Loading Logo
พระนครศรีอยุธยา

พระนครศรีอยุธยา

บทความท่องเที่ยว

พบ 7 รายการ
18 วัด พระนครศรีอยุธยา … ที่ห้ามพลาดไปเช็กอิน
25 เม.ย. 2567

18 วัด พระนครศรีอยุธยา … ที่ห้ามพลาดไปเช็กอิน

18 วัด พระนครศรีอยุธยา … ที่ห้ามพลาดไปเช็กอิน พระนครศรีอยุธยา / By เพื่อนร่วมทาง / 25/04/2024 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อดีตราชธานีกรุงเก่าของไทยที่มีความเจริญรุ่งเรืองถึง 417 ปี ซึ่งในเวลานั้น นับเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างสรรค์ความเจริญสูงสุดของชนชาติไทย อารยธรรมเหล่านั้นปัจจุบันยังคงสัมผัสได้ผ่านศิลปวัฒนธรรม โบราณสถานต่าง ๆ และวิถีชีวิตของชาวกรุงเก่า หากเอ่ยถึงแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของพระนครศรีอยุธยา คงไม่พ้นวัดวาอารามและโบราณสถานเก่าแก่ จนบางพื้นที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในบัญชีมรดกโลก รีวิวนี้นำเสนอข้อมูลการเดินทางไปยังกรุงเก่า รวมทั้งแนะนำ 18 วัด ที่ห้ามพลาดไปท่องเที่ยวและไหว้พระทำบุญ การเดินทางไปอยุธยาสามารถเดินทางไปได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง และรถไฟ บริเวณใกล้ท่ารถตู้อยุธยาและด้านหน้าสถานีรถไฟอยุธยา มีรถตุ๊กตุ๊กหัวกบจอดรอให้บริการ แนะนำให้สอบถามและตกลงราคาให้แน่ชัดก่อนใช้บริการ 1. วัดพระศรีสรรเพชญ์ อยู่ทางทิศเหนือของวิหารพระมงคลบพิตร เป็นวัดสำคัญที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวง เทียบได้กับวัดมหาธาตุแห่งกรุงสุโขทัย เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ จึงเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.30 น. อัตราค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท ที่ตั้ง : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/yxAWWAcRzGGBbRMF9 2. วิหารพระมงคลบพิตร พระอารามหลวงตั้งทางทิศใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดเก่าแก่ในเขตกำแพงเมืองที่ได้รับการบูรณะอย่างดี ภายในวิหารประดิษฐาน “พระมงคลบพิตร” พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 9.55 เมตร สูง 12.45 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.30 น. ที่ตั้ง : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/tYixxDXVU8Kj65xr6 3. วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์ มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัด เมื่อปี พ.ศ. 1927 เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.30 น. อัตราค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท ที่ตั้ง : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/UACpZ1SZ5fvkqqK28 4. วัดพระราม ตั้งอยู่นอกเขตพระราชวังไปทางทิศตะวันออก ตรงข้ามกับวิหารพระมงคลบพิตร มีพื้นที่ใหญ่โตกว้างขวาง สมเด็จพระราเมศวรทรงสร้างขึ้นตรงบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง พระราชบิดา) เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.30 น. อัตราค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท ที่ตั้ง : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/dw5b6t6ky4L2ytPN6 5. วัดราชบูรณะ อยู่ตรงเชิงสะพานป่าถ่าน ตรงข้ามวัดมหาธาตุ พระปรางค์ประธานเป็นศิลปะอยุธยาสมัยแรก สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมขอม เมื่อคราวเสียกรุงวัดราชบูรณะถูกไฟไหม้เสียหายมาก แต่ยังคงเหลือเสาพระวิหารและฐานชุกชีพระประธานปรากฏให้เห็นอยู่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.30 น. อัตราค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท ที่ตั้ง : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XHTvASRqfmBgJmnRA 6. วัดไชยวัฒนาราม อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก บริเวณนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เป็นโบราณสถานที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของอยุธยา สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ราวปี พ.ศ. 2173 และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2478 กรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะเรื่อยมา จึงยังคงความสวยงามยิ่งใหญ่ตระการตาเสมือนในอดีต เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. อัตราค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท ที่ตั้ง : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/i3bcoMAzWvBuXFgj7 7. วัดมเหยงคณ์ ตั้งอยู่นอกเขตเมืองไปทางทิศตะวันออก เดิมเป็นพระอารามหลวง แต่กลายเป็นวัดร้างไปภายหลังกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อปี พ.ศ. 2310 ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนให้วัดมเหยงคณ์เป็นโบราณสถานของชาติ ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2484 ที่ตั้ง : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Wcu5koKo3YAG1NYa7 8. วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามกับเกาะเมือง วัดนี้สร้างขึ้นในบริเวณตำหนักที่ประทับเดิมของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง หลังจากนั้นพระองค์ทรงสร้างพระราชวังใหม่ที่ตำบลหนองโสน (บึงพระราม) จึงทรงสถาปนาสถานที่นี้เป็นวัดพุทไธศวรรย์ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ที่ตั้ง : ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/qjXX4vJzQxYmTEcf6 9. วัดพระงาม ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานทางเอกสารว่าสร้างขึ้นเมื่อใด จากหลักฐานการขุดแต่งทางโบราณคดีพบว่า วัดพระงามมีแผนผังเป็นแบบที่นิยมในสมัยอยุธยาตอนต้น คือหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ขอบเขตของวัดกำหนดจากคูน้ำล้อมรอบทุกด้าน สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้ คือ ประตูแห่งกาลเวลา ซุ้มประตูวัดที่ปรากฏรากของต้นโพใหญ่ซึ่งเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาพุทธ อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี เลื้อยพันปกคลุมอยู่โดยรอบซุ้มประตู เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ที่ตั้ง : ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/7tCzqqLJWJX9u2xw7 10. วัดโลกยสุธาราม (วัดพระนอน) ตั้งอยู่ใกล้กับพระราชวังหลวงและวัดพระศรีสรรเพชญ์ ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา มีประวัติเก่าแก่ และถูกกล่าวถึงในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาว่าเป็นเส้นทางนมัสการพระนอนของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ลักษณะเป็นพระพุทธรูปนอนกลางแจ้ง สีขาว ก่ออิฐถือปูน องค์พระมีความยาว 42 เมตร สูง 8 เมตร แม้จะมีอายุเก่าแก่ แต่ยังคงรายละเอียดค่อนข้างสมบูรณ์ สีพระพักตร์อิ่มเอิบ เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.30 น. ที่ตั้ง : ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/i6AHbYNhmZfyY5DJ6 11. วัดใหญ่ชัยมงคล สร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด คือ เจดีย์ชัยมงคล อนุสรณ์แห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ในปี พ.ศ. 2135 เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทำศึกยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราช ที่ตำบลหนองสาหร่าย เมืองสุพรรณบุรี ทรงสร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นที่วัดนี้เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ที่ตั้ง : ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FKzezeA21z86kHvn8 12. วัดพนัญเชิง วรวิหาร อยู่ริมแม่น้ำป่าสัก เป็นพระอารามหลวงชั้นโท “วรวิหาร” ก่อสร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด คือ พระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต) พระพุทธรูปศิลปะอู่ทองตอนปลาย ปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง 14.20 เมตร สูง 19.20 เมตร เบื้องหน้ามีตาลปัตรหรือพัดยศและพระอัครสาวกทำด้วยปูนปั้นลงรักปิดทองประดิษฐานอยู่เบื้องซ้ายและขวา นับเป็นพระโบราณคู่บ้านคู่เมืองกรุงศรีอยุธยามาแต่แรกสร้างกรุง เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ที่ตั้ง : ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xrXTMfjFuxJfojU88 13. วัดภูเขาทอง วัดภูเขาทองนี้ถูกกล่าวไว้ในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า “พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองเป็นผู้สร้างพระมหาเจดีย์ประธานขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2112 ศิลปะแบบมอญสูงใหญ่ไว้เพื่อเป็นที่ระลึกเมื่อคราวรบชนะไทย” ต่อมา เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชกลับคืนมาให้กรุงศรีอยุธยาพร้อมทั้งประกาศอิสรภาพเมื่อปี พ.ศ. 2127 จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์แบบอยุธยา โดยให้รื้อช่วงบนขององค์พระมหาเจดีย์ออก เสมือนการบูรณะครั้งใหญ่ และทรงสร้างเจดีย์แบบย่อมุมไม้สิบสอง ซึ่งเป็นที่นิยมในยุคนั้นบนฐานทักษิณพระมหาเจดีย์องค์เดิม ฝีมือช่างมอญเดิมจึงปรากฏเหลือเพียงฐานทักษิณส่วนล่างเท่านั้น ปัจจุบันกรมศิลปากรสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงม้าในบริเวณด้านหน้าวัดภูเขาทอง เพื่อให้ประชาชนสักการบูชา เปิดทุกวัน เวลา 07.00-17.00 น. ที่ตั้ง : ตำบลภูเขาทอง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/bv376j77Nm862M8o6 14. วัดศาลาปูน วรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานผู้สร้าง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณนามว่า หลวงพ่อแขนลาย หน้าตักกว้าง 29 นิ้ว พุทธลักษณะเป็นศิลปะอยุธยา ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปยืน ซึ่งถือเป็นพระประธานองค์เดียวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีพุทธลักษณะยืน สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ตั้ง : ตำบลภูเขาทอง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/koSovvZFjU5bG2Xr5 15. วัดบรมพุทธาราม ตั้งอยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเพทราชา ราวปี พ.ศ. 2231-2246 พระอุโบสถอยู่บนฐานโค้งคล้ายเรือสำเภา ตามศิลปะอยุธยาตอนปลาย ซุ้มประตูปูนปั้นเป็นรูปพระจุฬามณี ภายในมีพระประธานปางมารวิชัย วัดนี้แตกต่างจากวัดอื่นตรงที่ใช้กระเบื้องเคลือบสีเหลืองแกมเขียวมุงหลังคาพระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ อีกทั้งใช้ประดับเจดีย์และซุ้มประตู จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดกระเบื้องเคลือบ” เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.00 น. ที่ตั้ง : ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/bvCCV3JSrdZNhLgF9 16. วัดนิเวศธรรมประวัติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2419 เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน ลักษณะเด่นของวัดนี้ คือ การตกแต่งเป็นแบบตะวันตก พระอุโบสถคล้ายโบสถ์ฝรั่งในศาสนาคริสต์ มีหลังคายอดแหลมและช่องหน้าต่างเจาะโค้งแบบกอทิก ผนังอุโบสถเหนือหน้าต่างด้านหน้าพระประธานประดับกระจกสี เปิดทุกวัน จันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-17.00 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น. ที่ตั้ง : ตำบลบางเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Y1mNg5UnxMYyrjyy9 17. วัดท่าการ้อง วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตกของเกาะเมือง พระอุโบสถประดิษฐาน พระพุทธรัตนมงคล หรือ หลวงพ่อยิ้ม เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ที่ตั้ง : ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/5XjCpUGMbjcfYmrG8 18. วัดนครหลวง (ปราสาทนครหลวง) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งทิศตะวันออก ตั้งอยู่ในบริเวณวัดนครหลวง เดิมเป็นตำหนักที่ประทับของกษัตริย์ในระหว่างเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี และเป็นที่ประทับแรมในระหว่างเสด็จไปลพบุรี สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม แต่มาสร้างเป็นที่ประทับก่ออิฐถือปูนในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ราวปี พ.ศ. 2174 เปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. ที่ตั้ง : ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิกัด : https://maps.app.goo.gl/fUahdn8BDj4n7mrM8

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
ก๋วยเตี๋ยวบก คลองสระบัว อยุธยา
9 เม.ย. 2567

ก๋วยเตี๋ยวบก คลองสระบัว อยุธยา

ก๋วยเตี๋ยวบก คลองสระบัว อยุธยา พระนครศรีอยุธยา / By เพื่อนร่วมทาง / 09/04/2024 กระแสเดินทางท่องเที่ยวตามรอยละครพรหมลิขิตยังคงมาแรง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของ “จังหวัดพระนครศรีอยุธยา” เพราะในละครได้มีการกล่าวถึงและใช้เป็นสถานที่อ้างอิงตามประวัติศาสตร์ อีกหนึ่งสิ่งที่มาแรงไม่แพ้กันก็คือการตามรอยเมนูอาหารสุดเย้ายวนในทุกค่ำคืนที่ละครออนแอร์ ซึ่งมีทั้งอาหารคาวและหวาน แต่ละเมนูน่ากินมาก บางเมนูก็เป็นเมนูที่น้อยคนจะรู้จัก ยกตัวอย่างเช่น “ก๋วยเตี๋ยวบก” ก๋วยเตี๋ยวบก เป็นเมนูที่ปัจจุบันไม่ค่อยมีคนทำกินกันสักเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่จะถูกดัดแปลงไปเป็นก๋วยเตี๋ยวลุยสวน หรือเมี่ยงก๋วยเตี๋ยว เพื่อให้กินง่ายขึ้น สำหรับเมนูก๋วยเตี๋ยวบกนั้นประกอบไปด้วย เส้นใหญ่ลวก เนื้อสัตว์ลวก เช่น กุ้ง ไก่ หมู เป็นต้น ตามด้วยกระเทียมเจียว พริกสด จากนั้นนำมาห่อด้วยผักสด เช่น ผักกาดหอม กะหล่ำปลี โหระพา สะระแหน่ เป็นต้น สุดท้ายราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดและน้ำจิ้มถั่วลิสง รสชาติจะคล้ายกับยำ แต่จะกลมกล่อมกว่า สำหรับใครที่เดินทางไปเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วสนใจอยากชิมเมนูก๋วยเตี๋ยวบก บัดดี้ขอแนะนำ ก๋วยเตี๋ยวบก อยุธยา คลองสระบัว บอกเลยว่าก๋วยเตี๋ยวบกร้านนี้ครบเครื่องแบบในละครเลยและที่สำคัญคืออร่อยมาก นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูอื่น ๆ ที่บัดดี้อยากให้ทุกคนไปลิ้มลองด้วย นั่นก็คือ ก๋วยเตี๋ยวบกสูตรของทางร้าน โดยมีวัตถุดิบคล้าย ๆ กับก๋วยเตี๋ยวบกสูตรโบราณ มีวิธีการทำและรสชาติแตกต่างกัน เป็นสูตรที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมี ผัดไทยกุ้งสด บะหมี่จั่นเจาขี้เมา เมี่ยงกุ้ง หอยทอด รับรองเลยว่าจะไม่ผิดหวัง เห็นร้านเล็ก ๆ แบบนี้ ขอแอบบอกว่าออเดอร์แน่นทุกวัน แนะนำให้โทรสอบถามล่วงหน้าก่อน จะได้ไม่พลาดลิ้มลองความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวบกกัน ร้านก๋วยเตี๋ยวบก คลองสระบัว ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 10.00-17.00 น. (เนื่องจากร้านไม่ได้มีวันหยุดที่แน่นอน แนะนำให้โทรสอบถามล่วงหน้า) 08 1407 3631 https://maps.app.goo.gl/4U4s1fUmcNZjNuJj9

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
เที่ยว ‘อยุธยา’ 2 วัน 1 คืน ตามรอยละครพรหมลิขิต
7 เม.ย. 2567

เที่ยว ‘อยุธยา’ 2 วัน 1 คืน ตามรอยละครพรหมลิขิต

เที่ยว ‘อยุธยา’ 2 วัน 1 คืน ตามรอยละครพรหมลิขิต พระนครศรีอยุธยา / By เพื่อนร่วมทาง / 07/04/2024 “อยุธยา” ราชธานีเก่าแก่ แม้จะล่วงเลยเวลามาหลายร้อยปี แต่ร่องรอยโบราณสถาน หลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ของที่นี่ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในสมัยนั้น และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนมาเที่ยวชมตลอดทุกวัน แถมกระแสละครเรื่อง ‘พรหมลิขิต’ ยังคงไม่จางหาย คงจะมีแฟนละครคิดถึงกันไม่น้อย บัดดี้เลยจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวตามรอยละครพรหมลิขิตในอำเภอพระนครศรีอยุธยากัน ว่ามีสถานที่ไหนที่เราได้ชมในละครบ้าง จุดแรกของทริปนี้ “วัดไชยวัฒนาราม” เรียกว่าเป็นพิกัดที่มักจะปรากฏอยู่บ่อย ๆ ทั้งในละครเรื่อง ‘บุพเพสันนิวาส’ และภาคต่อ ‘พรหมลิขิต’ เลยล่ะ วัดแห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นโบราณสถานขนาดใหญ่และมีความงดงามมากแห่งหนึ่ง สร้างในปี พ.ศ. 2173 สมัยพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งสร้างขึ้นบริเวณนิวาสสถานเดิมของพระราชมารดา เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล และต่อมายังใช้เป็นที่ถวายพระเพลิงพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ด้วย สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในวัดไชยวัฒนารามก็คือ ปรางค์ประธานที่ตั้งอยู่กลางวัด และปรางค์บริวารทั้ง 4 มุม ระเบียงคดมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยตั้งเรียงอยู่ อัตราค่าบัตรเข้าชม สำหรับชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท ส่วนใครที่สนใจจะเข้าชมวัดอื่น ๆ ที่อยู่ในความดูแลของอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา ก็มีบัตรเข้าชมรวมสามารถเข้าชมได้ 6 วัด ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดพระราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์ ราคาบัตรชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท (บัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้วัดละ 1 ครั้ง) หมู่ 2 ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. https://goo.gl/maps/s5AWGMS2PuMUc3zB9 ถัดมาเราจะพาไปชม “วัดพุทไธศวรรย์” อีกหนึ่งวัดที่มีเหตุการณ์สำคัญของละครเรื่องพรหมลิขิต นั่นก็คือ ‘พิธีจองเปรียง’ ว่ากันว่าพิธีนี้คือต้นแบบการลอยกระทงในปัจจุบันนั่นเอง วัดนี้สร้างขึ้นในบริเวณตำหนักที่ประทับเดิมของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ซึ่งเรียกว่าตำหนักเวียงเหล็ก หรือเวียงเล็ก หลังจากนั้น พระองค์ทรงสร้างพระราชวังใหม่ที่ตำบลหนองโสน (บึงพระราม) จึงทรงสถาปนาสถานที่นี้เป็นวัดพุทไธศวรรย์ เดินเข้ามาด้านในวัดพุทไธศวรรย์ ชม ‘พระมหาธาตุ’ พระปรางค์ประธานองค์ใหญ่ทรงฝักข้าวโพด ซึ่งเป็นแบบนิยมของการสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น ประดิษฐานอยู่กึ่งกลางของอาณาเขตพุทธาวาสบนฐานไพที มีลักษณะย่อเหลี่ยม และยังมีมณฑป 2 หลัง ภายในมณฑปมีพระประธาน บริเวณรอบพระปรางค์ประธาน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยหลายองค์ตามแนวกำแพงระเบียงคด ฉากนี้ ยังเคยปรากฏในละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ตอนที่แม่หญิงการะเกดพบกับอาจารย์ชีปะขาวครั้งแรก มาถึงที่แล้ว ก็ขอเป็นแม่หญิงการะเกดสักหน่อย ด้านในสุดของวัดพุทไธศวรรย์ ยังปรากฏซากโบราณสถานของวิหารหลวง และพระพุทธไสยาสน์หรือพระนอนประดิษฐานอยู่อีกด้วย ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวันเวลา 08.30-16.30 น. https://maps.app.goo.gl/pH9dfWvCP9vB6Zw เที่ยวชมมาครึ่งวันแล้วไปเติมกำลังกันที่ร้านอาหาร วิววัด อยุธยา ให้บริการทั้งอาหารไทย อีสาน เวียดนาม View Wat Ayutthaya ร้านนี้ เปิดให้บริการ 2 ชั้น โดยชั้นล่างจะเป็นด้านนอก และชั้นสอง เป็นบรรยากาศแบบเรือนไทย มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเจดีย์ประธานของวัดราชบูรณะด้วย นอกจากเรื่องวิวที่เด่นแล้ว เรื่องอาหารก็น่ากินไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ยำใบชะพลูทอด แกงส้มชะอมกุ้งตัวโต ๆ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง น่ากินไปหมดเลย เที่ยวตามรอยละครพรหมลิขิตทั้งที ก็ขอกินตามด้วยแล้วกันกับเมนู ‘ปลาตะเพียนทอดกระเทียม’ จะเห็นได้ว่าในละครเรื่องนี้มีเนื้อหาในยุคการปกครองของพระเจ้าท้ายสระ ซึ่งท่านโปรดเสวยปลาตะเพียนเป็นอย่างมาก และเราก็ได้เห็นแม่นายพุดตานทำปลาตะเพียนทอดกระเทียมมาถวาย แม้ว่าปลาชนิดนี้จะมีก้างเยอะ แต่ถ้าทอดจนกรอบ ก็สามารถกินได้อย่างไม่ต้องกังวลใจ ร้านอาหารวิววัด อยุธยา 37 ซอยชีกุน 2 ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น. 08 2899 9196 Facebook : View Wat Ayutthaya https://maps.app.goo.gl/kaDYY4qe9MKVZZP98 พักจนหายเหนื่อยแล้ว พาเพื่อน ๆ มาชมจุดท่องเที่ยวในเกาะเมืองกันที่ “วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ” เป็นวัดสำคัญที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยา ใช้สำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ เดินเข้ามาด้านใน ชมพระสถูปเจดีย์ที่ตั้งเด่นเรียงกันทั้งสามองค์นี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ 3 พระองค์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ในคราวแรกนั้นสร้างเพียงสององค์ และหลังจากนั้นราว ๆ 30 ปี ได้มีการสร้างองค์ที่สามขึ้นมา พระสถูปเจดีย์ทั้งสามองค์เป็นทรงลังกา และมีการสร้างมณฑปขึ้นระหว่างเจดีย์แต่ละองค์ สันนิษฐานว่าสร้างภายหลังในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ที่นี่ก็ยังปรากฏในละครพรหมลิขิตอีกด้วย เป็นตอนที่พุดตานกำลังเดินทางไปไซต์งานของตน โบราณสถานที่สำคัญซึ่งอยู่ติดกับพระสถูปเจดีย์ ในอดีตบริเวณนี้เรียกว่าพระราชวังโบราณหรือพระราชวังหลวง ปรากฏการสร้างพระที่นั่งสำคัญต่าง ๆ มีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่การใช้ประโยชน์เป็นเขตพระราชฐานชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน โดยเขตพระราชฐานชั้นใน เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ที่เป็นสตรี โดยยุคของละครพรหมลิขิต ซึ่งเป็นยุคของพระเจ้าท้ายสระ ที่นี่ก็มีความเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน คือ ‘พระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์’ พระที่นั่งแห่งนี้อยู่ท้ายสุดของพระราชวัง สร้างขึ้นกลางสระน้ำขนาดใหญ่ จากข้อมูล บันทึก หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ระบุได้ว่าที่แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และเป็นที่โปรดประทับของพระเจ้าท้ายสระอีกด้วย เพื่อน ๆ สามารถใช้ประตูด้านหลังพระสถูปเจดีย์ และเดินเข้าไปในเขตพระราชวังโบราณ ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที ไปยังบริเวณพระที่นั่ง ระหว่างทางยังมีโบราณสถานอีกหลายจุดที่อยู่ใกล้ ๆ ให้เราได้แวะชมอีกด้วย ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท | ชาวต่างชาติ 50 บาท บัตรเข้าชมรวม ชาวไทย 40 บาท | ชาวต่างชาติ 220 บาท https://goo.gl/maps/5vkzTUxZoLi3Whf27 ไม่ไกลจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ จะเจอกับ “วัดพระราม” แม้ว่าจะเป็นฉากสั้น ๆ ที่พุดตานเดินทางผ่านวัดนี้เพื่อไปทำงาน แต่ก็เป็นอีกวัดที่มีขนาดใหญ่และสวยงาม ตั้งอยู่นอกเขตพระราชวัง ตรงข้ามกับวิหารพระมงคลบพิตร และมีบึงขนาดใหญ่อยู่หน้าวัด ชื่อว่า ‘บึงชีขัน’ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “บึงพระราม” วัดนี้ สมเด็จพระราเมศวรทรงสร้างขึ้นตรงบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ผู้เป็นพระราชบิดา ชมพระปรางค์ประธานองค์ใหญ่ของวัดพระราม ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมสูงแหลมขึ้นไปด้านบน ด้านทิศตะวันออกมีพระปรางค์ขนาดกลาง ส่วนทางตะวันตกทำเป็นซุ้มประตู มีบันไดสูงจากฐานขึ้นไปทั้งสองข้าง ที่มุมปรางค์ประกอบด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ และยังมีปรางค์ขนาดเล็กตั้งอยู่ ใต้ฐานของปรางค์เล็กมีเจดีย์ล้อมรอบอีกสี่ด้าน ถือเป็นอีกหนึ่งวัดที่ควรค่าแก่การมาชมเลยทีเดียว ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท | ชาวต่างชาติ 50 บาท บัตรเข้าชมรวม ชาวไทย 40 บาท | ชาวต่างชาติ 220 บาท พิกัด : https://goo.gl/maps/mv2G5g4ojVngcVwe7 เดินทางจากวัดพระรามมาเพียง 3 กิโลเมตร จะเจอกับ “วัดสุวรรณดารามราชวรวิหาร” ซึ่งเป็นฉากที่แม่แก้วและพ่อมิ่งมาปะหน้ากันในวัดนั่นเอง ถึงแม้ว่าจะเป็นวัดที่ใช้เป็นจุดถ่ายทำ แต่ความจริงแล้ววัดแห่งนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับตัวละครในเรื่องพรหมลิขิตอีกด้วย วัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ใกล้กับโบราณสถานป้อมเพชร เดิมที ชื่อว่า ‘วัดทอง’ เป็นโบราณสถานตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย สร้างขึ้นโดยพระอักษรสุนทรศาสตร์ หรือชื่อสามัญคือ ‘ทองดี’ ซึ่งท่านเป็นบุตรของพระยาราชนิกูล (ทองคำ) และมีศักดิ์เป็นเหลนของเจ้าพระยาโกษาปาน ภายหลังจากการเสียกรุงครั้งที่ 2 วัดแห่งนี้ถูกทิ้งร้างและทรุดโทรมอย่างมาก จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) โปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ยกให้เป็นวัดประจำราชวงศ์จักรี และเปลี่ยนชื่อเป็น ‘วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร’ ตามชื่อของพระบรมชนกนาถ คือท่านทองดี และพระบรมราชชนนี นามว่า ‘ดาวเรือง’ ภายในพระอุโบสถ ตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังภาพเทพชุมนุมและภาพเล่าเรื่องทศชาติชาดก อายุเก่าแก่อายุมากกว่า 200 ปี โดยฝีมือของช่างหลวงสมัยรัชกาลที่ 1 มองขึ้นไปบนเพดานประดับด้วยไม้แกะสลักลวดลายสวยงาม นอกจากนี้อาคารข้าง ๆ กันคือพระวิหาร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปและมีภาพเขียนด้วยสีน้ำมัน เล่าเรื่องราวพระราชพงศาวดารของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้านหลังพระวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ประธานองค์ใหญ่สีขาว มีเจดีย์รายอยู่ล้อมรอบ นับว่าวัดสุวรรณดารารามเป็นวัดหลวงที่มีความงามวิจิตรอีกแห่งหนึ่งก็ว่าได้ ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. https://maps.app.goo.gl/RX7CyNq7PW6JakBD8 ตกเย็น แวะกินของแซ่บฉบับคุณหญิงการะเกด เรียกได้ว่าอยุธยานั้นมีแหล่งน้ำที่มีปลาชุกชุมและมีกุ้งเยอะ จะเห็นได้ว่าในอยุธยามีร้านขายกุ้งเผาเยอะมาก ๆ บัดดี้มาที่ร้านมองดูเรือ เป็นร้านอาหารหลากหลายเมนู ทั้งอาหารไทย แกงป่า รสชาติอาหารแต่ละจานนั้นถึงเครื่องถึงรสมาก ๆ และทีเด็ดสุดก็คือกุ้งเผาตัวโต ๆ มีหลายไซซ์หลายราคาเลย กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด ราดลงบนมันกุ้งฉ่ำ ๆ แค่คิดก็ฟินแล้ว ร้านอาหารมองดูเรือ ตั้งอยู่ติดถนนอู่ทอง ติดริมแม่น้ำจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดกษัตราธิราชวรวิหาร ถนนอู่ทอง ตำบลประตูชัย อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 10.00-23.00 น. 08 0108 2345 https://maps.app.goo.gl/WfnWbENkT9hqqEEU9 วันที่ 2 “มาวัดพระงาม” ชมประตูแห่งกาลเวลา อีกหนึ่งสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาแวะเวียนเยี่ยมชมอยู่ตลอด โดยเฉพาะตรงบริเวณซุ้มประตูที่โอบล้อมด้วยรากต้นโพธิ์นานกว่า 100 ปี จนถูกขนามนามว่าเป็น ‘ประตูแก่งกาลเวลา’ ฉากนี้ เป็นตอนที่พุดตานกำลังเดินทางไปไซต์งานที่ตนทำงานอยู่นั่นเอง ภายในวัด ประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ด้วยหน้า มีผู้คนนิยมมาสักการบูชาทุกวัน ด้านหลังพระพุทธรูป เจดีย์เป็นประธานทรงแปดเหลี่ยม มีกำแพงแก้วและคูน้ำล้อมรอบวัด สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ทิ้งร่องรอยของการบูรณปฏิสังขรณ์มากกว่าหลายครั้ง หากใครที่จะมาวัดนี้ ต้องปักหมุดว่า ‘ประตูกาลเวลา วัดพระงาม พระนครศรีอยุธยา‘ กันนะ เพราะมีพิกัดวัดที่ชื่อคล้าย ๆ กัน เพื่อน ๆ อาจจะหลงกันได้ หมู่ที่ 4 ซอยสลักหิน ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://goo.gl/maps/MqN7movEU2KDP9ew7 ไม่ไกลจากวัดพระงาม ยังมีอีกวัดสำคัญที่เกี่ยวข้องกันในยุคสมัยนั้น คือ “วัดโคกพระยา” วัดนี้ถูกกล่าวถึงในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ระบุในปี พ.ศ. 1925 แผ่นดินพระราเมศวรว่าเป็นที่สำเร็จโทษพระเจ้าทองลัน และต่อมา มีการกำหนดในกฎมณเฑียรบาลให้การสำเร็จโทษเชื้อพระวงศ์นั้น ต้องกระทำที่วัดโคกพระยาเท่านั้น ซึ่งในละครพรหมลิขิต ก็เป็นฉากที่เกตสุรางค์และเพื่อน ๆ ของเธอกำลังเรียนเกี่ยวกับประวัติและเรื่องราวของวัดแห่งนี้นั่นเอง ปัจจุบัน ปรากฏโบราณสถานเจดีย์ทรงระฆังเป็นประธาน ซึ่งสันนิษฐานได้ว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น ด้านหน้าเป็นวิหาร มีกำแพงแก้วล้อมรอบ วัดนี้ซ่อนตัวอยู่ในชุมชน เส้นทางเข้าไปชมวัดค่อนข้างเล็ก รถใหญ่อาจจะเดินทางเข้าถึงไม่สะดวก ตำบลลุมพลี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://maps.app.goo.gl/FK6cDVThXarUeTcD7 “ร้านก๋วยเตี๋ยวบก อยุธยา คลองสระบัว” เป็นร้านอาหารที่เปิดขายภายในบ้าน มีพื้นที่ไม่เยอะมาก แต่ขอบอกเลยว่าออเดอร์แน่นทุกวัน มีลูกค้าแวะเวียนมาสั่งอยู่ตลอดทั้งคนในพื้นที่และต่างจังหวัด ถ้าเห็นร้านปิดรั้วไม่ต้องตกใจนะคะ ร้านจะแขวนป้ายไว้ให้ทราบ ภายในร้านมีเมนูแนะนำหลายอย่าง บัดดี้ก็จัดมาชิมทุกจานเลย ไม่ว่าเป็น ก๋วยเตี๋ยวบกสูตรของทางร้าน ผัดไทยกุ้งสด บะหมี่จั่นเจาขี้เมา เมี่ยงกุ้ง อร่อยสุด ๆ ก๋วยเตี๋ยวบกสูตรโบราณ เป็นเมนูที่หารับประทานได้ยาก และก็เป็นอีกเมนูที่คุณหญิงการะเกดสอนแม่หญิงแพรจีนหัดทำอาหารด้วยนะคะ หากใครนึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหนดี หากมาเที่ยวอยุธยา อย่าลืมแวะมาที่ร้านนี้กันนะ แนะนำให้โทรสอบถามล่วงหน้ากันด้วย ร้านก๋วยเตี๋ยวบก คลองสระบัว ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิด เวลา 10.00-17.00 น. (ทางร้านมีวันหยุดไม่แน่นอน แนะนำให้โทรสอบถามล่วงหน้า) 08 1407 3631 https://maps.app.goo.gl/4U4s1fUmcNZjNuJj9 ไปต่อกันที่ “วัดพนัญเชิงวรวิหาร” วัดเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ฝั่งนอกเกาะเมือง เป็นฉากที่คุณหญิงการะเกดและออกญาวิสูตรสาคร แล่นเรือผ่านวัดนี้ สันนิษฐานว่ามีการสร้างมาก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ และมีเรื่องราวเกี่ยวกับ “พระเจ้าสายน้ำผึ้ง” ซึ่งปรากฏในพงศาวดารว่าเป็นผู้สร้างวัดนี้เพื่อพระราชทานเพลิงศพพระนางสร้อยดอกหมาก ภายในวัดยังมีตึกเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ที่มีรูปแบบของจีน เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นเจ้าแม่สร้อยดอกหมากในเครื่องแต่งกายแบบจีน เพื่อน ๆ สามารถมากราบไหว้ขอพรกันได้ ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวไทยเข้าชมฟรี ชาวต่างชาติมีค่าเข้าชม 20 บาท https://goo.gl/maps/E6FviBSVotQ9DK88A มาเที่ยวอยุธยาทั้งที ใครจะพลาด “ขนมไทยฉบับท้าวทองกีบม้า” ได้ล่ะ บัดดี้พามาที่วิสาหกิจชุมชนขนมไทยแม่มะลิ ซึ่งอยู่จากเกาะเมืองไปประมาณ 15 นาที ที่นี่ก่อตั้งโดยคุณป้ามะลิ ผู้มีความรู้ความสามารถในการทำขนมไทยและมีผู้มาขอวิชาความรู้จากท่านกันเยอะมาก จนภายหลังก็ได้ก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดความรู้แก่ผู้ที่สนใจอยากเรียน นอกจากนี้ยังต้อนรับนักท่องเที่ยวหรือเพื่อน ๆ ที่อยากจะชิมขนมไทยอร่อย ๆ โดยปกติแล้วขนมที่ทำเป็นหลักก็จะเป็นขนมเซ็ตทอง ทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองเอก และอื่น ๆ อีกมาก นอกจากนี้ ที่นี่ก็ยังรับทำขนมสำหรับจัดเลี้ยงอีกด้วย โทรสอบถามล่วงหน้าได้เลย ตำบลเกาะเรียน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://maps.app.goo.gl/3g9dvtfMKfwiqJyi7 ออกเดินทางกลับกรุงเทพช่วงเย็น เริ่มหิวระหว่างทาง แวะมาที่อำเภอบางปะอิน กินหมูกระทะริมน้ำกันที่ “ร้านบ้านทองใบ คาเฟ่หมูกระทะ” ร้านอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดีสุด ๆ ที่นี่ ให้บริการหมูกระทะแบบชุด มีทั้งเซ็ตหมูเซ็ตเนื้อ ใครชอบกินอะไรเป็นพิเศษก็มีให้เลือกสั่งเยอะมาก ๆ นอกจากวัตถุดิบที่มีให้เลือกเยอะแล้ว ยังเป็นวัตถุดิบที่สดใหม่ กินได้เพลิน ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มหลากหลายชนิดของทางร้าน ใครผ่านมาอำเภอบางปะอิน แนะนำร้านนี้เลย เลขที่ 8 ตำบลบางกระสั้น อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 15.00-23.00 น. 08 5101 3093 Facebook : บ้านทองใบ https://maps.app.goo.gl/1G19J7p9KtiyZL6HA

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
✨3 วัดเก่าอยุธยา ตามรอยลิซ่าไหว้พระกรุงเก่า ✨
10 มิ.ย. 2566

✨3 วัดเก่าอยุธยา ตามรอยลิซ่าไหว้พระกรุงเก่า ✨

✨3 วัดเก่าอยุธยา ตามรอยลิซ่าไหว้พระกรุงเก่า ✨ พระนครศรีอยุธยา / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 10/06/2023 วันนี้บัดดี้พาทุกคนไปตามรอยศิลปินที่หลายคนชื่นชอบอย่าง ลิซ่า Blackpink สวมผ้าไทย ไหว้พระที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นมรดกโลก ทำเอาเพื่อน ๆ ก็อยากจะไปตามรอยกันแน่ ๆ ศิลปินที่ชอบไปไหนเราก็อยากจะไปตามรอย บัดดี้เลยมีข้อมูลทั้ง 3 วัดนี้มาให้อ่านกันเพลิน ๆ และไปตามรอยลิซ่ากันได้นะคะ 📌 วัดมหาธาตุ 📌 วัดหน้าพระเมรุ 📌 วัดแม่นางปลื้ม วัดมหาธาตุ วัดนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพระงั่ว) เป็นวัดสำคัญที่อยู่กลางเมืองพระนครศรีอยุธยา มีจุดที่น่าสนใจมาก ๆ อย่างพระปรางค์องค์ใหญ่ที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น เป็นปรางค์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากขอม และเศียรพระพุทธรูปที่อยู่ภายในรากต้นโพธิ์ จัดว่าเป็น Unseen Thailand เลยล่ะ นอกจากพระปรางค์ประธานแล้ว ยังมีเจดีย์แปดเหลี่ยมที่พบเพียงองค์เดียวในอยุธยา และยังเห็นโบราณสถานหลงเหลือให้เราได้ชมกัน เศียรพระพุทธรูปหินทรายซึ่งมีรากไม้ปกคลุม สันนิษฐานว่าเศียรพระพุทธรูปองค์นี้อาจจะตกลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ ดูแปลกตาและงดงาม ทำให้นักท่องเที่ยวต่างมาสักการะและชื่นชมเป็นอย่างมาก ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท บัตรเข้าชมรวม ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท (สามารถเข้าชมได้ 6 วัด ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดพระราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์ บัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้วัดละ 1 ครั้ง) ถนนนเรศวร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.30 น. https://goo.gl/maps/SmeBkorpBqhxdts49 วัดแม่นางปลื้ม วัดตั้งอยู่ตรงข้ามตลาดหัวรอ วัดนี้สร้างก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในวัดที่ไม่ถูกทำลายจากพม่า จึงยังปรากฏโบราณสถานที่สำคัญและสมบูรณ์ให้เห็นอยู่ วิหารหลวงพ่อขาว พระประธานปางมารวิชัยองค์สีขาว มีความเชื่อว่าใครมาสักการะหลวงพ่อขาวที่วัดแม่นางปลื้ม ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ขอสิ่งใดหลวงพ่อก็จะช่วยให้สมหวัง เจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่มีสิงห์ล้อมรอบ ตั้งอยู่ด้านหลังวิหาร ชมโบสถ์วัดแม่นางปลื้ม สักการะหลวงพ่อมหาปิติเทวะนฤมิตปฏิมากรณ์ นอกจากนี้ ยังได้ชมซุ้มประตูวัดโบราณ ที่ลิซ่าและคณะยืนถ่ายรูปอยู่หน้าประตูสวย ๆ ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 06.00-17.00 น. https://goo.gl/maps/aoZZoUGETEwjPDDa8 วัดหน้าพระเมรุ เดิมมีชื่อว่า “วัดพระเมรุราชิการาม” เดิมเป็นสถานที่สำหรับถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์สมัยอยุธยาตอนต้น ที่นี่อยู่นอกเกาะเมืองทางทิศเหนือ ตรงข้ามกับพระราชวังโบราณ เชื่อกันว่าเคยเป็นที่ตั้งทัพของพม่าในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 จึงทำให้วัดยังคงมีสถาปัตยกรรมที่สภาพสมบูรณ์มากที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน “พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลี ศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ ปางมารวิชัย ศิลปะอยุธยาตอนปลาย เป็นที่เคารพบูชาของชาวเมืองอยุธยาและนักท่องเที่ยวทั่วไป เชื่อกันว่าหากได้มาสักการะ จะบังเกิดความร่มเย็น ก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานและธุรกิจการค้าขายอีกด้วย ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. 08 0668 1070 https://goo.gl/maps/RwpbMmNXFcH2

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
✨ 15 พิกัดที่เที่ยวอยุธยา ✨
11 พ.ย. 2565

✨ 15 พิกัดที่เที่ยวอยุธยา ✨

✨ 15 พิกัดที่เที่ยวอยุธยา ✨ พระนครศรีอยุธยา / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 11/11/2022 ✨ 15 พิกัดที่เที่ยวอยุธยา ✨ 📍 พระราชวังบางปะอิน 📍 วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร 📍 วัดมหาธาตุ 📍 วัดราชบูรณะ 📍 หอมกลิ่น Thai Dessert Cafe 📍 วัดไชยวัฒนาราม 📍 วัดพระศรีสรรเพชญ์ 📍 บ้านข้าวหนม 📍 วัดโลกยสุธาราม 📍 บ้านเวียงเหล็ก 📍 วัดใหญ่ชัยมงคล 📍 วัดพนัญเชิงวรวิหาร 📍 หมู่บ้านญี่ปุ่น 📍 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านของพ่อ 📍 ปราสาทนครหลวง พระราชวังบางปะอิน ✨ พระราชวังบางปะอิน เป็นพระราชวังเก่าแก่ที่สร้างโดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 พระราชวังแห่งนี้ถูกปล่อยทิ้งร้าง กระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงได้เริ่มการบูรณะฟื้นฟู ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งยังคงใช้เป็นที่ประทับ ต้อนรับพระราชอาคันตุกะและพระราชทานเลี้ยงรับรองในโอกาสต่าง ๆ พระราชวังแห่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจหลายแห่ง ได้แก่ หอเหมมณเฑียรเทวราช พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระที่นั่งเวหาศจำรูญ หรือ เทียนเม่งเต้ย หอวิทูรทัศนา ตำหนักเก้าห้อง เรียกได้ว่า พระราชวังแห่งนี้มีความงดงามมาก แถมยังมีการผสมผสานสถาปัตยกรรมของตะวันตกและจีนเข้าด้วย 😍 📍 ถนนปราสาททอง ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น. 💵 ค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก นักเรียนนักศึกษา ผู้สูงอายุ 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท 📞 035 261 044, 035 261 549 🌐 https://goo.gl/maps/GBFcyAFvMESGGQso7 วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร อีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจในอำเภอบางปะอินคือ “วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร” เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ ให้สร้างเพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ ขณะเสด็จมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน ความพิเศษของวัดแห่งนี้ คือ เป็นวัดไทยที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตก ภายในพระอุโบสถตกแต่งอย่างงดงาม หน้าต่างประดับกระจกสีอย่างโดดเด่น เนื่องจากวัดแห่งนี้ ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา การเดินทางเข้าถึงวัดนี้จริงมีเส้นทางพิเศษคือการนั่งกระเช้าไฟฟ้าข้ามแม่น้ำ กระเช้าจะออกทุก ๆ 5-10 นาที ไม่มีค่าใช้จ่าย นั่งได้ไม่เกิน 10 คน/ครั้ง ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. 035 262 139 https://goo.gl/maps/xUicR393HvSoSK4aA วัดมหาธาตุ ✨ วัดสำคัญแห่งนี้มีพระปรางค์ที่สร้างในระยะแรกของสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปรางค์ขอม พงศาวดารบางฉบับกล่าวว่าวัดนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดเมื่อ พ.ศ. 1927 ปัจจุบันภายในวัดก็ยังคงหลงเหลือโบราณสถานและพระปรางค์ประธานให้เราได้ชมกัน นอกจากพระปรางค์ประธานแล้ว ยังมีเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งรูปแบบและลวดลายที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลล้านนา พบเพียงองค์เดียวในอยุธยา อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจภายในวัดแห่งนี้ คือ เศียรพระพุทธรูปหินทรายที่มีรากไม้ปกคลุม ดูสวยงามแปลกตา 📍 ถนนนเรศวร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.30 น. 💸 ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท 💸 บัตรเข้าชมรวม ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท (สามารถเข้าชมได้ 6 วัด ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดพระราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์ บัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้วัดละ 1 ครั้ง) 🚗 https://goo.gl/maps/SmeBkorpBqhxdts49 วัดราชบูรณะ ไม่ไกลจากวัดมหาธาตุ คือ “วัดราชบูรณะ” เป็นอีกหนึ่งโบราณสถานที่สำคัญ สร้างขึ้นบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระศพเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา เมื่อคราวเสียกรุง วัดนี้เกิดความเสียหายอย่างมาก จากซากโบราณสถานในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าวิหารและส่วนต่าง ๆ ของวัดนี้มีความใหญ่โตมาก ปรางค์ประธานขนาดใหญ่ของวัดนี้ ก่อด้วยอิฐและศิลาแลง ภายในปรางค์มีกรุซึ่งเคยขุดพบสิ่งของมีค่าต่าง ๆ เช่น เครื่องราชูปโภคที่ทำด้วยทองคำ มงกุฎ พระพุทธรูป พระพิมพ์ และของมีค่าอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ปัจจุบันโบราณวัตถุที่ยังหลงเหลืออยู่ได้นำไปจัดเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยานี่เอง ถนนชีกุน ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท บัตรเข้าชมรวม ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท (สามารถเข้าชมได้ 6 วัด ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดพระราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์ บัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้วัดละ 1 ครั้ง) https://goo.gl/maps/WR9cccXdEs7p1aSJA หอมกลิ่น Thai Dessert Cafe มาถึงอยุธยา คงต้องหาขนมไทยอร่อย ๆ ชิมสักร้าน ที่ “หอมกลิ่น Thai dessert Cafe” คาเฟ่ขนมไทยที่ไม่ได้มีดีแค่ขนมไทย แต่ยังสามารถชมบรรยากาศวัดราชบูรณะจากมุมชั้นบนของร้านได้อย่างกว้างขวาง ที่นี่มีขนมไทยและเครื่องดื่มให้เลือกมากมาย แถมบรรยากาศในร้านก็ดีอีกด้วย หากใครมีโอกาสมาเที่ยวที่นี่ อย่าลืมมาแวะกันนะ 9/23 ซอยชีกุน ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น. (หยุดวันจันทร์) 081 851 6702 https://goo.gl/maps/FQ4uDorKVeKkDkKa8 วัดไชยวัฒนาราม ✨ วัดแห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นโบราณสถานที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่ง สร้างในปี พ.ศ. 2173 สมัยพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งสร้างขึ้นบริเวณนิวาสสถานเดิมของพระราชมารดา เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล และต่อมายังใช้เป็นที่ถวายพระเพลิงพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ด้วย สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในวัดแห่งนี้ก็คือ ปรางค์ประธานที่ตั้งอยู่กลางวัด และปรางค์บริวารทั้ง 4 มุม ระเบียงคดมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยตั้งเรียงอยู่ รวมทั้งเมรุทิศเมรุรายทางด้านหลัง แม้จะชำรุดไปบางส่วน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความงดงามและองค์ประกอบต่าง ๆ ของวัดได้เป็นอย่างดี 📍 หมู่ 2 ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. 💸 ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท 💸 บัตรเข้าชมรวม ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท (สามารถเข้าชมได้ 6 วัด ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดพระราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์ บัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้วัดละ 1 ครั้ง) 🌐 https://goo.gl/maps/s5AWGMS2PuMUc3zB9 วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดสำคัญที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยา ใช้สำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ พระสถูปเจดีย์ที่ตั้งเด่นเรียงกันทั้งสามองค์นี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ 3 พระองค์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ในคราวแรกนั้นมีการสร้างเพียงสององค์ และหลังจากนั้นราว ๆ 30 ปี ได้มีการสร้างองค์ที่สามขึ้นมา พระสถูปเจดีย์ทั้งสามองค์เป็นทรงลังกา และมีการสร้างมณฑปขึ้นระหว่างเจดีย์แต่ละองค์ สันนิษฐานว่าสร้างภายหลัง ในสมัยพระเจ้าปราสาททอง นอกจากนี้ ยังมีโบราณสถานที่สำคัญซึ่งอยู่ติดกับพระสถูปเจดีย์ ซึ่งในอดีตบริเวณนี้เรียกว่าพระราชวังโบราณหรือพระราชวังหลวงนั่นเอง ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท บัตรเข้าชมรวม ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 220 บาท (สามารถเข้าชมได้ 6 วัด ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดพระราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และวัดมเหยงคณ์ บัตรมีอายุ 30 วัน เข้าชมได้วัดละ 1 ครั้ง) https://goo.gl/maps/5vkzTUxZoLi3Whf27 บ้านข้าวหนม คาเฟ่ขนมไทยร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ ตั้งอยู่ริมถนนอู่ทองในเกาะอยุธยา ตัวร้านสีเขียวดูสบายตา ภายในตกแต่งแบบไทยร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ที่นี่มีทั้งขนมที่หาได้ทั่วไป ขนมไทยโบราณ และยังมีเครื่องดื่มเย็น ๆ จำหน่ายด้วยนะ ใครที่มาเที่ยวอยุธยาแล้วอยากชั่งชิล ๆ ในบรรยากาศไทย ๆ แอดแนะนำที่นี่เลย 2/10 ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-18.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-18.30 น. 097 921 9465 https://goo.gl/maps/64CECGb8nnZRoLHg6 วัดโลกยสุธาราม วัดแห่งนี้ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง รัชสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ราว ๆ ปี พ.ศ. 1995 เป็นวัดที่มีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ตั้งอยู่กลางแจ้ง พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ก่อด้วยอิฐถือปูน ยาว 42 เมตร พระเศียรมีดอกบัวรองรับ ผู้คนนิยมมากราบไหว้สักการะกันจำนวนมาก ถนนคลองท่อ ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://goo.gl/maps/mjMSTtDP8T6bHKhAA บ้านเวียงเหล็ก แวะมานั่งชิล ๆ ในบรรยากาศไทย ๆ ที่ “บ้านเวียงเหล็ก” ที่นี่เป็นทั้งที่พักและคาเฟ่ สำหรับโซนคาเฟ่จะอยู่ด้านหลัง ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำ ตั้งแต่ทางเดินเข้าไปจนถึงคาเฟ่มีบรรยากาศร่มรื่นมาก ๆ ภายในร้าน ตกแต่งแบบไทยประยุกต์ รอบห้องติดกระจกใส ทำให้รู้สึกโปร่งสบาย ไม่อึดอัด ที่นี่มีทั้งอาหาร ของหวานและเครื่องดื่มให้บริการ ใครที่กำลังหาร้านอาหารอร่อย ๆ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ตำบลบ้านตุ่น อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดวันพุธ-ศุกร์ เวลา 09.00-17.00 น. และ วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น. (หยุดวันจันทร์-อังคาร) 081 643 1104 https://goo.gl/maps/vk1kQn7ejP1Jp3At9 วัดใหญ่ชัยมงคล ชื่อเดิมคือ “วัดป่าแก้ว” หรือ “วัดเจ้าพระยาไทย” สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 1900 สมัยพระเจ้าอู่ทองเพื่อเป็นสำนักสงฆ์ซึ่งไปบวชเรียนมาจากประเทศศรีลังกา จุดเด่นภายในวัดคือพระเจดีย์องค์ใหญ่ ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าสร้างตั้งแต่เมื่อใด สันนิษฐานว่าอาจสร้างขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งเมื่อทำศึกยุทธหัตถีและมีชัยชนะกลับมา ให้เป็นอนุสรณ์สถาน ในวันวิสาขบูชาของทุกปี จะมี “งานประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล” แห่ผ้าห่มองค์พระเจดีย์เวียนรอบเกาะเมืองอยุธยาและทำพิธีห่มผ้าพระเจดีย์ หากใครที่มีโอกาส อยากไปร่วมงานบุญ อย่าลืมไปกันนะ 40/3 หมู่ที่ 3 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. 035 242 640 https://goo.gl/maps/PdTxx23ZYHJ3g29o6 วัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดเก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก สันนิษฐานว่ามีการสร้างมาก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ และมีเรื่องราวเกี่ยวกับ “พระเจ้าสายน้ำผึ้ง” ซึ่งปรากฏในพงศาวดารว่าเป็นผู้สร้างวัดนี้เพื่อพระราชทานเพลิงศพพระนางสร้อยดอกหมาก ภายในวัดยังมีตึกเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ที่มีรูปแบบของจีน เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นเจ้าแม่สร้อยดอกหมากในเครื่องแต่งกายแบบจีน เพื่อน ๆ สามารถมากราบไหว้ขอพรกันได้ ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวไทยเข้าชมฟรี ชาวต่างชาติมีค่าเข้าชม 20 บาท https://goo.gl/maps/E6FviBSVotQ9DK88A หมู่บ้านญี่ปุ่น หมู่บ้านญี่ปุ่น เป็นอาคารจัดแสดงที่รวมเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและความสัมพันธ์ที่มีต่อต่างประเทศมาอย่างยาวนาน ซึ่งที่นี่ยังตั้งอยู่ในถิ่นดั้งเดิมของชุมชนชาวญี่ปุ่น ที่ได้เข้ามาตั้งหลักแหล่งในสมัยนั้นอีกด้วย ภายในอาคาร จัดแสดงภาพรวมของพระนครศรีอยุธยาและความรุ่งเรืองตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีการจำลองการค้าขาย เรือนำเข้าสินค้า และสินค้านำเข้าต่าง ๆ ชุมชนชาวต่างชาติและชุมชนชาวญี่ปุ่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา และประวัติของ “ท้าวทองกีบม้า” หญิงลูกครึ่งโปรตุเกส-ญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินไทยสมัยนั้น เป็นผู้คิดค้นสูตรตำรับคาวหวานอย่าง ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด และขนมในตระกูลฝรั่งต่าง ๆ นอกจากนี้ พื้นที่บริเวณด้านนอก ยังมี “สวนญี่ปุ่น” ที่มีการตกแต่งโดยนักออกแบบสวนชาวญี่ปุ่นผู้มีชื่อเสียงอย่างมาก สวนมีบรรยากาศที่สงบ ร่มรื่น เสมือนว่าอยู่ในสวนของประเทศญี่ปุ่นเลยล่ะ ตำบลเกาะเรียน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 09.30-17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท 035 259 867 https://goo.gl/maps/DfYmQdxi7CP56Dqf9 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านของพ่อ หากใครที่กำลังมาหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือที่ ๆ เหมาะแก่การทำกิจกรรมแบบครอบครัว แอดแนะนำให้มาที่ “บ้านของพ่อ” ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงแบบครบวงจร ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ภายในสถานที่แห่งนี้ มีบรรยากาศร่มรื่น ทั้งต้นไม้ใหญ่ แหล่งน้ำ และสัตว์เลี้ยง ที่นี่ยังมีร้านอาหารและร้านกาแฟเปิดให้บริการ รวมทั้ง มีกิจกรรมฐานต่าง ๆ ซึ่งที่นี่ยังสามารถรองรับกลุ่มศึกษาดูงานอีกด้วย ใครสนใจก็สามารถติดต่อกันได้ หมู่ 2 ตำบลภูเขาทอง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.00 น.-17.00 น. (หยุดวันจันทร์) 098 965 7998 https://goo.gl/maps/hxefd7hcVw7K1maRA ปราสาทนครหลวง ในอำเภอนครหลวง มีโบราณสถานสำคัญที่ควรค่าแก่การไปชม ที่ “ปราสาทนครหลวง” ซึ่งมีลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะไทยและขอมเข้ากันได้อย่างลงตัว สวยงาม น่าไปชมด้วยตาตนเองสักครั้ง ปราสาทแห่งนี้ก่อด้วยอิฐ สร้างอยู่บนเนินเขาที่เกิดจากการถมดิน ด้านบนสุดคือมณฑปที่มีระเบียงคดล้อมรอบ 3 ชั้น ลดหลั่นกันลงมา ภายในมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสี่รอย ซึ่งได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2446 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในปรางค์ประจำมุมและปรางค์ประจำทิศมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ และที่ผนังระเบียงคดมีการทำลูกกรงแบบที่นิยมกันในศิลปะขอม หรือที่เรียกกันว่า “ลูกมะหวด” ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. https://goo.gl/maps/LMrVeWFvCXacBJgi9

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม
✨ แนะนำแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในไทย ✨
30 เม.ย. 2565

✨ แนะนำแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในไทย ✨

✨ แนะนำแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในไทย ✨ พระนครศรีอยุธยา , สุโขทัย , เพชรบูรณ์ / By เพื่อนร่วมทาง / สถานที่ท่องเที่ยว / 30/04/2022 เพื่อน ๆ รู้ไหมว่า ประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่เป็นเมืองเก่าอยู่ถึง 3 แห่ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญและน่าภาคภูมิใจ วันนี้แอดเลยถือโอกาสมาแชร์เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของ 3 สถานที่นี้ ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ มีโอกาส แอดก็อยากจะชวนให้ไปเยี่ยมเยือนกันสักครั้ง ว่าแต่ 3 แห่งนั้นมีที่ไหนบ้าง ตามไปอ่านกัน 1. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร จ.พระนครศรีอยุธยา อดีตราชธานีที่มีอายุยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยถึง 417 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองทั้งหมด 33 พระองค์ เมื่อตัวเมืองมีอายุยาวนานขนาดนี้ ก็ย่อมมีสิ่งที่ถูกทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์มากมาย ภายในพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ จึงมีทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุสำคัญมากมาย อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ในปี พ.ศ. 2534 โบราณสถานสำคัญภายในอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยานี้ ได้แก่ พระราชวังโบราณ เป็นพระราชวังหลวงที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดต้นแบบของวัดพระศรีรัตนศาสดารามในปัจจุบัน วัดมหาธาตุ วัดที่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ อยู่ใจกลางพระนคร ถูกทำลายลง เมื่อครั้งที่เสียกรุงครั้งที่ 2 2. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย หรือที่รู้จักในชื่อเมืองเก่าสุโขทัย เมืองหลวงแห่งแรกของชาวไทยในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 และ 14 สิ่งก่อสร้างจำนวนมากแสดงถึงจุดเริ่มต้นของสถาปัตยกรรมไทย ประกอบด้วยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร ซึ่งปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยยังคงเหลือร่องรอยของพระราชวัง วัดวาอารามต่าง ๆ หลายแห่ง และได้ขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลก ในปี พ.ศ. 2534 โดยรวมเอาอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เข้าเป็นหนึ่งในมรดกโลกด้วย ภายใต้ชื่อ ‘เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร’ (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) สำหรับจุดห้ามพลาดในเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวารก็คือ วัดช้างล้อม โบราณสถานที่มีช้างปูนปั้นเต็มตัวประดับรอบฐานเจดีย์ประธานทรงลังกาทั้ง 4 ด้าน วัดศรีชุม สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่งดงาม ศิลปะสุโขทัย นามว่า “พระอจนะ” วัดสระศรี เป็นโบราณสถานสำคัญซึ่งตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า ตระพังตระกวน ถือว่าเป็นวัดที่มีจุดชมวิวที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง 3.อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์แห่งนี้คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี เป็นเมืองโบราณที่มีคูเมืองและกำแพงเมืองล้อมรอบ มีพื้นที่โดยรวมถึง 2,889 ไร่ มีร่องรอยโบราณสถานที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันมากมาย โดยเป็นโบราณสถานส่วนใหญ่มีรูปแบบศิลปะทั้งแบบทวารวดี และเขมรโบราณ ปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอยู่ในบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก (Tentative list – The Ancient Town of Si Thep, 2019) ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเสนออุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพขึ้นเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ ในการประชุมสมัยสามัญขององค์การยูเนสโกในปี 2565 สถานที่ห้ามพลาดก็คือ อาคารหลุมขุดค้นทางโบราณคดี เป็นอาคารจัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์และโครงกระดูกช้างที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อ พ.ศ. 2531 ปรางค์สองพี่น้อง ศาสนสถานที่มีลักษณะเหมือนกัน ตั้งอยู่คู่กันกลางเมือง 2 หลัง ต่างกันที่ขนาด ตรงกึ่งกลางห้องมีแท่นศิลาแลงสำหรับประดิษฐานรูปเคารพ ปรางค์ศรีเทพ เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู เป็นแบบศิลปะขอม ลานด้านหน้ามีบรรณาลัย 2 หลัง เป็นที่เก็บคัมภีร์ทางศาสนา เขาคลังใน โบราณสถานลักษณะคล้ายพีรามิด ประเทศอียิปต์ ด้านบนเป็นลานกว้างแทนยอดสามเหลี่ยม บริเวณฐานมีลวดลายปูนปั้นรูปคนแคระที่มีหัวเป็นคน ลิง สิงห์ ช้าง และควาย อยู่ในลักษณะท่าแบกหรือค้ำโบราณสถานนี้ เชื่อกันว่าเป็นที่เก็บอาวุธและทรัพย์สมบัติจึงเรียกว่า “เขาคลัง” เขาคลังนอก โบราณสถานลักษณะคล้ายเขาคลังใน แต่มีขนาดใหญ่กว่า สันนิษฐานว่ามีการใช้พื้นที่ด้านบนประกอบศาสนพิธี มีรูปแบบศิลปกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม