บทความท่องเที่ยว
ท่องเที่ยวอ่างทอง ที่ราบลุ่มแห่งภาคกลาง
ท่องเที่ยวอ่างทอง ที่ราบลุ่มแห่งภาคกลาง อ่างทอง / By เพื่อนร่วมทาง / 21/06/2024 วันนี้บัดดี้จะมาแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวของ จ.อ่างทอง หนึ่งในจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางจิตวิญญาณขึ้นชื่อ และธรรมชาติสวย ๆ ของที่ราบลุ่มภาคกลางอยู่หลายแห่ง ลองตามมาดูกันว่าวันนี้ บัดดี้จะมีที่ไหนมาแนะนำบ้าง วัดนางในธัมมิการาม ตั้งอยู่ในบริเวณตลาดศาลเจ้าโรงทอง ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีจุดเด่นอยู่ที่ หอบูรพาจารย์ดั้งเดิม ที่เป็นกุฏิหลังเก่าทรงปั้นหยา ที่อดีตเจ้าอาวาสองค์สำคัญของวัด หลวงพ่อนุ่มและหลวงพ่อชมใช้จำพรรษามาหลายสิบปี ปัจจุบันวัดแห่งนี้ มีทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบไหว้ขอพรที่หอบูรพาจารย์กันอย่างต่อเนื่อง เพราะที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหากพรที่ขอเป็นจริง จะต้องนำน้ำอัดลมมาทำการถวายแก้บนหน้ารูปหล่อบูรพาจารย์เป็นการตอบแทน 99/7 หมู่ 7 บ้านนางใน ตําบลศาลเจ้าโรงทอง อําเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เปิดทุกวันเวลา 08.30–16.30 น (ปิดจำหน่ายบัตร เวลา 16.00 น.) https://maps.app.goo.gl/XAtGLD2FNd2m7wZ76 ตลาดเก่าวิเศษชัยชาญ ตลาดเก่าวิเศษชัยชาญ หรืออีกชื่อคือ ตลาดศาลเจ้าโรงทอง อยู่ตรงข้ามกับวัดนางในธัมมิการาม เป็นตลาดกลางชุมชนเก่าแก่ที่อยู่ติดริมแม่น้ำน้อย มีการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนติดกันเป็นเรือนแถว ภายในตลาดยังมีการจำหน่ายอาหารคาวหวานมากมาย ทั้ง เกสรลำเจียก กาแฟโบราณ ก๋วยเตี๋ยวไส้เนื้อ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ ข้าวห่อใบบัว ขนมสามเกลอ ขนมกล้วยรังผึ้ง กระหรี่พั๊ฟ ปลาริวกิวปิ้ง บะจ่างข้าวเหนียวดำ ขนมสัมปันนี ไปจนถึงร้านขายของสดและร้านขายทองโบราณ ร้านขายยาโบราณ และร้านเครื่องจักสานต่าง ๆ ภายในชุมชนแห่งนี้ ยังมีศาลเจ้าพ่อกวนอู ศาลเจ้าเก่าแก่ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชน มีคำบอกเล่าจากบรรพบุรุษของชาวชุมชนกล่าวไว้ว่า หากลูกหลานย้ายไปหาที่ทำกินต่างถิ่น แล้วพกห่อดินของตลาดศาลเจ้าโรงทองไปด้วย จะทำให้ทำมาค้าขึ้น มีความเจริญรุ่งเรืองในกิจการ นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าตี่จู๋เอี๊ย ศาลเจ้าพ่อเล้ง (เจ้าพ่อโรงกระเบื้อง) และศาลเจ้าแม่แก่นจันทน์ให้เคารพบูชาและเป็นที่พึ่งทางใจอีกด้วย ตําบลศาลเจ้าโรงทอง อําเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. 0 3563 1405 สำนักงานเทศบาลตำบลวิเศษไชยชาญ https://maps.app.goo.gl/bCQ91LqbBozbQ6AaA SukArrom :สุขอารมณ์ คาเฟ่ ร้านกาแฟสวยสไตล์มินิมอล-โมเดิร์น บนพื้นที่ 3 ไร่ อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ภายในร้านมีการจัดสวนที่ให้ทั้งความสวยงาม ความร่มรื่นและความสบายตา เมนูภายในร้านจะเน้นความเป็นโฮมเมด โดยเฉพาะเค้ก วันที่บัดดี้ไปมีเค้กลอดช่องพอดี หอม นุ่ม อร่อยสุด ๆ จากตัวร้าน อยู่ไม่ไกลจากวัดม่วง หากมาช่วงก่อนปลูกนา เพื่อน ๆ จะเห็นทั้งทุ่งนาเขียว ๆ กับหลวงพ่อใหญ่ ซึ่งมุมนี้ถือเป็นหนึ่งในมุมสวยในการถ่ายหลวงพ่อใหญ่เลยล่ะ สุขอารมณ์ คาเฟ่ 18/7 หมู่ 6 ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เปิดทุกวัน เวลา 09.00–18.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) 09 8323 9979 https://maps.app.goo.gl/9Sczu8T5nsvnu2FT9 วัดม่วง วัดเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองอ่างทองมาอย่างยาวนาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2230 ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ณ เมืองวิเศษชัยชาญ เมืองหน้าด่านที่เคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ภายในวัดมีจุดให้กราบไหว้หลายจุด อย่างเช่น พระวิหารแก้วรัตนพราหมณ์-สุวรรณปาล วิหารองค์เทพจีน รูปปั้นเกี่ยวกับวรรณคดีไทย เทวดา แดนสวรรค์ แดนนรก รูปปั้นเปรต เพื่อให้ข้อคิดและอุทาหรณ์สอนใจแก่ญาติโยมที่เดินทางมาเที่ยววัด ในช่วงปี พ.ศ. 2551 ได้มีการสร้างหลวงพ่อใหญ่ (พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ) พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เชื่อกันว่าหากได้เดินทางมากราบไหว้ขอพร และสัมผัสปลายนิ้วหลวงพ่อใหญ่ จะเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน โดยที่แต่ละนิ้วของหลวงพ่อก็ประทานพรให้ต่างกันไป คนที่ไปจึงนิยมขอพรให้ครบทุกนิ้ว 19 ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. 0 3563 1556 https://maps.app.goo.gl/ezaLMWkM12S5qSxj6 วัดสังกระต่าย วัดสังกระต่าย เดิมชื่อ วัดสามกระต่าย ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอ่างทองประมาณ 2 กิโลเมตร สร้างโดยทวดติ จันทนเสวี (เป็นมารดาพระหัสกาล) แต่ก่อนวัดนี้มีพระสงฆ์จำพรรษา ต่อมาพระสงฆ์เริ่มมีการแตกแยกไม่สามัคคีกัน ชาวบ้านจึงเริ่มเสื่อมศรัทธาจนไม่มีใครมาทำบุญที่วัดนี้จนกลายเป็นวัดร้างในที่สุด ปัจจุบันวัดนี้จึงเหลือเพียงโบสถ์เก่าเท่านั้น หากเพื่อน ๆ ไปที่นี่ จะพบเพียงผนังของโบสถ์ที่มีต้นโพธิ์ 4 ต้น ขึ้นปกคลุมแล้วยึดผนังโบสถ์เอาไว้ 4 มุมพอดี ดูสวยและขลังมาก ๆ ภายในโบสถ์มีทั้งหมด 3 ห้อง มีห้องกลางเป็นห้องที่ประดิษฐานพระประธาน และพระพุทธรูปองค์เล็กอีก 2 องค์ ส่วนอีก 2 ห้องจะเป็นห้องหลวงพ่อแก่น พระพุทธรูปปางนาคปรกองค์ใหญ่ ส่วนอีกห้องจะมีปู่โสมและปู่พญานาคให้กราบไหว้บูชา ตำบลศาลาแดง อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง เปิดทุกวันเวลา 08.00–17.00 น. https://maps.app.goo.gl/HSUyamabd4W8A4ZX7 ศาลหลักเมืองอ่างทอง เป็นอาคารจัตุรมุขสูงจากพื้นดิน 1.5 เมตร หลังคายอดปรางค์เป็นปูนซีเมนต์ฉาบสีแดง ในการสร้างศาลหลักเมืองมีการบวงสรวงก่อนตัดไม้มงคลโดยโหรหลวงจากสำนักพระราชวัง ศาลหลักเมืองจังหวัดอ่างทองเป็นศาลหลักเมืองแห่งที่ 2 ที่มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังซึ่งเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งทั้ง 4 ด้าน (ศาลหลักเมืองแห่งแรกที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังคือ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร) ด้านทิศเหนือ มีศาลาตรีมุขซึ่งใช้เป็นที่ประทับ ที่นั่งขององค์ประธาน หรือในการประกอบพิธีต่าง ๆ ด้านทิศใต้ มีศาลาทรงไทย 2 หลัง ใช้เป็นสถานที่ให้บริจาคบูชาวัตถุมงคล และดอกไม้ ธูป เทียน ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง https://maps.app.goo.gl/XKcJUWkgjbghdXd8A พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งอยู่ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง (หลังเก่า) ที่มีการปรับปรุงซ่อมแซมให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อนำเสนอถึงประวัติศาสตร์สถาบันหลักของชาติ ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 เบญจสุทธคงคา นำเสนอถึงความสำคัญของจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของสถานที่ตักน้ำเพื่อใช้เป็นนำสรงพระมุธราภิเษกในพระราชพิธีฯ โซนที่ 2 อ่างทองภายใต้ร่มพระบารมี จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดอ่างทอง โซนที่ 3 จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์และพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โซนที่ 4 นำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลปัจจุบัน ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง เปิดทุกวันจันทร์-วันศุกร์ (ปิดวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์) เวลา 09.00–16.00 น. 0 3561 1235 https://maps.app.goo.gl/eVdKdBBSjyekRkaa8 อุทยานสวรรค์อ่างทองหนองเจ็ดเส้น โครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือที่หลายคนเรียกว่า อุทยานสวรรค์อ่างทองหนองเจ็ดเส้น มีพื้นที่ทั้งหมด 337 ไร่ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานเพื่อบรรเทาอุทกภัย เก็บกักน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค เลี้ยงสัตว์ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำและที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด ภายในมีการปรับภูมิทัศน์เป็น “สวนมหัศจรรย์ แห่งจินตนาการ: Magic Fantasy Park” ที่นำเสนอการใช้พันธุ์พืชมาสร้างสรรค์เป็นผลงานบนผืนดิน ผืนน้ำและผืนฟ้า มีการแบ่งพื้นที่จัดแสดงพันธุ์พืชเขตร้อนชื้น ที่มีผนังเป็นสมเด็จพระเกตุไชโย 1 ใน 5 พระเบญจภาคี ลานดอกไม้แฟนตาซี สวนสมุนไพร สวนบัวนานาชาติ พันธุ์ไม้น้ำ ศิลปะบนผืนน้ำ และอุโมงค์ผักนานาชนิด นอกจากนี้ ในวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีตลาดขายของกินของใช้ สามารถเช่าจักรยานสำหรับขี่เล่นได้ทั้งวันในราคา 20 บาท ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย มีลมพัดทั้งวัน หมู่ 6 ตำบลสายทอง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. 0 3561 1484-5 องค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง https://maps.app.goo.gl/MqkAPLsScbEEUqCn6
กราบขอพร “สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี” วัดโล่ห์สุทธาวาส จ.อ่างทอง
กราบขอพร “สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี” วัดโล่ห์สุทธาวาส จ.อ่างทอง อ่างทอง / By เพื่อนร่วมทาง / 16/06/2024 วันนี้บัดดี้จะพามาหนึ่งในวัดสำคัญของเมือง “อ่างทอง” ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2403-2410 โดยนางโล่ห์ เศรษฐีนีของอ่างทอง แถมที่นี่ยังมีหลวงปู่โต พระอริยสงฆ์แห่งยุครัตนโกสินทร์ มาดูฤกษ์ยามเพื่อสร้างวัดนี้ขึ้นด้วยการนั่งจับยามสามตา ยิ่งใครเป็นสายมูบัดดี้ขอบอกเลยว่า ไม่ควรพลาดที่จะมาขอพรด้วยประการทั้งปวง หลังจากวัดแห่งนี้สร้างเสร็จ ชาวบ้านนิยมเรียกวัดแห่งนี้ว่า “วัดยายโล่ห์” ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น “วัดโล่ห์สุทธาวาส” ซึ่งในช่วงนั้นคุณยายโล่ห์ ขออนุญาตสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี จัดสร้างรูปหล่อท่านั่งนับนิ้วหรือนั่งจับยามสามตา ซึ่งที่วัดแห่งนี้น่าจะเป็นที่เดียวที่มีการปั้นรูปหล่อขึ้นมา ขณะที่สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษียังมีชีวิตอยู่ ภายในวัด มีสิ่งศักดิ์มากมายให้กราบไหว้ โดยบัดดี้ขอเริ่มจากอุโบสถด้านล่าง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี นั่งนับนิ้วหรือจับยามสามตา ตั้งอยู่บนบ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งผู้มาเยือนสามารถนำน้ำมนต์กลับไปได้ ใกล้ ๆ กันจะเป็นห้องหุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี เกจิอาจารย์หลายรูปและพระพุทธรูปปางไสยาสน์อายุ 150 ปี สามารถกราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล อาคารเสนาสนะ มีอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตและพระบรมสารีริกธาตุ ชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธอนันตชินเป็นพระประธาน มีภาพจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธประวัติ ชั้นล่างสามารถเดินลอดอุโบสถสวรรค์เพื่อความเป็นสิริมงคลได้ สำหรับสายโชคลาภ สามารถขอพรจาก “เจ้าชายกุมารเทพฤทธิ์ ” ได้เชื่อว่าสามารถมอบโชคลาภและความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไปจนถึงการสอบเข้าทำงานต่าง ๆ ได้ดี ด้านข้างจะมีรูปภาพเสื้อผ้าของเจ้าชายในยุคร้อยกว่าปีก่อนให้ดูเปรียบเทียบกับชุดของเจ้าชายกุมารเทพฤทธิ์ด้วยนะ บริเวณลานจอดรถ จะมีศาลาย่าโล่ห์ ที่มีการสร้างรูปหล่อของยายโล่ห์ ผู้สร้างวัดและลูกสาวเอาไว้เพื่อเป็นเกียรติและให้ผู้คนมากราบไหว้บูชา นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีพระพิฆเนศ ท้าวเวสสุวรรณ เทพราหู ให้ผู้ศรัทธากราบไหว้บูชาอีกด้วย หากวันหยุดนี้ใครอยากหาสถานที่ที่เป็นที่พึ่งทางใจ ลองมาวัดนี้กันได้นะ วัดโล่ห์สุทธาวาส 41 ถนนเทศบาล 7 ต.ตลาดหลวง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง 0 3561 1778, 0 3562 6366-7 https://maps.app.goo.gl/k73iZfiU1gCi6mru9
ศาลเจ้ากวนอู วิเศษชัยชาญ ตลาดศาลเจ้าโรงทอง จ.อ่างทอง
ศาลเจ้ากวนอู วิเศษชัยชาญ ตลาดศาลเจ้าโรงทอง จ.อ่างทอง อ่างทอง / By เพื่อนร่วมทาง / 15/06/2024 วันนี้บัดดี้จะมาแนะนำหนึ่งศาลเจ้ากวนอูที่บัดดี้คิดว่าทั้งเก่าแก่ สวย ขลัง โดยศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นในต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ราวปี พ.ศ. 2418 โดยเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของชาวจีนในสมัยนั้น ซึ่งมีนายเหลือ แซ่ฉั่ว เป็นผู้มอบที่ดินเพื่อสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้น และได้สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2420 ในปี พ.ศ. 2467 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นบนศาลเจ้าบางส่วน ทางคณะกรรมการศาลเจ้าจึงได้ทำการบูรณะซ่อมแซมศาลเจ้าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ภายใต้การนำ 4 แซ่ คือ 1. นายกะ แซ่ฉั่ว 2. นายเล่งกวย แซ่ตั้ง 3. นายเถ่ง แซ่เล้า 4. นายซก แซ่นิ้ม การบูรณะศาลเจ้าหลังจากเกิดเหตุไฟไหม้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2468 ถือเป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นด้วยไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลาง ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมทางสังคมของชาวชุมชนและเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชนตลาดศาลเจ้าโรงทองแล้ว ที่นี่ยังใช้เป็นที่สอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาจีนอีกด้วย มีหลักฐานปรากฏว่า ภายในชุมชนแห่งนี้มีร้านทำเครื่องทองมากมาย โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางเดินสู่ศาลเจ้าพ่อกวนอู จึงกลายเป็นที่มาของชื่อชุมชนว่า ตลาดศาลเจ้าโรงทองจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากที่นี่เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของเมื่องวิเศษชัยชาญตั้งแต่อดีต ทำให้ปัจจุบัน ยังมีร้านค้าที่ขายของเก่าแก่หลายร้านยังดำเนินกิจการอยู่ หากใครได้ไปที่นี่ บัดดี้อยากให้เพื่อน ๆ ลองเดินสำรวจดู จะพบความสวยงามของความเก่าจากอดีตปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ปัจจุบันศาลเจ้าพ่อกวนอูแห่งนี้ เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวผู้เลื่อมใสหลายคน มีความเชื่อว่า การบูชากราบไหว้เทพเจ้ากวนอู จะทำให้ประสบความสำเร็จ มีคนเคารพ พบแต่ความซื่อสัตย์ปราศจากคนปองร้ายและผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตไปได้ด้วยดี สำหรับสายมู นอกจากการเสี่ยงเซียมซีแล้ว ที่นี่ยังมีการใช้ “ไม้ปวย” ที่มีลักษณะเป็นไม้โค้งนูนหลังเต่าหน้าเรียบ 2 ชิ้น บ้างก็เรียก ไป, โปย, ปวย, เช้งปวย ฯลฯ มาใช้ในการอธิษฐานขอพร แล้วโยนไม้ 3 ครั้งเพื่อดูผลลัพธ์ ว่าแต่ละครั้งได้ คว่ำ กลาง หรือหงาย แล้วนำผลลัพธ์นี้แหละ มาดูผลคำทำนาย โดยทางศาลเจ้าจะมีหนังสือรวมคำทำนายให้อ่าน อย่างบัดดี้โยนได้ กลาง ทั้ง 3 ครั้ง ก็เปิดหาผลคำนายนี้ได้เลยในเล่ม หากใครได้คำทำนายที่ไม่ดี ก็สามารถขอพรเปลี่ยนเรื่องร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตให้เป็นเรื่องดีแทนได้ ซอยศาลเจ้าโรงทอง 12/1 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. https://maps.app.goo.gl/9fZKp7ym8FVdEjhG8
