก่งคุดคู้ สามารถเช่าจักรยานได้จากร้านค้าหรือติดต่อกับที่พักได้เลย ราคาเริ่มต้น 50 บาท ปั่นได้ตั้งแต่เช้าจนถึงสามทุ่ม เพื่อน ๆ สามารถมาเที่ยวเชียงคานได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูกาลก็มีบรรยากาศที่แตกต่างกัน ฤดูหนาวก็จะมีหมอกเยอะ อากาศเย็นสบาย หรือในช่วงฤดูฝนเชียงคานก็จะสวย สงบเงียบไปอีกแบบค่ะ : ) ตำบลชายโขง อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เปิดทุกวัน เวลา 16.00-22.00 น. https://goo.gl/maps/zQn29Tw157ZsaYze7 ภูทอก อีกหนึ่งไฮไลท์ที่เชียงคานก็คือ การไปดูทะเลหมอกที่ภูทอก ถ้าเพื่อน ๆ ไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาว นอกจากจะต้องเตรียมตัวตื่นแต่เช้าตรู่แล้ว ยังต้องเตรียมชุดให้พร้อม เพราะช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิบนภูอยู่ที่ประมาณ 15-16 องศาเซียสเลยทีเดียว ภูทอกอยู่ห่างจากตัวอำเภอเชียงคานประมาณ 6 กิโลเมตร บนยอดภูทอก เราสามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา มองเห็นแม่น้ำโขงฝั่ง สปป.ลาว และภูเขาสลับซับซ้อน หากสภาพอากาศเหมาะ ๆ จะเห็นทะเลหมอกหนาแบบนี้เลยค่ะ แอดนี่ให้เต็มสิบไม่หัก!! แอดขอแนะนำว่าเป็นจุดที่นักล่าทะเลหมอกต้องไม่พลาด!! ช่วงเวลาแนะนำคือช่วงฤดูหนาว เพราะจะมีหมอกหนาที่สุด และอากาศเย็น การขึ้นไปยังภูทอก ต้องใช้บริการรถกระบะของชาวบ้าน นั่งได้ 7-8 คน ค่าบริการ คนละ 25 บาท ไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวขึ้นไปเพราะเส้นทางค่อนข้างชัน หากผู้ขับขี่ไม่ชำนาญการใช้เส้นทาง อาจจะไม่ปลอดภัย จุดซื้อบัตรจะอยู่บริเวณลานจอดรถ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้เราขึ้นรถตามหมายเลขคิวค่ะ ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เปิดทุกวันเวลา 05.00-18.00 น. https://goo.gl/maps/Tju5gH2ZsLMfwBxQ6

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
📷
6 ม.ค. 2565

Let the Adventure Begin : เลย

Let the Adventure Begin : เลย เลย / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 06/01/2022 สายฝนราวเดือนกรกฎาคมนำพาความชุ่มฉ่ำมาสู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย ฤดูแห่งความสดชื่นที่เวียนบรรจบ กระตุ้นให้เหล่านักเดินทางออกผจญภัยอีกครั้งเพื่อค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ระหว่างทางบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2195 ผ่านอำเภอท่าลี่ อำเภอนาแห้ว และอำเภอเชียงคาน เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติทั้งภูเขา น้ำตก และวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงของชาวจังหวัดเลย การผจญภัยครั้งนี้เปรียบเสมือนสมุดบันทึกการเดินทางที่จะพาเราไปพบเจอสิ่งใหม่ ๆ โดยมีม่านหมอกแห่งฤดูกาลช่วยสร้างบรรยากาศและเพิ่มมนต์เสน่ห์ให้เราได้เก็บภาพความประทับใจกลับมา ………………………… สามารถรับชมผ่าน Youtube ได้ที่ ภาษาไทย : https://youtu.be/3Xeaf02M2zQ English Language : https://youtu.be/-_qGH6xZ0hU

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม