Loading Logo
นครนายก

นครนายก

บทความท่องเที่ยว

พบ 5 รายการ
นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว 3 วัน 2 คืน สัมผัสวิถีชีวิต ชื่นชมธรรมชาติ ศึกษาอารยธรรม
18 ส.ค. 2568

นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว 3 วัน 2 คืน สัมผัสวิถีชีวิต ชื่นชมธรรมชาติ ศึกษาอารยธรรม

นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว 3 วัน 2 คืน สัมผัสวิถีชีวิต ชื่นชมธรรมชาติ ศึกษาอารยธรรม Nakhon Nayok , Prachinburi , Sa Kaeo , ที่เที่ยวภาคตะวันออก , นครนายก , ปราจีนบุรี , สระแก้ว / By เพื่อนร่วมทาง / Nakhon Nayok , Prachinburi , Sa Kaeo , Travelling , สถานที่ท่องเที่ยว / 18/08/2025 วันนี้บัดดี้มีเส้นทางท่องเที่ยวที่เพื่อน ๆ สามารถเดินทางตามรอยเพื่อออกเดินทางสู่ภาคตะวันออกของประเทศไทย สัมผัสเสน่ห์ของ นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ในเส้นทาง 3 วัน 2 คืน ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่แก่นแท้ของวิถีชีวิตไทย ชมความงามของธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์ และย้อนรอยอารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปค้นพบมนต์เสน่ห์ที่รอคุณอยู่ในดินแดนแห่งนี้ ✨ Day 1 นครนายก-ปราจีนบุรี 📌 ศูนย์หัตถกรรมผ้าทอไทยพวน 📌 อภัยภูเบศร เดย์ สปา 📌 พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร Day 2 ปราจีนบุรี-สระแก้ว 📌 ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ 📌 ปราสาทสด๊กก๊อกธม 📌 ละลุ Day 3 สระแก้ว 📌 อุทยานแห่งชาติปางสีดา – ชมผีเสื้อ – เดินป่าศึกษาธรรมชาติ – แวะน้ำตกปางสีดา ✨ หมายเหตุ: หากต้องการเยี่ยมชมในส่วนอื่น ๆ แบบ 1 day tirp เช่น มิวเซียมปะพวนที่ปากพลี หรือลองรับประทานอาหารแบบไทยพวน สามารถติดต่อ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนไทยพวน สามารถติดต่อ ว่าที่ร้อยตรี ชาติชาย ยอดมิ่ง โทร. 09 2757 9377

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
เที่ยวเขาใหญ่ 2 วัน 1 คืน สัมผัสความสมบูรณ์ของธรรมชาติ
28 มี.ค. 2568

เที่ยวเขาใหญ่ 2 วัน 1 คืน สัมผัสความสมบูรณ์ของธรรมชาติ

เที่ยวเขาใหญ่ 2 วัน 1 คืน สัมผัสความสมบูรณ์ของธรรมชาติ Nakhon Nayok , Nakhon Ratchasima , Prachinburi , Saraburi , นครนายก , นครราชสีมา , ปราจีนบุรี , สระบุรี / By เพื่อนร่วมทาง / Khao Yai , Travelling , สถานที่ท่องเที่ยว , เขาใหญ่ / 28/03/2025 เพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่า เขาใหญ่คือ อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งหมด 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา สระบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก มีเนื้อที่ประมาณ 2,168.75 ตารางกิโลเมตร และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2548 จาก UNESCO ภายใต้ชื่อ “พื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่” และยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยม Thailand Tourism Gold Awards ครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 สาขาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย มากไปกว่านั้นที่นี่ยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์ พันธุ์พืชที่หายากหรือที่ตกอยู่ในสภาวะอันตรายใกล้สูญพันธุ์ แต่ยังคงสามารถดํารงชีวิตอยู่ได้รวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืช และสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจอีกด้วย วันนี้บัดดี้จะพามาทัวร์จุดท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กัน บัดดี้เริ่มต้นจุดแรกกันที่น้ำตกเหวนรก ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขตจังหวัดนครนายก มีความสูงอยู่ที่ 150 เมตร ใช้ระยะเวลาการเดินไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างทางบัดดี้แนะนำให้พกน้ำ และยาดมไปด้วย น้ำตกเหวนรกจะสวยมากในช่วงฤดูฝน เพราะมีน้ำเยอะ แต่อย่างไรก็ตาม ความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้ก็แฝงไปด้วยความอันตราย เพราะกระแสน้ำที่แรงจึงทำให้ช้างป่าหลายตัวพลัดตกลงไปขณะที่กำลังข้ามลำธารในชั้นบนของน้ำตก จึงทำให้ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น “สุสานของช้างป่า” เพื่อความปลอดภัยบัดดี้ไม่แนะนำให้นำอาหารเข้าไปรับประทาน เพราะระหว่างทางเพื่อน ๆ อาจจะเจอลิงเข้ามาแย่งอาหารได้ และบริเวณน้ำตกเหวนรกไม่มีจุดทิ้งขยะ ทางอุทยานจึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวนำขยะกลับบ้าน หรือนำลงไปทิ้งข้างล่าง เมื่อชมบรรยากาศของน้ำตกเหวนรกเสร็จแล้ว บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ ไปต่อกันที่ ผาเดียวดาย ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติได้อย่างกว้างขวาง ใช้เวลาเดินจากที่จอดรถไปยังหน้าผา ประมาณ 5 นาที หากโชคดี เราก็จะได้เจอนกต่าง ๆ อย่างเช่นวันที่บัดดี้ไป บัดดี้ได้เจอกับ ไก่ฟ้าหลังขาวมาเดินอวดโฉมให้ได้ชมอีกด้วย มาต่อกันที่ ผาตรอมใจ ห่างจากผาเดียวดายประมาณ 600 เมตร ผาตรอมใจเป็นจุดสูงสุดของภาคกลาง บัดดี้แนะนำ หากเพื่อน ๆ มีเวลา อย่าลืมอุดหนุนข้าวไข่เจียวจากทางพี่ ๆ เจ้าหน้าที่อุทยาน สามารถนั่งรับประทานพร้อมชมวิวที่น่าหลงใหลกับสายลมที่อ่อนโยนได้ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ภายในตัวอาคารเป็นศูนย์การเรียนรู้ เช่น ความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ สัตว์ป่า พืชพันธุ์นานาชนิดที่สามารถเจอได้ภายในอุทยาน จะมีร้านกาแฟอยู่ทางด้านหลัง ติดกับลำธาร บรรยากาศร่มรื่นและสงบ ช่วงบ่าย บัดดี้ได้ตัดสินใจเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติเส้นทางที่ 3 (กม.ที่ 33 – จุดส่องสัตว์หนองผักชี) ซึ่งเส้นทางศึกษาธรรมชาติอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีทั้งหมด 7 เส้นทาง ได้แก่ 📌 เส้นทางที่ 1: ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-น้ำตกกรองแก้ว 📌 เส้นทางที่ 2: น้ำตกผากล้วยไม้ – น้ำตกเหวสุวัต (160 ปี ความสัมพันธ์ ไทย-เยอรมัน) 📌 เส้นทางที่ 3: กม. 33 – หนองผักชี (90 ปี ความสัมพันธ์ ไทย-สวิตเซอร์แลนด์) 📌 เส้นทางที่ 4: ดงติ้ว – อ่างเก็บน้ำสายศร 📌 เส้นทางที่ 5: ดงติ้ว – หนองผักชี 📌 เส้นทางที่: 6 ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว – น้ำตกเหวสุวัต ( ใช้เวลาเดิน 6 ชั่วโมง ต้องเริ่มเดินก่อน 10.00 น.) 📌 เส้นทางที่ 7: 200 ปี ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐอเมริกา หากเพื่อน ๆ สนใจที่จะเดินป่าศึกษาธรรมชาติเส้นทางที่ 3-4-5-6 ซึ่งเป็นเส้นทางที่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานนำทาง สามารถ walk in ติดต่อเจ้าหน้าที่ ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีค่าใช้จ่าย 500 บาท/กลุ่ม หมายเหตุ: เส้นทางที่ 1-5 และ 7 สามารถเริ่มเดินได้ตั้งแต่ 08.00-14.00 น. เส้นทางที่ 6 จำเป็นต้องเริ่มเดินก่อน 10.00 น. และต้องเตรียมอาหารไปเผื่อด้วย เพราะใช้เวลาเดินถึง 6 ชั่วโมง ระหว่างการเดินสำรวจป่าเส้นทางที่ 3 เจ้าหน้าที่อุทยานแนะนำสิ่งต่าง ๆ ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นของเส้นทางนี้และข้อควรปฏิบัติในขณะเดินป่า แม้กระทั่งการสังเกตที่อยู่อาศัยของสัตว์ เช่น หากเราเจอโพรงไม้ หรือรู อาจจะเป็นที่อยู่ของสัคว์มีพิษ เช่น แมงป่อง งู ได้ และเส้นทางนี้เป็นเส้นทางการหากินของช้างและกระทิง ในระหว่างเดิน จะมีแนวเขตกั้น ไม่ให้เราเดินออกนอกเส้นทาง เพราะหากเราเดินออกจากเส้นทาง เราจะรบกวนสัตว์ป่าที่อยู่บริเวณรอบ ๆ เช่น นกเงือก ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น และนี่เป็นอีก 1 จุดที่ยอดฮิต เพราะนักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูปกับต้นไทรอายุมาก ที่มีรากไม้ที่สวยงามตามธรรมชาติ โดยไม่ผ่านการตกแต่งใด ๆ จากมนุษย์ ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลมาว่า ต้นไทรต้นนี้มีความใหญ่อยู่ที่ประมาณ 40 คนโอบเลยทีเดียว วันที่บัดดี้ไป บัดดี้ได้เจอรอยเท้าของสัตว์ป่าด้วย เพื่อน ๆ ทายกันได้ไหมเอ่ย ว่านี่คือรอยของสัตว์ชนิดใด เฉลย รอยเท้าของกระทิง นั่นเอง และนี่เป็นหลักฐานว่าเส้นทางนี้มีกระทิงผ่านมาจริง ๆ และเมื่อเดินไปเรื่อย ๆ เราจะเจอกับโป่ง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ ตรงจุดหนองผักชี มีต้นไม้ขนาดใหญ่ให้ร่มเงาตลอดเส้นทาง เช่น ไทร หว้า ที่ดึงดูดนกและสัตว์ป่านานาชนิดเข้ามากินลูกไม้ จนได้รับสมญานามว่า “ภัตตาคารของสัตว์ป่า” และมีต้นกะเพรายักษ์เป็นไม้ที่มีเฉพาะป่าดงพญาเย็นเท่านั้น จุดชมวิวกม.ที่ 30 แลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เพราะเป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่า เขาใหญ่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2548 และจุดชมวิวกม.ที่ 30 มีร้านกาแฟให้พักผ่อนเพื่อเก็บบรรยากาศของป่าอีกด้วย เมื่อบัดดี้เดินสำรวจธรรมชาติเสร็จ บัดดี้ก็มารอชมพระอาทิตย์ตกกันที่่ อ่างเก็บน้ำสายศร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมากนัก ยามเย็นที่อ่างเก็บน้ำสายศร ผู้คนมากมายมักจะชอบมานั่งชิล ๆ ดื่มด่ำบรรยากาศยามเย็นกันที่นี่ ละเราก็ได้เดินทางมาถึงกิจกรรมสุดท้ายที่น่าสนใจในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ คือ การส่องสัตว์ป่าในยามค่ำคืน บัดดี้ได้เจอกับ กวาง จิ้งจอก และ เม่นใหญ่ หากเพื่อน ๆ สนใจ สามารถ walk in เพื่อจองรถส่องสัตว์ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 600 บาท / คัน / 10 คน จากนั้นเราลงมาเข้าที่พักนอกเขตอุทยานฯ เนื่องจากที่พักเต็ม น่าเสียดายมาก ๆ หากใครต้องการพักบนอุทยานฯ ควรจองเนิ่น ๆ นะคะ Day 2 แสงแดดยามเช้า พร้อมกับวิวทิวทัศน์ของภูเขาที่สวยงาม ณ เขาใหญ่ The Birder’s Lodge แหล่งรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์จากชาวบ้าน เช่น ผัก ผลไม้ เครื่องดื่มรวมไปถึงเครื่องหอม ด้านหน้ามีคาเฟและร้านไอศกรีมโฮมเมด ร้านไทรสุก ร้านไอศกรีมโฮมเมดที่มีแรงบันดาลใจมาจากสัตว์ป่าต่าง ๆ ที่พบเจอในเขาใหญ่ เรียกว่าเป็นงานอาร์ตที่สวยงามเลยทีเดียว ด้านในคาเฟมีแกลเลอรีรูปสัตว์ป่าที่สวยงาม และมีกิจกรรม workshop ศึกษาชีวิตสัตว์ป่าให้ร่วมสนุก ที่สำคัญร้านไทรสุกยังเป็น Pet friendly อีกด้วย มีไอศกรีมนมแพะสำหรับน้อง ๆ ด้วยล่ะ ต่อมาบัดดี้พาไปแวะกันต่อที่น้ำผุดธรรมชาติบ้านท่าช้าง บรรยากาศสงบ เย็นสบาย ร่มรื่น พร้อมน้ำเย็น ๆ สีฟ้าใส ที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินตามธรรมชาติ อีกทั้งยังมีกิจกรรมพายเรือคายัคด้วย ชั่วโมงละ 170 บาท ต่อมาเราแวะทานข้าวกันที่ ครัวกำปั่น ร้านอาหารรสเด็ด ราคาย่อมเยาว์ ได้รับ Michalin Guide ถึง 2 ปีซ้อน (2023-2024) ไปกันต่อที่ พุทธอุทยานอาณาจักรหลวงพ่อทวด สักการะหลวงพ่อทวดเขาใหญ่ องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เสริมความสิริมงคล นอกจากนี้พุทธอุทยานหลวงพ่อทวดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้บูชา ถึง 9 จุด และสามารถถ่ายรูปกับทุ่งดอกไม้ นั่งจิบกาแฟกันได้ที่สวนสันป่ายะ ก่อนบัดดี้จะกลับกรุงเทพ บัดดี้ได้แวะที่ Bucolic เป็นคาเฟที่สวย สงบ สามารถมองทิวทัศน์ที่สวยงาม และมีโซนสวนสัตว์เล็ก ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้เล่นและใกล้ชิดกับน้องสัตว์ต่าง ๆ ด้วย เช่น กระต่าย แกะ ไก่ เป็ด เต่า เพลินแกนและฟลามิงโก้ เป็นต้น

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
เที่ยว FEEL GOOD @ นครนายก-ปราจีนบุรี
16 ส.ค. 2567

เที่ยว FEEL GOOD @ นครนายก-ปราจีนบุรี

เที่ยว FEEL GOOD @ นครนายก-ปราจีนบุรี นครนายก , ปราจีนบุรี / By เพื่อนร่วมทาง / 16/08/2024 วันนี้บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ มาเที่ยว 2 จังหวัดใกล้กรุงเทพ ที่เดินทางง่าย มีธรรมชาติที่สวยและมีแหล่งรวมโบราณวัตถุที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ลองตามมาดูกันว่าจะมีที่ไหนบ้าง วัดป่ากระทุ่ม จังหวัดนครนายก วัดเก่าที่มีโบสถ์อายุราว 200 ปี ตั้งอยู่กลางบ่อน้ำและทุ่งนา ดูสวยงามและมีมนต์ขลัง ถือเป็นโบราณสถานที่น่าสนใจอีกแห่งของนครนายก ตัวโบสถ์จะถูกโอบล้อมด้วยต้นโพธิ์เก่าต้นใหญ่ มีรากของต้นโพธ์เลื้อยไปรอบ ๆ และยึดเกาะตัวโบสถ์เอา ไว้ไม่ให้พังทลายไปตามกาลเวลา ดูสวยงามและเข้มขลัง มีสะพานไม้ที่สามารถเดินชมได้โดยรอบ ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูป สามารถเข้ามากราบไหว้ได้ สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เนื่องจากมีเจดีย์แบบย่อมุมไม้สิบสอง ลักษณะบัวกลุ่ม ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมสร้างในสมัยนั้น ต.พรหมณี อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. 08 6835 8667 https://maps.app.goo.gl/AtcBZWk9YRGDzxXH8 วัดเลขธรรมกิตติ์ (วัด-เล-ขะ-ธัม-มะ-กิด) จังหวัดนครนายก อีกวัดเก่าแก่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อเดิมว่า “วัดบางอ้อนอก” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ. 2170-2199) ก่อนหน้านี้วัดถูกปล่อยให้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาล และได้รับการบูรณะปฏิสังขรโบสถ์วิหารจนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในปี พ.ศ. 2413 ที่นี่มีโบสถ์เก่าอายุกว่าร้อยปี ปัจจุบันเหลือเพียงผนังบางส่วนและซุ้มประตูวัดที่ถูกปกคลุมด้วยรากโพธิ์กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่ธรรมชาติช่วยเติมแต่งอย่างสวยงาม จนมีชื่อว่า “ประตูปรกโพธิ์” เชื่อกันว่าเป็นประตูกาลเวลาที่หากใครได้ลอดประตูไปจะพบแต่อะไรดี ๆ มีโชค ประสบความสำเร็จในอนาคต จนกลายมาเป็นแหล่งห้ามพลาดลับ ๆ อีกแห่งหนึ่งของนครนายก กลางโบสถ์ มีศาลาขนาดเล็กเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปของโบสถ์เก่า ใกล้ ๆ กันมีผนังที่เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ม.14 ต.บางอ้อ อ.บ้านนา จ.นครนายก เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. 08 0201 0107 https://maps.app.goo.gl/RQRKVMXnBtE22bXYA ร้านอาหารแดงแกงป่า จังหวัดนครนายก ร้านอาหารบ้าน ๆ ในซอยแคบริมน้ำของตลาดที่เปิดมานานกว่า 50 ปี ที่หลายคนบอกบัดดี้ว่า หากมานครนายกอย่าลืมมาฝากท้องที่ร้านนี้สักมื้อ ภายในมีหลายโต๊ะให้นั่ง อากาศถ่ายเทบวกกับทั้งเจ้าของและพนักงานในร้านน่ารักและใจดี แนะนำอาหารหลายอย่างให้บัดดี้ ซึ่งบัดดี้ก็สั่งแบบจัดเต็มเลยทีเดียว อาหารแต่ละเมนูดูธรรมดา แต่รสชาติถึงใจมาก ยิ่งหากใครไม่กินหวานและชอบรสจัดรับรองเลยว่าต้องถูกใจ แต่สามารถขอแบบเผ็ดน้อยได้นะสำหรับคนไม่กินเผ็ด ที่แนะนำเลยว่าต้องสั่งคือแกงป่าปลากราย หอม อร่อยน้ำซดได้คล่องคอ เมนูต่อมาก็คือ เห่าดง ที่มีให้เลือกทั้งหมู ไก่ เนื้อ หอมและได้รสชาติของสมุนไพรชัดมาก คลุกข้าวอร่อยมาก อีกเมนูเด็ดก็คือ ปลาทับทิมทอด ที่ทอดมาได้แห้งและกรอบ น้ำจิ้มรสจัดอร่อยมาก ๆ ตลาดเก่า ซอย 3 อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น. 08 9073 4516 https://maps.app.goo.gl/au5kXz5VGtUenJo58 ไอติมป้าปุ๊ จังหวัดนครนายก ร้านไอศกรีมที่อยู่ไม่ไกลจากร้านแดงแกงป่า ที่คุณป้าทำเองทุกขั้นตอน เปิดมานานกว่า 40 ปี ซึ่งมีไอศกรีมให้เลือก 2 แบบด้วยกันคือแบบทรงเครื่องและกะทิสด สำหรับเครื่องก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น ข้าวโพด เผือกกวน ข้าวเหนียว ลูกชิด ราคาจะเริ่มที่ 10 บาท ซอยพาณิชย์เจริญ 3 อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก เปิดทุกวัน เวลา 11.00 – 17.00 น. 0 3731 2881 https://maps.app.goo.gl/eCmx4fvXc2kDuRh96 วัดมณีวงศ์ จังหวัดนครนายก วัดเก่าแก่สมัยอยุธยา ที่สายมูหลายคนต่างมากราบไหว้ขอพรที่ วังรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราช (วังพญานาค) วังบาดาลที่มีพญานาค 4 ตระกูล ได้แก่ ตระกูลวิรูปักข์ (สีทอง) ตระกูลเอราปถะ (สีเขียว) ตระกูลฉัพพยาปุตะ (สีรุ้ง) และตระกูลกันหาโคตะมะ (สีดำ) อยู่ภายใน ใกล้ ๆ ประตูทางเข้าจะมีงูเจ้าที่สีขาวและดำ ภายในถ้ำประดับตกแต่งด้วยแสงไฟหลากสี มีองค์พญานาคจำลองหลากหลาย มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทอง มีหุ่นขี้ผึ้งจำลองของพระเกจิอาจารย์ เช่น พระพุฒจารย์ (โต พรหมรังสี) ท่านพุทธทาสภิกขุ หลวงปู่มั่น ครูบาศรีวิชัย มีคลังมหาสมบัติที่เต็มไปด้วย ทอง เพชร พลอยและมุก ตามความเชื่อแล้ว หากใครได้ไหว้ขอพรจากองค์พญานาคจะประสบความสำเร็จและมีโชคลาภ นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดยังมี รูปเคารพของสมเด็จพระนเรศวรฯ และรัชกาลที่ 5 บริเวณโถงอาคารด้านนอกถ้ำ พระพุทธรูป เทวรูปเทพต่าง ๆ ให้ได้สักการะขอพร เพื่อน ๆ ยังสามารถถวายสังฆทานแก่พระภิกษุสงฆ์ได้อีกด้วย หากใครหิว ก็สามารถแวะมาซื้ออาหาร ผลไม้และของฝากได้ที่ตลาดนัดภายในวัดที่พ่อค้าแม่ค้านำมาขายด้วย สามารถซื้อได้ทั้งของฝากและของกินได้อย่างจุใจเลยล่ะ 75 ม.2 ต.ดงละคร อ.เมือง จ.นครนายก เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 7.00-18.00 น. 09 7164 8453 https://maps.app.goo.gl/gsMMQJKow2ej4T9YA พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นพิพิธภัณฑสถานประเภทประวัติศาสตร์โบราณคดีประจำภูมิภาคตะวันออก ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อจัดแสดงและรวบรวมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่ได้จากแหล่งโบราณคดีต่าง ๆ ของภูมิภาคตะวันออกและพื้นที่ใกล้เคียง รวมไปถึงการจัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่ ตั้งแต่มีการเข้าตั้งรกรากถิ่นฐานตั้งแต่หมื่นกว่าปีก่อนจนถึงปัจจุบัน ภายในมีการจัดแสดงออกเป็นหลายส่วนดังนี้ 1. ห้องประวัติศาสตร์และโบราณคดีภาคตะวันออก นำเสนอหลักฐานทางโบราณคดีตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ พร้อมชมวีดิโอ “ร่องรอยวัฒนธรรมลุ่มน้ำบางปะกงและภูมิภาคตะวันออก” 2. ห้องชุมชนโบราณในภาคตะวันออก จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออก เช่น ชุมชนโคกพนมดี อายุ 3,500–4,000 ปี และชุมชนหนองโน มีอายุ 2,700–4,500 ปี มีการจัดแสดงหลุมศพจำลองเจ้าแม่โคกพนมดีและโบราณวัตถุที่ค้นพบในสมัยนั้นด้วย 3. ห้องพัฒนาการของชุมชนและเมืองโบราณในภาคตะวันออก นำเสนอพัฒนาการของชุมชนและเมืองโบราณ รวมไปถึงความสัมพันธ์กับดินแดนโพ้นทะเล ไปจนถึงช่วงรับวัฒนธรรมทวารวดีและวัฒนธรรมเขมรโบราณในภาคตะวันออก มีทับหลังจากปราสาทเขาน้อยสีชมพูและทับหลังจากปราสาทสด๊กก๊อกธม รวมถึงจารึกที่พบจากปราสาททั้ง 2 แห่ง จัดแสดงในโซนนี้ด้วย 4. ห้องวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำบางปะกง จัดแสดงเรื่องราวของชุมชนในบริเวณลุ่มแม่น้ำบางปะกง ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงวัฒนธรรมทวารวดี ผ่านโปรเจคเตอร์จอสัมผัสที่เพื่อน ๆ สามารถใช้มือสัมผัสเพื่อรับชมเนื้อหาที่ซ่อนไว้ได้ 5. ห้องเมืองศรีมโหสถ นครรัฐแรกแห่งลุ่มน้ำบางปะกง นำเสนอข้อมูลของเมืองโบราณศรีมโหสถกำเนิดและโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ ได้แก่ พระคเณศ พระวิษณุจตุรภุช พระพุทธรูปปางสมาธิ รวมถึงเครื่องสัมฤทธิ์ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ที่มีจารึกภาษาเขมร อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท สอบถามข้อมูล โทร. 0 3721 1586 ถนนปราจีนอนุสรณ์ ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี เปิดทุกวันทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. (ปิดวันจันทร์–วันอังคารและวันนักขัตฤกษ์) 0 3721 1586 https://maps.app.goo.gl/8X5h5xhCrMVY3VX26 วิสาหกิจชุมชนเสื่อกกบ้านบางพลวง จังหวัดปราจีนบุรี สถานที่ต่อมา บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ มาล่องเรือที่แม่น้ำปราจีนบุรี ใช้เวลาไม่นานมาก ประมาณ 1 ชั่วโมงนิด ๆ โดยขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือวัดแก้วพิจิตร ซึ่งทีมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสื่อกกบ้านบางพลวงจะเป็นผู้พาล่องเรือไปนั่นเอง วัดแก้วพิจิตร เป็นวัดเก่าแก่ที่สถาปัตยกรรมภายในวัดมีการผสมผสานกันทั้งศิลปะไทย จีน ยุโรปและเขมร ภายในพระอุโบสถบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาซึ่งวาดโดยช่างหลวงในสมัยรัชกาลที่ 6 และยังมีปริศนาธรรมต่าง ๆ ให้ทายเล่น ๆ อีกด้วย ระหว่างล่องเรือ เพื่อน ๆ จะเห็นทั้งวัดเก่าริมน้ำ วิถีชีวิตของชาวบ้านและค้างคาวแม่ไก่หลายร้อยตัวให้ดู บัดดี้ตื่นเต้นมาก เพราะค้างคาวแม่ไก่ตัวใหญ่สุด ๆ จุดขึ้นเรือคือที่ตั้งของวิสาหกิจชุมชนเสื่อกกบ้านบางพลวงและที่นี่ก็เป็นจุดกินข้าวกลางวันเช่นกัน อาหารมื้อนี้จะทำมาจากผลผลิตในท้องถิ่นตามฤดูกาล เช่น กุ้งแม่น้ำเผา ปลาทอดสมุนไพร แกงจืดหน่อไผ่ตง ขนมจีนแกงเผ็ด ห่อหมกและขนมหวาน บอกได้เลยว่าอร่อยมาก (ต้องจองล่วงหน้า 1 วัน) หลังจากกินเสร็จ บัดดี้เดินมาดูผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกที่มีมากกว่า 100 ชนิด ท้ังกระเป๋าแบบต่าง ๆ รองเท้า ที่รองจาน เสื่อ กล่องใส่ทิชชู โคมไฟ กระเป๋า กล่องอเนกประสงค์ แต่ละแบบสวย ๆ ทั้งนั้น ซึ่งกกเป็นสินค้า GI อีกชนิดของ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งผลิตภัณฑ์จากที่นี่ส่งขายต่างประเทศด้วยนะ 49 หมู่ที่ 9 ต.บางพลวง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. 08 1434 8203, 08 6030 6272 https://maps.app.goo.gl/W2BWV873DZHU1RK17 (จุดขึ้นเรือวัดแก้วพิจิตร) https://maps.app.goo.gl/xMr71daj9t1snSx38 (วิสาหกิจชุมชนเสื่อกกบ้านบางพลวง) ไม้เค็ดโฮมสเตย์ จังหวัดปราจีนบุรี หนึ่งในสถานที่ที่เป็นทั้งจุดปลูกผลไม้ วิถีชาวสวน การเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นและโฮมสเตย์ให้กับนักท่องเที่ยวที่ชอบท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ชื่อชุมชน “ไม้เค็ด” มาจากชื่อของต้นไม้ที่มีมากในบริเวณนี้สมัยก่อน มีหนามแหลมคม ปัจจุบันไม้เค็ดเป็นไม้หายาก แต่ที่ “ไม้เค็ดโฮมสเตย์” ยังมีให้ดู นอกจากนี้ภายในสวนของไม้เค็ดโฮมสเตย์ยังมีการปลูกผลไม้หลากชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด มะไฟ ส้มโอ ลองกอง ฯ ให้เพื่อน ๆ เก็บกินได้จากต้นเลยล่ะ กิจกรรมต่าง ๆ ในไม้เค็ดโฮมสเตย์มีให้ทำหลากหลาย ทั้งการขี่จักรยานชมสวนผลไม้ ชมการผสมพันธุ์ไม้ผล สาธิตการขยายพันธุ์ไม้และการทำการเกษตรอินทรีย์ ชมนกหายากหลากหลายชนิด เรียนรู้การทำปุ๋ย ในหน้าทุเรียน ที่นี่มีทุเรียนโอมากาเสะ ที่ทางโฮมสเตย์จะนำทุเรียนหลากชนิดมาให้เพื่อน ๆ ชิม ใครชอบราชาผลไม้ห้ามพลาดเลยล่ะ (จองล่วงหน้า 1 อาทิตย์) 27/2 หมู่ 2 ถนนสุวินทวงศ์ ต.ไม้เค็ด อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. 0 1454 4148 , 0 1458 9531 https://maps.app.goo.gl/uVBkrssKjMG8aTwj8

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
🌿พิกัด 5 น้ำตกใกล้กรุงฯ🌿
14 ส.ค. 2566

🌿พิกัด 5 น้ำตกใกล้กรุงฯ🌿

🌿พิกัด 5 น้ำตกใกล้กรุงฯ🌿 นครนายก , สระบุรี / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 14/08/2023 ⛅ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าจากการทำงาน อยากชาร์จแบตให้กับตัวเอง วันนี้บัดดี้มี “น้ำตกใกล้กรุงฯ” มาแนะนำ รับรองเลยว่าทุกคนจะได้เพลิดเพลินไปกับความสวยงามของธรรมชาติที่เขียวขจี รู้สึกเย็นฉ่ำชุ่มชื่นหัวใจไปกับสายน้ำ และสูดอากาศบริสุทธิ์กันได้อย่างเต็มปอดเลยทีเดียว 🥰✨ 🌿พิกัด 5 น้ำตกใกล้กรุงฯ 👉น้ำตกวังตะไคร้ จังหวัดนครนายก 👉น้ำตกนางรอง จังหวัดนครนายก 👉สวนรุกขชาติมวกเหล็ก (น้ำตกมวกเหล็ก) จังหวัดสระบุรี 👉อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย จังหวัดสระบุรี 👉อุทยานแห่งชาติเอราวัณ (น้ำตกเอราวัณ) จังหวัดกาญจนบุรี 🌿น้ำตกวังตะไคร้ น้ำตกวังตะไคร้เกิดจากลำธาร 2 สาย คือน้ำตกแม่ปล้องและน้ำตกเหวกฐิน ไหลมารวมกันที่วังตะไคร้ และเนื่องจากน้ำตกวังตะไคร้จะมีโขดหินน้อยใหญ่สลับกันไปตามลำธาร จึงทำให้น้ำไม่สูงมาก เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำ นักท่องเที่ยวนำรถยนต์เข้าไปจอดบริเวณใกล้น้ำตกได้เลย ไม่ต้องเดินไกล สะดวกเป็นอย่างมากสำหรับผู้สูงอายุ และสามารถนำอาหารเข้าไปรับประทานภายในได้อีกด้วยแต่เราต้องช่วยกันดูแลเรื่องความสะอาดด้วยนะ นอกจากนี้ยังนำสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กเข้าชมได้ด้วย แต่นักท่องเที่ยวจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการพลัดหลงและงดลงเล่นน้ำในลำธาร 📍 ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ⏰ เวลาทำการ 08.00-17.00 น. 💵 ค่าเข้าชม รถยนต์โดยสารทุกประเภท คันละ 150 บ. (ผู้โดยสารไม่เกิน 8 คน) เกิน 8 คน คิดเพิ่มคนละ 10 บาท / โดยสารด้วยมอเตอร์ไซด์คนละ 50 บาท / สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินเข้าคนละ 20 บาท 🌐 https://goo.gl/maps/aDRKyXdCM5ScSGpA8 🌿น้ำตกนางรอง น้ำตกนางรองเป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีสายน้ำไหลผ่านชั้นหินลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ มีความสูงไม่มากนัก เหมาะสำหรับการมาเล่นน้ำอย่างมาก โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกเล่นน้ำได้หลายจุด และยังเป็นน้ำตกที่เที่ยวได้ทุกฤดูกาล ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าดงพงไพรที่เขียวขจี รู้สึกเย็นสบาย เรียกได้ว่าเป็นแหล่งออกซิเจนบริสุทธิ์ชั้นดีเลยทีเดียว 📍 ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ⏰ เวลาทำการ 06.00 – 18.00 น. 💵 ค่าเข้าชม รถยนต์พร้อมคนขับ 50 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็กที่สูงไม่เกิน 120 ซม. เข้าฟรี 🌐 https://goo.gl/maps/8r6ULdsrCZbZVBhr6 🌿สวนรุกขชาติมวกเหล็ก (น้ำตกมวกเหล็ก) น้ำตกมวกเหล็กอยู่ในพื้นที่สวนรุกขชาติมวกเหล็ก ต้นน้ำเกิดจากป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำป่าสัก จนเกิดเป็นน้ำตกแห่งนี้ขึ้น น้ำตกมีลักษณะเป็นลำธารและแก่งหินลดหลั่นกันไป บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น มีพรรณไม้นานาชนิดให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม 📍 ตำบลมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ⏰ เวลาทำการ 08.30-17.30 น. 💵 ค่าเข้าชม ฟรี 🌐 https://goo.gl/maps/3ix5tBEUgmoVEsfw8 🌿อุทยานแห่งชาตินํ้าตกเจ็ดสาวน้อย น้ำตกของที่นี่มีลักษณะเป็นน้ำตกเล็ก ๆ 7 ชั้น มีสายน้ำไหลลดหลั่นตามชั้นต่าง ๆ ลงมาเป็นธารน้ำกว้างคล้ายแก่งขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านสาวน้อย ทุกคนจึงเรียกน้ำตกแห่งนี้ว่า “น้ำตกเจ็ดสาวน้อย” นั่นเอง สำหรับน้ำตกแห่งนี้มีแอ่งน้ำตื้นใสสะอาดจึงสามารถเล่นน้ำได้หลายจุด 📍 หมู่ 9 ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ⏰ เวลาทำการ 08.00 – 17.00 น. 💵 ค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท 🌐 https://goo.gl/maps/dmnjnro6Bafkweih7 🌿อุทยานแห่งชาติเอราวัณ (น้ำตกเอราวัณ) น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากและได้รับขนานนามว่า “สวรรค์ 7 ชั้น แห่งกาญจนบุรี” เนื่องจากเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่และสวยงามมาก โดยแบ่งเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นแอ่งสามารถเล่นน้ำได้ 📍 หมู่ที่ 4 ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ⏰ เวลาทำการ 08.00-16.00 น 💵 ค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท / ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท 🌐 https://goo.gl/maps/Gw7gwsqXAsoVdgeU7

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
✨ เที่ยวสบายใกล้กรุง 1 Day Trip Nakhon Nayok ✨
20 เม.ย. 2565

✨ เที่ยวสบายใกล้กรุง 1 Day Trip Nakhon Nayok ✨

✨ เที่ยวสบายใกล้กรุง 1 Day Trip Nakhon Nayok ✨ นครนายก / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 20/04/2022 สำหรับคนที่มีเวลาเพียงแค่ 1 วันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และอยากไปเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามใกล้ ๆ กรุงเทพฯ แอดมีตัวเลือกหนึ่งมาแนะนำ นั่นก็คือจังหวัดนครนายก เดินทางจากกรุงเทพฯเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น และเนื่องจากช่วงนี้อากาศร้อนอบอ้าว แอดก็จะเน้นสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่มรื่น เย็นสบาย เพื่อช่วยคลายร้อนกัน ไปดูว่าทริปนี้เราไปไหนบ้าง 1. เขื่อนขุนด่านปราการชล – ชมวิวบนสันเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่มีความยาวที่สุดในโลก 2. วัดจุฬาภรณ์วนาราม – ไหว้พระ เช็คอินถ่ายรูปกับอุโมงค์ต้นไผ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ 3. วัดเลขธรรมกิตต์ – ชม “โบสถ์เก่าโพธิ์ปรก” สถาปัตยกรรมจากธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา เขื่อนขุนด่านปราการชล เริ่มต้นทริปกันที่เขื่อนขุนด่านปราการชลกันค่ะ เขื่อนนี้สร้างตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในนครนายกและจังหวัดใกล้เคียงที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนและขาดแคลนน้ำในช่วงแล้ง เขื่อนสร้างเสร็จและเริ่มเก็บกักน้ำเมื่อ พ.ศ. 2548 ถือเป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่มีความยาวที่สุดในโลก คือ ยาวรวม 2,720 เมตร รับน้ำที่ไหลจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผ่านน้ำตกเหวนรกลงสู่อ่างเก็บน้ำที่มีความจุถึง 224 ล้านลูกบาศก์เมตร บริเวณสันเขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นจุดชมวิวที่ห้ามพลาด เพราะด้านหน้าเขื่อนคือทิวทัศน์อันงดงามของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่วนด้านหลังเขื่อนจะเป็นทิวทัศน์แบบพาโนรามาของตัวเมืองนครนายก เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยงามอีกที่หนึ่งที่สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด ถนนขึ้นสันเขื่อนยังเป็นเส้นทางที่นักปั่นจักรยานชื่นชอบ เพราะมีความชันไม่มาก ปั่นไม่ยากเกินไป แต่ถ้าใครไม่ชอบปั่นจักรยาน ที่นี่ก็มีรถรางชมวิวให้บริการ นั่งได้ไม่เกิน 30 คน ค่าบริการคนละ 30 บาท ใช้เวลาไปกลับประมาณ 20 นาที ติดต่อซื้อตั๋วได้ที่จุดบริการรถราง บริเวณลานจอดรถบนสันเขื่อน ถ้ามาท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่น้ำมากพอจะล่องเรือชมธรรมชาติในเขื่อน และเที่ยวน้ำตก 3 แห่ง ได้แก่ น้ำตกผางามงอน น้ำตกคลองคราม และ น้ำตกช่องลม ระยะเวลาเที่ยวรวมไปกลับประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามราคาได้ที่จุดให้บริการเรือท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่บริเวณลานจอดรถ บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เปิดทุกวัน 06.00-17.00 น. 037 384 192-3 https://goo.gl/maps/SnFQcjATe9FZq3kT9 วัดจุฬาภรณ์วนาราม วัดจุฬาภรณ์วนาราม เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2550 เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระชนมายุครบ 50 พรรษา เมื่อวัดสร้างแล้วเสร็จ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้ทรงพระราชทานชื่อว่า “วัดจุฬาภรณ์วนาราม” และทรงพระราชทานตราสัญลักษณ์ จฬ เป็นตราประจำวัด จุดเด่นของที่นี่คือ “อุโมงค์ป่าไผ่” หน้าวัด ที่มีความยาวกว่า 500 เมตร ต้นไผ่ที่เห็นนี้ทางวัดปลูกไว้ตั้งแต่ตอนสร้างวัด หลังจากที่โตเต็มที่ ยอดไผ่ค่อย ๆ โน้มเข้าหากันตามธรรมชาติ กลายเป็นอุโมงค์ป่าไผ่ที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นที่มีแสงอาทิตย์ลอดผ่านต้นไผ่ ให้บรรยากาศที่งดงามมาก ความร่มรื่นและสวยงามของอุโมงค์ป่าไผ่นี้ ถึงขั้นมีคนเปรียบเทียบว่าบรรยากาศคล้ายกับป่าไผ่อาราชิยาม่า ที่ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว จึงเป็นจุดเช็คอินถ่ายรูปยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด ด้านในอุโบสถประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย (สมัยสุโขทัย) ทรงเครื่องครึ่งยศ ส่วนรอบ ๆ บริเวณวัดนั้นเต็มไปด้วยพรรณไม้มากมายหลายชนิด ร่มรื่นมาก นอกจากจะได้ทำบุญและชื่นชมธรรมชาติแล้ว ยังสามารถซื้อหาสินค้าเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ต่าง ๆ ที่ชาวบ้านในท้องถิ่นนำมาขายในวัดได้ด้วย ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จ.นครนายก เปิดทุกวัน 07.00 – 17.00 น. 080 011 3791 https://goo.gl/maps/jzvTg6FJBCrd1NQe9 วัดเลขธรรมกิตต์ เป็นวัดเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านนา แอดอยากพามาเที่ยววัดนี้เพราะมีบรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย และเป็นวัดเก่าแก่ที่มีจุดเช็คอินถ่ายรูปที่น่าสนใจ วัดนี้คาดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อวัดบางอ้อนอก มีความโดดเด่นที่โบสถ์เก่าแก่อายุกว่าร้อยปี ก่อด้วยอิฐที่ปัจจุบันหลงเหลือเพียงผนังบางส่วนและซุ้มประตูโบสถ์ ปกคลุมด้วยรากและต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่ช่วยยึดโครงสร้างไว้ จนเป็นที่มาของชื่อ “โบสถ์เก่าโพธิ์ปรก” และกลายเป็นสถาปัตยกรรมจากธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา ซุ้มประตูและผนังโบสถ์เพียงด้านเดียวที่เหลืออยู่ ถือเป็นจุดถ่ายภาพไฮไลต์ของที่นี่ ใครอยากได้รูปสวย ๆ ไว้ลงโซเชียล ห้ามพลาดเด็ดขาด บริเวณกลางโบสถ์มีศาลาขนาดเล็ก ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งเราเข้าไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลกันได้ ที่นี่แม้จะเป็นวัดเล็ก ๆ แต่ก็นับว่าสวยงามมาก ทั้งยังมีบรรยากาศที่สงบ เดินถ่ายภาพกันได้แทบทุกจุด แอดแนะนำว่าให้มาเที่ยวช่วงบ่ายแก่ ๆ จะมีแสงส่องมากระทบประตูพอดี ให้ความรู้สึกสวยงามลึกลับ ปัจจุบันแม้ทางวัดจะมีพระอุโบสถและวิหารที่สร้างขึ้นใหม่ แต่สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวก็คือ “โบสถ์เก่าโพธิ์ปรก” ที่สวยงามนี้เอง ตําบลบางอ้อ อําเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. 081 383 7896 https://goo.gl/maps/NtkSuxkaBfLXD19R6

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม