เชียงใหม่

เชียงใหม่

เชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน แนะนำเส้นทางขับรถท่องเที่ยวเดินทางได้เอง

บัดดี้แชร์ไอเดียเที่ยว “เชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน” อยากหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนที่เชียงใหม่ เราจะพาคุณไปสัมผัสเสน่ห์เมืองเหนือแบบจัดเต็ม ทั้งวัดวาอารามเก่าแก่ ธรรมชาติสวย ๆ และอาหารอร่อย ๆ คอนเฟิร์มว่าคุ้มค่าแน่นอน! Day 1– อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย– วัดผาลาด (สกิทาคามี)– วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร– ข้าวซอยลุงประกิจกาดก้อม (Michelin Guide)– วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน (วัดบ้านเด่น)– ไร่ชาลุงเดช– ชุมชนบ้านเหล่าพัฒนา Day 2– จุดชมวิวยอดดอยม่อนเงาะ– กาดชุมชนท่องเที่ยวห้วยน้ำเย็น– สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (Thailand Tourism Awards)– สวนสนแม่แตง (สวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้สนสองใบ)– พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ (Thailand Tourism Awards)– อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร (Thailand Tourism Awards) Day 3– พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์– หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่– พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา– เอกฉันท์ (Michelin Guide)– วัดเจดีย์หลวง– วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

เชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน แนะนำเส้นทางขับรถท่องเที่ยวเดินทางได้เอง อ่านเพิ่มเติม

เส้นทางลัดเลาะรอบ “เชียงราย” 4 วัน 3 คืน

บัดดี้แนะนำเส้นทางขับรถท่องเที่ยวเดินทางได้เอง เซฟเก็บไว้ พร้อมเที่ยวตามรอยได้ทันที ✨ บัดดี้แชร์ไอเดียเที่ยว “เส้นทางลัดเลาะรอบเชียงราย” 4 วัน 3 คืน เสน่ห์ของเชียงรายไม่ได้อยู่เพียงแค่ธรรมชาติและวัฒนธรรม แต่ยังรวมถึงวิถีชีวิตของชุมชนที่อบอุ่นเป็นกันเอง สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง หากพร้อมแล้ว เชิญมาเติมเต็มวันพักผ่อนของคุณที่เชียงราย 📍 Day 1: รับประทานอาหารที่บริเวณหอนาฬิกา สักการะพ่อขุนเม็งราย กษัตริย์ผู้สร้างเมืองเชียงราย เพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย ที่ ร้านจันกะผัก Workshop ทำกระดาษสา จินนาลักษณ์กระดาษสาบ้านปางห้า ชมสามเหลี่ยมทองคำ ชมเมืองโบราณเชียงแสน วัดพระธาตุผาเงา เดินบนสกายวอร์กผาเงา 3 แผ่นดิน พักที่โรงแรมหรือโฮมสเตย์📍 Day 2: ร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญแบบอบอุ่น ณ ชุมชนโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง สักการะพระแก้ว ณ วัดพระแก้วเชียงของ รับประทานอาหารมื้อกลางวันจากเชฟชุมชน นั่งรถอีต๊อกเลาะริมโขงชมธรรมชาติและวิถีชีวิตรอบ ๆ หมู่บ้าน 📍 Day 3: เดินเล่น เส้นทางเดิน ปั่นจักรยานริมโขงยามเช้า เรียนรู้วัฒนธรรมชาติพันธุ์ไทยลื้อ พิพิธภัณฑ์ลื้อลายคำ  แวะซื้อผ้าทอจาก กลุ่มสตรีทอผ้าศรีดอนชัย ชิมขาหมูที่บ้านผาตั้ง เข้าที่พักบริเวณภูชี้ฟ้า📍 Day 4: ชมทะเลหมอกอุทยานภูชี้ฟ้า รับประทานอาหารกลางวัน ณ ไร่รื่นรมย์เชียงราย เดินทางไปยัง วัดร่องขุ่น และปิดท้ายด้วย สิงห์ปาร์ค เชียงราย แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ได้รับการันตีรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นรางวัลที่รับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ด้วยมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมด้วย มีดังนี้ จินนาลักษณ์กระดาษสา 📞 08 1883 9062 โฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง📞 08 1952 7058 กลุ่มสตรีทอผ้าศรีดอนชัย📞 08 5720 5192 ไร่รื่นรมย์เชียงราย📞 09 5403 2574 สิงห์ปาร์ค เชียงราย📞 09 1576 0374

เส้นทางลัดเลาะรอบ “เชียงราย” 4 วัน 3 คืน อ่านเพิ่มเติม

“ม่อนจอง” ต้องลองไป

เส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยม่อนจอง ระยะทางเดินเท้า 4-5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเฉลี่ยประมาณ 3-5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสมรรถภาพร่างกายแต่ละคน เป็นเส้นทางเดินป่าระดับง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้นหัดเดินป่า เพราะเส้นทางเดินเท้าค่อนข้างชัดเจน ทางเดินจะชันมากในช่วงเนินแรกและเนินสุดท้ายก่อนถึงทุ่งหญ้าโล่งบนสันเขา ดอยม่อนจองต้องพักค้างแรมที่จุดกางเต็นท์ยอดดอย 1 คืน นักท่องเที่ยวต้องนำอุปกรณ์กางเต็นท์และค้างแรมมาเอง รวมทั้งเสบียงอาหาร สามารถประกอบอาหารบริเวณจุดกางเต็นท์ได้ มีลูกหาบเป็นชาวบ้านในพื้นที่ให้บริการช่วยขนสัมภาระและดูแลตลอดการเดินทางไปกลับ บริเวณจุดลงทะเบียนยืนยันตัวตน จุดเริ่มต้นเดินเท้า จุดกางเต็นท์บนดอย และจุดสูงสุดยอดดอยที่ผาหัวสิงห์ มีเจ้าหน้าเขตฯ คอยดูแลให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวเช่นกัน วิธีเดินทางไปยังยอดดอยม่อนจอง1. ลงทะเบียนขออนุญาตและจองสิทธิ์เดินป่าล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 3 วัน2. ยืนยันตัวตนในวันเดินป่า ณ ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย (ปางตึง)3. นั่งรถโฟร์วีลไปยังจุดเริ่มเดินเท้า ประมาณ 45 นาที4. เดินเท้าไปจุดกางเต็นท์บนสันดอย ประมาณ 4 กิโลเมตร5. เดินเท้าจากจุดกางเต็นท์ไปยอดดอยบริเวณผาหัวสิงห์ ประมาณ 1 กิโลเมตร ที่ตั้ง: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่พิกัด: https://maps.app.goo.gl/wThQ4JDtoWFKdbop8ช่วงฤดูกาลเปิดเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ: เดือนพฤศจิกายน – กลางเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี ดอยม่อนจอง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ 240 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย (ปางตึง) ประมาณ 4-5 ชั่วโมง เพื่อทำเรื่องรายงานตัวตอน 08.00 น. เป็นต้นไป ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรแวะพักค้างคืนยังที่พักเอกชนในพื้นที่ใกล้เคียง หรือออกเดินทางจากจุดเริ่มต้น ไม่ว่าจากไหนก็ตาม เพื่อกะเวลามาให้ถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ในช่วงเช้าตรู่ เพื่อลงทะเบียนยืนยันตัวตนและชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ติดตามและอัปเดตข้อมูลการเดินขึ้นม่อนจองได้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย (ป่าตึง) Facebook page: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย – Omkoi Wildlife Sanctuary สอบถามข้อมูลเรื่องการอนุญาตและการจองสิทธิ์ได้ตามช่องทางดังนี้โทร. 08 3482 1983Line id: omk1983 การเดินทางไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย (ปางตึง):จากถนนสายหลัก ทางหลวงหมายเลข 108 (ฮอด-แม่สะเรียง) วิ่งมาจนถึงตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด เลี้ยวซ้ายเข้าใช้ทางหลวงหมายเลข 1099 ระยะทางประมาณ 115 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย (ปางตึง) พิกัดที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย (ปางตึง)https://maps.app.goo.gl/1gknr3GgG1P3dMCU8 เมื่อลงทะเบียนยืนยันตัวตนและชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แล้ว จากนั้นขนสัมภาระเปลี่ยนไปนั่งรถโฟร์วีลของชาวบ้านที่จองไว้ พร้อมลูกหาบ เข้าป่าไปอีกประมาณ 45 นาที ไปยังจุดเริ่มต้นเดินเท้า ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องไปถึงจุดเริ่มต้นเดินเท้าก่อน 12.00 น. ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ อาจไม่ให้ขึ้นดอย เพราะเกรงว่าจะมืดค่ำระหว่างทาง สอบถามและติดต่อเรื่องรถโฟร์วีลและลูกหาบได้ที่Facebook page: ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวดอยม่อนจอง – บ้านมูเซอโทร. 09 3731 0626 เมื่อถึงจุดเริ่มเดินเท้า แต่ละคนต้องแยกสัมภาระที่จะต้องแบกด้วยตัวเอง เช่น ของมีค่าส่วนตัว น้ำดื่ม ยารักษาโรคประจำตัว เสบียงอาหารหรือขนมเติมพลังระหว่างทาง เป็นต้น และสัมภาระส่วนกลางที่จะให้ลูกหาบแบกให้ เช่น อุปกรณ์เต็นท์และเครื่องนอน อุปกรณ์ประกอบอาหาร น้ำดื่มแบบขวด เป็นต้น เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็เริ่มออกเดินเท้าขึ้นยอดดอยม่อนจอง เส้นทางเดินเท้าระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร จากจุดเริ่มเดินเท้า-จุดกางเต็นท์บนสันดอย ลักษณะเส้นทางเดิน ช่วงที่ 1 เปรียบเหมือนช่วงวัดใจ เดินข้ามเขาลูกแรก มีความชันค่อนข้างมาก อาจรู้สึกเหนื่อยหอบได้ง่าย เพราะร่างกายอาจยังปรับสภาพไม่ทัน แต่ระยะทางช่วงไม่ไกล มีเส้นทางเดินชัดเจน ผ่านป่าสนลมเย็นสบาย มีจุดให้แวะนั่งพักระหว่างทาง ช่วงที่ 2 เริ่มเดินเข้าป่าทึบ มีต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้มและมีไม้ล้มลุกขึ้นตามพื้นดิน เป็นทางค่อนข้างราบ ไม่ค่อยมีทางชัน ช่วงที่ 3 เริ่มเดินขึ้นสันเขาอีกลูก ทางโล่งมีลมพัดเย็น แต่แสงแดดก็แรงเช่นกัน เห็นทิวทัศน์สันเขาตลอดทาง มีจุดไฮไลต์ คือ ลานหินช่อ ลักษณะเป็นก้อนหินสูงซ้อนกัน สามารถปีนขึ้นไปชมทิวทัศน์และถ่ายรูปได้ เมื่อเดินมาถึงจุดนี้แสดงว่าเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว และบริเวณใกล้กับลานหินช่อ มีแนวร่มไม้ใหญ่บนสันเขาให้นั่งพักผ่อน เป็นจุดที่นักเดินป่าและลูกหาบนิยมแวะพักทานมื้อเที่ยงกัน ช่วงที่ 4 เริ่มเดินเข้าป่าทึบอีกครั้ง สลับเดินขึ้นลงเนินอีกเล็กน้อย ไม่ชันมาก และระยะทางไม่ไกล เดินจนพ้นชายป่า จะพบทางเดินขึ้นสันเขาโล่งกว้าง จุดนี้เรียกว่า ดอยหมาหอบ ลักษณะเป็นทางเดินขึ้นสันเขาที่มีความชันมากที่สุดในเส้นทางเดินขึ้นม่อนจอง ระยะทางไม่ไกล ประมาณ 200 เมตร เท่านั้น แต่อากาศร้อนมาก เพราะเป็นทุ่งหญ้าโล่ง ไม่มีต้นไม้ใหญ่เลย นักเดินป่าส่วนใหญ่จะต้องได้นั่งพักหอบแฮกกลางทุ่งหญ้าระหว่างทาง อย่างน้อยคนละ 1 ครั้ง ก่อนจะฝืนใจดันตัวเองเดินขึ้นสู่สันเขา เมื่อเดินขึ้นมาถึงสันเขา และมองกลับไปยังทางที่ขึ้นมาของดอยหมาหอบ หลังผ่านดอยหมาหอบ ก็จะเป็นทางเดินบนสันเขาและทุ่งหญ้า ช่วงที่ 5 เป็นทางเดินไปตามสันเขาที่เป็นทุ่งหญ้าโล่ง ระยะทางประมาณ 500 เมตร จะพบทางเดินตัดลงไปในหุบเขาทางซ้ายมือ ซึ่งเป็นจุดกางเต็นท์บนดอยม่อนจอง เดินตัดจากทุ่งหญ้าสันเขาลงมาเพียง 100 เมตร ถึงจุดกางเต็นท์ บริเวณจุดกางเต็นท์จะอยู่ชายป่า มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา มีห้องน้ำให้บริการ และมีสำนักงานชั่วคราวของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ คอยดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวตลอดเวลา ปกติหากเริ่มเดินเท้าจากจุดเริ่มเดินช่วงประมาณ 10.00 น. ส่วนมากจะเดินมาถึงจุดกางเต็นท์กันไม่เกิน 15.00 น. เมื่อจัดการกางเต็นท์ เก็บสัมภาระ และพักผ่อนกันแล้ว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินไปชมทิวทัศน์และแสงยามเย็นของพระอาทิตย์ตก ณ จุดสูงสุดยอดดอย ที่เรียกว่า “ผาหัวสิงห์” ซึ่งห่างจากจุดกางเต็นท์ประมาณ 1-1.5 กิโลเมตร ไฮไลต์ของม่อนจองอยู่ที่บรรยากาศแสงยามเย็น เพราะแสงอาทิตย์ยามสาดสะท้อนภูเขาหญ้าสีทองนั้น ให้ความรู้สึกสวยสะกดสายตาอย่างมาก ฉะนั้นแนะนำให้พยายามทำเวลา เริ่มเดินขึ้นดอยอย่าสายจนเกินไป จะได้มาถึงจุดกางเต็นท์เร็ว ๆ และมีเวลาเดินเล่นเก็บบรรยากาศยามเย็น ผาหัวสิงห์

“ม่อนจอง” ต้องลองไป อ่านเพิ่มเติม

วัดคันธาพฤกษา อุโบสถกลางน้ำ วัดสวยกลางลำธารและน้ำตกแห่งแม่กำปอง

“เชียงใหม่” ยังคงเป็นจุดหมายของใครหลาย ๆ คน วันนี้บัดดี้ขอมาแนะนำอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ นั่นก็คือ “วัดคันธาพฤกษา” วัดสวยกลางลำธารและน้ำตกแห่งแม่กำปองนั่นเอง วัดคันธาพฤกษา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดแม่กำปอง สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2473 ตั้งอยู่กลางหมู่บ้านแม่กำปอง มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนาโบราณที่สวยงาม หนึ่งในสิ่งห้ามพลาดชมของวัดแห่งนี้ก็คือ “อุโบสถกลางน้ำ” อุโบสถกลางน้ำ เป็นวิหารไม้สักทอง ตกแต่งด้วยไม้แกะสลักฉลุลายสวยงาม อากาศเย็นสดชื่น บรรยากาศชวนผ่อนคลายทั้งจากเสียงน้ำไหลและต้นไม้เขียวโดยรอบ เหมาะกับทั้งการมาชม พักผ่อนหย่อนใจและทำสมาธิ 📌 หมู่บ้านแม่กำปอง ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ⏰ เปิดทุกวันเวลา 06.00-18.00 น.🌐 https://maps.app.goo.gl/8wgLRES5Ww6xGvaT7

วัดคันธาพฤกษา อุโบสถกลางน้ำ วัดสวยกลางลำธารและน้ำตกแห่งแม่กำปอง อ่านเพิ่มเติม

ม่อนกุเวร อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

ม่อนกุเวร หนึ่งในสถานที่สำหรับผู้ที่มีความศรัทธาใน ท้าวเวสสุวรรณ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา มีลำธารอยู่ด้านหลัง ทำให้บรรยากาศร่มรื่นและมีความสงบเป็นอย่างมาก ตามความเชื่อแล้ว ท้าวเวสสุวรรณคือหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ที่คอยปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตสามารถปราบภูตผีปีศาจและยังเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่มีทรัพย์สมบัติมหาศาล ทำให้หลายคนนิยมไปขอพรเพื่อความเจริญก้าวหน้าในด้านทรัพย์สินเงินทอง อำนาจ หรือการคุ้มครองให้ปลอดภัยจากสิ่งไม่ดีต่าง ๆ นอกจากท้าวเวสวุรรณแล้ว ที่นี่ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายให้กราบไหว้บูชา ทั้งเจ้าแม่กวนอิม พระอุปคุต ไอ้ไข่ พญาภุชงค์นาคราช ฯลฯ และคาเฟสไตล์ญี่ปุ่นให้นั่งพักได้อีกด้วย 📍ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่⏰ เปิดทุกวันเวลา  08.00-17.00 น.📞  09 3689 1084🌐 https://maps.app.goo.gl/yP4YuPDQqyTUJcYM7

ม่อนกุเวร อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ อ่านเพิ่มเติม

ชวนเดินเที่ยว ที่ พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ เชียงใหม่

หากเพื่อน ๆ เคยเดินเที่ยวเล่นในย่านคูเมืองเชียงใหม่ คงจะคุ้นตาอาคารสีขาวนวลหลังใหญ่สองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ที่ด้านหน้ามีประติมากรรมรูปทรงแปลกตาตั้งอยู่ท่ามกลางสนามหญ้าสีเขียว โดยอาคารหลังนี้ เดิมเป็นคุ้มของเจ้าทิพวรรณ ณ เชียงตุง ที่ปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็น “พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ เชียงใหม่” พิพิธภัณฑ์แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 2 ชั้นชั้นล่าง – บอกเล่าประวัติความเป็นมาของอาคารหลังนี้ ตั้งแต่อดีตจนถึงการปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ ชั้นบน – จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของล้านนา เงินตราโบราณในยุคสมัยต่าง ๆ เงินตราต่างประเทศที่เข้ามาผ่านการค้าขายของอาณาจักรล้านนาในอดีต โดยส่วนใหญ่ของที่นำมาจัดแสดงนั้นเป็นของจริงที่ยังมีสภาพสมบูรณ์มาก ๆ นอกจากนี้ยังมีเกมและแบบทดสอบต่าง ๆ ให้เพื่อน ๆได้ลองเล่น ทั้งสนุกและได้ความรู้ ที่สำคัญพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ที่นี่ใจดี สามารถเล่าเรื่องราวเกร็ดความรู้ต่าง ๆ ให้บัดดี้เข้าใจได้ไม่ยากเลย โซนด้านหลังพิพิธภัณฑ์ ยังมีนิทรรศการหมุนเวียน ที่จะปรับเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงให้เพื่อน ๆ ได้ชม และทำกิจกรรม พร้อมรับของที่ระลึกน่ารัก ๆ จากพิพิธภัณฑ์ฯ กลับไปอีกด้วย หรือใครมาเที่ยวแล้วรู้สึกอยากจะสะสมเหรียญที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นเหรียญประจำปีนักษัตร เหรียญที่จัดทำขึ้นพิเศษในวาระต่าง ๆ สามารถเลือกชมและเลือกซื้อได้ที่จุดจำหน่ายชั้นล่างเช่นกัน ⏰ วัน-เวลา เปิด-ปิด พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ เชียงใหม่วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น.สอบถามข้อมูล โทร. 0 5322 4237 หรือ https://www.facebook.com/trdmuseumcm

ชวนเดินเที่ยว ที่ พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ เชียงใหม่ อ่านเพิ่มเติม

4 พื้นที่สร้างสรรค์ จ.เชียงใหม่

วันนี้บัดดี้มีข้อมูลย่านพื้นที่สร้างสรรค์ของจังหวัดเชียงใหม่มาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก เหมาะกับเพื่อน ๆ สาย Content Creator สายงานคราฟต์ โดยพื้นที่เหล่านี้ได้มีการจัดรวมรวมสินค้าของท้องถิ่นและงานคราฟต์มาอยู่ด้วยกัน มีการใช้พื้นที่ในชุมชนได้อย่างสร้างสรรค์และมีการจัดการที่ดี อีกทั้งมี Co-Working Space และกิจกรรม Workshop งานศิลปะต่าง ๆ ถ้าอยากรู้ว่ามีที่ไหนบ้าง ตามบัดดี้มาได้เลย บ้านข้างวัดเป็นพื้นที่ชุมชนของคนที่รักงานคราฟต์ และงานศิลปะต่าง ๆ มีสินค้าพื้นเมืองขายตามแนวคิดที่ต้องการสร้างชุมชนให้มีวิถีชีวิตคล้ายกับผู้คนในสมัยก่อน มีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ภายใต้บรรยากาศ ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม Workshop โดยจัดการกับวัสดุเหลือใช้ ให้ออกมาเป็นผลงานพิเศษชนิดใหม่ ด้วยวิธีการจัดการวัสดุหมุนเวียน ทั้ง Recycle, Reuse, และ Upcycling ทำให้งานที่ออกมานั้น มีคุณค่า และสวยงาม พร้อมทั้งช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ โหล่งฮิมคาวต้นแบบของชุมชนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เกิดจากการรวมตัวของชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งช่วยกันเปลี่ยนพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ใน อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ให้กลายเป็นชุมชนงานศิลป์ มีการสร้างเรือนล้านนา เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาการสร้างเรือน ภายในชุมชนมีการทำสลุงเงิน มีศูนย์ฟื้นฟูผู้พิการ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เสื้อผ้าพื้นเมือง และสินค้าชุมชนที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นเฉพาะตัว โดยแต่ละบ้านจะเปิดบ้านเพื่อจำหน่ายสินค้าของตน มีกิจกรรม Workshop มากมาย เปิดต้อนรับผู้มาเยี่ยมชมทุกวัน เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 16.00 น. กาดบะป๊าวตลาดนัดชุมชนท่ามกลางสวนมะพร้าว ในบรรยากาศร่มรื่นให้เดินเล่นกันแบบชิล ๆ เหมาะสำหรับสายรักธรรมชาติ มีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าท้องถิ่นมากมาย นอกจากนี้ยังมีสินค้าแฮนด์เมดและงานคราฟต์จากคนในชุมชนมาจำหน่ายอีกด้วย เปิดให้บริการวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00-14.00 น. จริงใจมาร์เก็ตพื้นที่สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิดรักษ์โลก และ Creative Share Value เป็นสถานที่ซึ่งทุกคนสามารถมาใช้เวลาอย่างร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง พร้อมทั้งเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ มีการจัดแสดงผลงานศิลปะแขนงต่าง ๆ รวมถึงมีการจำหน่วยสินค้างาน DIY ทำด้วยมือนำเสนอด้วยใจ สินค้าแฮนด์เมด ทั้งงานคราฟต์ ของแต่งบ้าน โดยช่างฝีมือคนท้องถิ่นซึ่งออกแบบเองและนำมาขายด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมี ตลาดผักเกษตรอินทรีย์ จำหน่ายพืชผักผลไม้ออร์แกนิกและปลอดสาร จากเกษตรกรตัวจริงในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-21.00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.30-22.00 น.

4 พื้นที่สร้างสรรค์ จ.เชียงใหม่ อ่านเพิ่มเติม

ดอยอินทนนท์ หน้าฝน…ก็น่าเที่ยว

หน้าฝนปีนี้ บัดดี้อยากชวนเพื่อน ๆ มาเที่ยว “ดอยอินทนนท์” ลองมาสัมผัสกับบรรยากาศชุ่มฉ่ำ ผืนป่าสีเขียวขจี และอากาศเย็น ๆ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการมาเยือนที่นี่ช่วงหน้าฝนกันค่ะ อากาศบนดอยค่อนข้างหนาวเย็น อุณหภูมิเลขหลักสิบต้น ๆ มีลมเบา ๆ สลับกับหมอกบาง ๆ และละอองน้ำจากความชื้นอากาศเย็นจนหนาว บัดดี้เลยต้องหยิบเสื้อกันหนาวที่พกติดตัวกันมาสวมใส่กันหนาวเลยทีเดียว ดอยอินทนนท์ตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เดิมมีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย จึงทำให้ที่นี่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทยและประดิษฐานสถูปเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 จากจุดเริ่มต้นบนยอดดอยอินทนนท์ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเข้าไปกราบไหว้สถูปเจ้าอินทวิชยานนท์ เดินชมธรรมชาติรอบ ๆ ตามทางเดินไม้ท่ามกลางสายหมอกจาง ๆ ตลอดเส้นทาง สามารถแวะถ่ายรูปตรงหมุดหลักฐานจุดสูงสุดแดนสยาม เมื่อเดินมาจนสุดเส้นทางจะเจอศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว ซึ่งภายในจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวของดอยอินทนนท์ ความรู้ทางภูมิศาสตร์ ชีววิทยา ป่าไม้ และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนดอยฯ ซึ่งบางชนิดหาดูได้เฉพาะที่นี่ที่เดียวเท่านั้นในเมืองไทย บัดดี้ยังได้เดินสำรวจเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดของการมาเยือนยอดดอยแห่งนี้ ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าต้นน้ำ อยู่ห่างออกมาศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวประมาณ 50 เมตร เส้นทางนี้มีลักษณะเป็นวงกลม ระยะทางประมาณ 320 เมตร ซึ่งไมเคิล แมคมิลแลน วอลซ์ นักสัตววิทยาและอาสาสมัครชาวแคนาดาประจำอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็นผู้สำรวจและออกแบบเส้นทาง ต่อมาได้รับการปรับปรุงเส้นทางเป็นทางเดินไม้ยกระดับที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ มีป้ายสื่อความหมายอยู่เป็นระยะ ๆ ตลอดเส้นทาง ใช้เวลาเดินประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละคน กลางผืนป่าอ่างกายังเป็นแอ่งน้ำซับลักษณะเป็นพรุ สภาพป่าเป็นป่าดิบเขาเขตร้อน ประกอบด้วยพรรณไม้เขตอบอุ่นผสมกับเขตร้อน พืชที่อาศัยเกาะติดต้นไม้ ซึ่งพรรณไม้เด่นที่พบเห็นเป็นจำนวนมาก ได้แก่ ข้าวตอกฤๅษี กุหลาบพันปี ช่วงหน้าฝน…ที่นี่จะปกคลุมไปด้วยผืนป่าสีเขียวขจี เมื่อเดินลึกเข้าไปข้างในจะมีละอองน้ำที่เกาะตามกิ่งไม้ ใบไม้ปลิวหล่นลงมากระทบร่างกายให้ความสดชื่น บางครั้งก็มีสายหมอกและลมเย็น ๆ พัดผ่าน เดินเล่นถ่ายรูปไปเพลิน ๆ หยุดเก็บภาพความประทับใจและหยุดพักฟังเสียงร้องของนกนานาชนิดที่อาศัยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสมบูรณ์ เป็นเสน่ห์ตามธรรมชาติที่เพื่อน ๆ ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวดอยอินทนนท์ช่วง Green Season นี้ อัตราค่าบริการเข้าอุทยานฯชาวไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาทชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท ด่านที่ 1 เปิดตลอด 24 ชั่วโมง | ด่านที่ 2 เป็นบริเวณยอดดอยและจุดชมวิว เปิดเวลา 05.00-18.00 น. สอบถามข้อมูล อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. 0 5328 6729https://goo.gl/maps/r5ogn7HF9nnCk3af9

ดอยอินทนนท์ หน้าฝน…ก็น่าเที่ยว อ่านเพิ่มเติม

เที่ยวหน้าฝน สัมผัสธรรมชาติ ให้ชื่นฉ่ำหัวใจ

หน้าฝนปีนี้ เพื่อน ๆ เตรียมตัวออกไปเที่ยวที่ไหนบ้างคะ หลายคนอาจจะคิดว่าฝนตกแบบนี้เที่ยวไหนไม่ได้ แต่รู้หรือไม่ว่า หน้าฝนบ้านเรา มีเสน่ห์ไม่แพ้หน้าร้อนเลยนะ ธรรมชาติจะเขียวขจี อากาศเย็นสบาย น้ำตกไหลแรง ดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง เหมาะแก่การไปพักผ่อนหย่อนใจ ชมวิว ถ่ายรูป และสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ วันนี้บัดดี้มีภาพสวย ๆ จากแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อเป็นไอเดียวางแผนการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ออกไปเที่ยวธรรมชาติ สัมผัสความสดชื่นกันค่ะ 1. ชมนาขั้นบันไดป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่ 2. ชมไร่ชาบนดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย 3. นอนฟังเสียงฝน ตื่นมาชมผาช้างน้อย จังหวัดพะเยา 4. ถ่ายรูปกับถนนลอยฟ้า จังหวัดน่าน 5. ล่องแก่งลำน้ำเข็ก ที่ จังหวัดพิษณุโลก 6. เที่ยวป่าเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา 7. ชมทุ่งดอกกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ 8. ค้นหาหินโลมา ที่ ถ้ำนาคา จังหวัดบึงกาฬ 9. ชมวิวภูป่าเปาะ จังหวัดเลย 10. เล่นน้ำตกแสงจันทร์ จังหวัดอุบลราชธานี 11. เดินป่าระยะทางสั้น ๆ ที่ เขาช่องลม จังหวัดนครนายก 12. ล่องแก่งหินเพิง จังหวัดปราจีนบุรี 13. แช่น้ำเย็น ที่ น้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี 14. สวนพฤกษศาสตร์ จังหวัดระยอง 15. เที่ยวใกล้กรุง ที่ บางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ  16. ชมวาฬบรูดา ได้ที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดเพชรบุรี 17. เที่ยวหมู่บ้านอีต่อง จังหวัดกาญจนบุรี 18. เช็กอินชมวิวสวย ที่ ดงตาลสามโคก จังหวัดปทุมธานี 19. ชมวิวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี 20. พายซัพบอร์ด ที่ อ่างเก็บน้ำท่าเคย จังหวัดราชบุรี 21. แช่น้ำร้อน ผ่อนคลาย ที่ จังหวัดระนอง 22. สัมผัสวิถีชุมชนบ้านน้ำราบ จังหวัดตรัง 23. ชมวิวเสม็ดนางชี จังหวัดพังงา 24. หลีกหนีความวุ่นวาย ไปเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 25. ล่องแก่งหนานมดแดง ที่ จังหวัดพัทลุง ข้อแนะนำเพิ่มเติม*ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง*เตรียมเสื้อผ้า ร่ม รองเท้า ให้เหมาะสมกับการเที่ยวหน้าฝน*พกยาประจำตัว ยากันยุง*เลือกที่พักที่ปลอดภัย สะดวกสบาย*เที่ยวอย่างมีสติ ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

เที่ยวหน้าฝน สัมผัสธรรมชาติ ให้ชื่นฉ่ำหัวใจ อ่านเพิ่มเติม

รวมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ชวนเที่ยวหลบร้อน

วันนี้บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ หนีความร้อนมาชมความงามของโลกใต้น้ำ โดยการพาเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในหลาย ๆ ที่ในไทย หากวันหยุดนี้ใครว่างและกำลังหาที่เที่ยวแบบหลบแดดแล้ว ยังได้ความรู้และความเพลิดเพลิน ลองตามมาอ่านดูว่าใกล้ที่ไหนแล้วลองตามรอยบัดดี้ดู เชื่อได้เลยว่าต้องชอบใจแน่ ๆ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตเป็นสถานที่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในจังหวัดภูเก็ตมากว่า 30 ปี ภายในมีการจัดแสดงพันธุ์สัตว์นํ้าที่สวยงาม หลากหลาย บางชนิดหาดูยากมาก ภายในแบ่งเป็น 5 โซนใหญ่ ที่มีทั้งโซนจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด น้ำเค็ม เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมวิวทะเลแหลมพันวา โรงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บ่อเลี้ยงเต่าทะเลฝั่งอันดามันและเรือจักทอง เรือสำรวจทะเลลึกที่สามารถจุคนได้ถึง 100 คน ค่าเข้าชม– ชาวไทยผู้ใหญ่ 80 บาทเด็ก 40 บาท– ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 300 บาทเด็ก 150 บาท 51 หมู่ 8 ถนนศักดิเดช ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เปิดทุกวันเวลา 08.30–16.30 น (ปิดจำหน่ายบัตร เวลา 16.00 น.) 0 7639 1126https://maps.app.goo.gl/u8MGnQvXA2yqqJUN Chiang Mai Zoo Aquarium สถานที่รวบรวมปลาน้ำจืดแห่งลุ่มแม่น้ำโขงและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล มีอุโมงค์ใต้น้ำขนาดใหญ่ ยาว 133 เมตร ที่แบ่งเป็นอุโมงค์ทะเลและอุโมงค์น้ำจืดอย่างละครึ่งภายใต้ความลึก 5 เมตร ภายในแบ่งจัดแสดงเป็น 6 โซนโซน 1 สำรวจลุ่มน้ำในป่าลึกสำรวจป่านานาพรรณพร้อมศึกษาระบบนิเวศริมน้ำและสำรวจสัตว์น้ำจืดตามแหล่งกำเนิด โซน 2 สัตว์ประหลาดนักล่าร่วมผจญภัยในถ้ำ ไม่เพียงแต่ชมการจัดแสดงสัตว์เลื้อยคลานในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่ยังมีแมงมุมทารันทูรา กบต้นไม้ตาแดง ตะกอง กบชะง่อนผาเขียว สัตว์สายพันธุ์ที่พบแค่พื้นที่บริเวณดอยอินทนนท์ ดอยสุเทพและพื้นที่ใกล้เคียงเท่านั้น โซน 3 สำรวจห้วงสมุทรชมระบบนิเวศชายฝั่งและเรื่องราวของม้าน้ำ ปลาไหลชนิดต่าง ๆ ปลาฉลามกบพร้อมไข่ของมัน ที่ปัจจุบันที่แดนเหนือแห่งนี้มีลูกฉลามกบกว่า 100 ตัวแล้ว โซน 4 ความลึกลับใต้ลุ่มน้ำอุโมงค์น้ำจืดที่จำลองชีวิตลุ่มน้ำโขง พร้อมปลาน้ำจืดหายากจากทั่วโลก โซนที่ 5 แปลกประหลาดอย่างน่าอัศจรรย์บ้านของปลามีพิษ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวและข้อมูลสุดมหัศจรรย์ของแต่ละตัว แถมยังมีปลาไหลมอเรย์และส่วนจัดแสดงพิพิธภัณฑ์กระดูกปลาจำลองอีกด้วย โซนที่ 6 โลกสีครามใต้ท้องทะเลบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตใต้ทะเล ที่มีการจำลองระบบนิเวศใต้ทะเลที่หลากหลาย ทั้งโซนปลาเศรษฐกิจของไทย โซนปลานักล่าและโซนปลาสวยงามตามแนวปะการัง ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 250 บาทเด็กอายุ 3-12 ปี 80 บาท 100 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทุกวันเวลา 08.30-17.00 น. 0 5408 1775https://maps.app.goo.gl/cuWo7YdiBgxrN9yK7 อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อุโมงค์ปลาบึงบอระเพ็ด อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ด เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เป็นอาคารรูปทรงเรือกระแชงขนาดใหญ่ ภายในมีอุโมงค์ปลาน้ำจืดที่ยาวถึง 24 เมตร มีตู้ปลาที่จัดแสดงปลาน้ำเค็ม ปลาจากต่างประเทศที่หาดูยากมากกว่า 33 ตู้ นอกจากการชมปลาในตู้แล้ว ที่นี่ยังมีการแสดงจระเข้ กิจกรรมล่องเรือรอบบึงบอระเพ็ดเพื่อดูนกนานาชนิด มีจุดส่องนกรอบเรือ ชมปลากระเบนราหูยักษ์ ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่พบในบึงบอระเพ็ดและปลาเสือตอลายใหญ่ สัตว์น้ำจืดที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทยที่ปัจจุบันคาดว่าได้สูญพันธุ์ไปจากแหล่งน้ำธรรมชาติประเทศไทยแล้ว ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 49 บาทเด็ก 19 บาทการแสดงจระเข้ผู้ใหญ่ 30 บาทเด็ก 20 บาท ตำบลแควใหญ่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.30 – 16.30 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00–16.30 น. 0 5627 4522 สายด่วน โทร. 1131https://maps.app.goo.gl/62KofhQfp16xKBLo6 พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ทางทะเลชื่อดังแห่งนี้ ตั้งอยู่ในโซนอ่าวคลองวาฬ มีการจัดวางและแบ่งโซนการจัดแสดงภายในได้ดีและสวยงามมาก สามารถเรียนรู้ระบบนิเวศใต้ทะเล น้ำกร่อย น้ำจืดและทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตหลากชนิดได้อย่างเพลิดเพลิน ภายในแบ่งเป็น 6 โซนด้วยกันคือโซนอัศจรรย์โลกสีคราม โซนจากขุนเขาสู่สายน้ำ โซนสีสันแห่งท้องทะเล โซนเปิดโลกใต้ทะเล โซนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและโซนกิจกรรมปฏิบัติการ แถมยังมีกิจกรรมนั่งรถรางนำชมทัศนียภาพรอบพิพิธภัณฑ์อีกด้วย ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 50 บาทเด็กที่มีความสูง 90-135 เซนติเมตร 30 บาทเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 90 เซนติเมตร พระภิกษุ สามเณร ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ต่างๆ เข้าชมฟรี อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดทุกวันเวลา 09.00-16.00 น. 0 3266 1098, 0 3266 1726 ต่อ 0https://maps.app.goo.gl/Qo3PnWH1o7cwTtth7 สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด สถานที่จัดแสดงและให้ความรู้เกี่ยวกับปลาและสัตว์น้ำจืดชนิดต่าง ๆ ประกอบด้วยอาคาร 2 หลัง หลังแรกเป็นทั้งสำนักงาน ห้องโถง ห้องบรรยาย และห้องนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับปลา สัตว์น้ำจืดและอุปกรณ์จับปลา อาคารหลังที่ 2 แบ่งเป็น 2 ส่วน ชั้นล่างจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภายในมีการจัดแสดงสัตว์สตัฟฟ์ มีตู้ปลาขนาดเล็กรอบอาคาร 24 ตู้ และเป็นอุโมงค์แก้วให้เดินชมปลาใต้น้ำได้ ชั้นบนจะเป็นบ่อพักน้ำและแหล่งสำรองพันธุ์สัตว์น้ำ โดยปลาทั้งหมดที่นำมาจัดแสดง จะเป็นปลาจากแม่น้ำโขง แม่น้ำชีและแม่น้ำมูล ที่นี่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมในการเข้าชม หากใครอยากช่วยเหลือจะเป็นการให้บริจาคค่าอาหารสัตว์น้ำแทนที่ตู้บริจาคแทน

รวมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ชวนเที่ยวหลบร้อน อ่านเพิ่มเติม

Scroll to Top