กรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานคร

เยาวราช ย่านสีสันแห่งกรุงเทพฯ

หลังจากที่บัดดี้เห็นภาพทีเซอร์และ MV เพลง ROCKSTAR จากค่าย LLOUD ของลิซ่าแล้ว บอกได้เลยว่าตื่นเต้นมาก เพราะใน MV มีการถ่ายทำที่ถนนเยาวราช ซึ่งมีการเปิดเผยว่าทีมงานได้ถ่ายทำในช่วงเวลาตี 2 เป็นเวลา 3 วัน ก่อนที่จะปล่อยเพลงเต็มในวันที่ 28 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมานี้ เวลา 07.00 น. วันนี้บัดดี้ขออุ่นเครื่องโดยการนำภาพบรรยากาศกลางคืนสวย ๆ ของย่านเยาวราชและร้านอาหารบางร้านที่บัดดี้เคยไปทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนมาแชร์กับเพื่อน ๆ และหากใครมีร้านไหนที่อยากแนะนำบัดดี้หรือเพื่อน ๆ ก็สามารถโพสต์บอกได้เลยในช่องคอมเมนต์ ร้านเอี๊ยะแซ กาแฟโบราณร้านนี้เหมือนสภากาแฟย่อม ๆ เพราะจะมีอากงอาม่ามานั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ที่สำคัญเปิดมานานกว่า 90 ปีแล้ว ทางร้านยังคงเสิร์ฟกาแฟแบบโบราณมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากกาแฟโบราณ ทางร้านก็มีอีกหลายเมนูเครื่องดื่มสุดคลาสสิกอย่างโอเลี้ยง โอวัลตินและน้ำสมุนไพรอย่างเก๊กฮวย กระเจี๊ยบให้สั่งอีกด้วย 103, 105 ถ. เยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 เปิดทุกวันเวลา 04.00-19.00 น. 0 2221 0549https://maps.app.goo.gl/z7HRTxHryPS58ZUu9 ร้านไท้เฮงข้าวมันไก่ร้านอาหารเก่าแก่อีกร้านของย่านเยาวราชที่เปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2463 ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยเยาวราช 8 ตรงข้ามกับวัดบำเพ็ญจีนพรต (วัดย่งฮกยี่) โดยตัวร้านจะมี 2 ฝั่ง คือ ฝั่งสำหรับนั่งกิน กับฝั่งทำอาหาร เมนูชูโรงของทางร้านคือข้าวมันไก่ ตัวข้าวมันเม็ดเรียงสวย กลิ่นหอม ไก่ดูภายนอกเหมือนจะแห้ง แต่พอชิมแล้ว เนื้อนุ่มชิ้นใหญ่ไม่กระด้าง กินได้เต็มปากเต็มคำ น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวรสหวานเปรี้ยว โดยมีราคาเริ่มที่จานละ 40 บาทเท่านั้น หากใครไม่อยากกินข้าวบัดดี้ขอแนะนำสุกี้ ซึ่งทางร้านก็ทำได้อร่อยไม่แพ้กัน ซอยเยาวราช 8 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 เปิดทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น. (หยุดวันอาทิตย์) 02 222 6791https://maps.app.goo.gl/XiSEYGahj5dL3ykx5 กู่หลงเปาตัวร้านตั้งอยู่ใกล้ ๆ แยกหมอมี โดยซาลาเปาร้านนี้เป็นสูตรโบราณที่คงความดั้งเดิมมากว่า 90 ปี แถมยังปั้นด้วยมือทุกลูก แป้งซาลาเปาของร้านนี้จะผสมมันเทศเข้าไปด้วย ทำให้มีความเหนียวหนึบ กินแล้วเศษแป้งไม่ติดฟัน มีไส้หมูสับไข่เค็ม ถั่วหวานงา เผือกกวนเเละหมั่นโถว ราคาเริ่มต้นที่ 20 บาท/ลูก 660, 662 ถ.เจริญกรุง แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. (หยุดวันอาทิตย์) 09 5797 5747https://maps.app.goo.gl/Qo2W2auRS7hXWTcv8 ปาเฮ่าเถียนมี่ พุดดิ้งร้านของหวานในใจที่หลายคนโดนตกจากเมนูพุดดิ้งในสไตล์จีน พุดดิ้งที่ร้านมีหลายแบบให้เราเลือกกินตามความชอบ วัตถุดิบที่นำมาเป็นท็อปปิงก็หาได้ในย่านเยาวราช ไม่ว่าจะเป็น ชา ใบบัวบก งาดำ หมูหย็อง เก๋ากี้ เป็นต้น 8 ถ.ผดุงด้าว แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. 09 7995 4543https://maps.app.goo.gl/tbFRwxhw98ghYGXh6

เยาวราช ย่านสีสันแห่งกรุงเทพฯ อ่านเพิ่มเติม

ฟาร์มเอ๋ย ฟาร์มรัก เที่ยวสายกรีนไม่ไกลกรุง

บัดดี้ขอนำเสนอ แหล่งท่องเที่ยวแบบสวนแบบฟาร์มที่ไม่ไกลกรุง ที่จะมอบความอิ่มใจจากธรรมชาติ ที่เกิดความรักและสามัคคีให้เพื่อน ๆ ได้รู้จัก ลองตามมาอ่านกันว่าฟาร์มเอ๋ย ฟาร์มรัก วันนี้มีที่ไหนบ้าง 1. ฟาร์มลุงรีย์ลุงรีย์ เจ้าของฟาร์มเกษตรในกรุงเทพฯ ที่มีไม่มากนัก สิ่งที่น่าสนใจของฟาร์มลุงรีย์มีทั้งโรงเรือนปลูกผักห้องปลูกเห็ดสายพันธุ์มิลค์กี้ คอนโดไส้เดือนสำหรับย่อยเศษอาหารเพื่อใช้เป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้ โรงเลี้ยงสัตว์ระบบปิด ที่มีทั้ง หมู เป็ด ไก่และเต่า ภายในฟาร์มลุงรีย์ มีการใช้เทคโนโลยีระบบ Smart Farm แพลตฟอร์มฟาร์มอัจฉริยะแบบ 4.0 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ให้มาช่วยกำหนดความชื้น ความเข้มแสง ระบบน้ำอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพดีและประหยัดเวลาได้ดีสุด ๆ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีร้านคาเฟ่เล็ก ๆ “Lessplasticable” ที่จำหน่ายสินค้าเพื่อลดการใช้พลาสติก เช่นของใช้และน้ำยาต่าง ๆ แบบรีฟิล เพื่อน ๆ สามารถเตรียมภาชนะจากบ้านไปเติมได้เลย แถมที่นี่ยังมีอุปกรณ์อย่าง Bio Trash ที่เป็นการแยกขยะ กำจัดเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ด้วยการนำเศษอาหารใส่กับตัวสตาร์ทเตอร์หมักไว้ประมาณ 45 วันก็นำมาใช้งานได้แล้ว สำหรับใครที่สนใจทำกิจกรรม Workshop การปลูกผัก สามารถติดต่อล่วงได้เลย เพราะที่นี่รับจำนวนจำกัดต่อวัน ฟาร์มลุงรีย์19/31 ซอยเพชรเกษม 46 แยก 11 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯฟาร์ม เปิดวันอาทิตย์ เวลา 10.00-12.00 น.ร้านอาหาร เปิดวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น.06 1414 5242, 09 6654 2654https://maps.app.goo.gl/pb8kKsVsH6ba7Bn99 2. ริเช่ฟาร์ม (Riche’ Farm) จ.ชัยนาทเป็นวิสาหกิจชุมชนของ จ.ชัยนาท มีทั้งที่พักและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนเนื้อที่โดยรวมกว่า 107 ไร่ ที่พักมีทั้งแบบเป็นบ้านหลังใหญ่ เป็นห้องแยกและแบบพูลวิลล่า พร้อมกิจกรรมมากมายให้ทำภายในฟาร์มแห่งนี้ เช่นการเดินเล่นในฟาร์ม ขับรถ ATV ปั่นจักรยาน ปลูกผักและกิจกรรม DIY ต่าง ๆ ด้านหน้าของฟาร์ม มีคาเฟสวย ๆ อย่าง ร้านกาแฟ 168 Riche Farm ร้านประจำของฟาร์มที่นำผลผลิตจากฟาร์มมาทำจำหน่าย มีขายทั้งขนม อาหาร ผักผลไม้ปลอดสารพิษ น้ำเคลปั่น Welcome Drink ที่กินแล้วสดชื่นมาก ไม่มีกลิ่นหรือรสชาติของผักอยู่เลย ใครไม่กินผักกินแก้วนี้ได้ 100% ใกล้ ๆ กันมีสวนครูเอียด ที่มีของว่างอร่อย ๆ ผลไม้ตามฤดูกาลให้กิน ช่วงที่บัดดี้ไปมีเมี่ยงคำที่อร่อยมาก ๆ แถมยังมีมะยงชิดลูกโต ๆ ชมพู่หวาน ๆ กรอบ ๆ ให้อีกด้วยหากใครแวะมาที่ริเช่ฟาร์ม อย่าลืมแวะมาที่นี่กันด้วยล่ะ (สามารถแจ้งที่ริเช่ฟาร์มได้เลย ว่าจะไปสวนครูเอียด ทางฟาร์มจะพาไป) หมู่ที่ 1 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เปิดทุกวันเวลา 08.00-18.00 น. 06 1979 7254, ททท.สำนักงานลพบุรี โทร. 0 3677 0096-7https://maps.app.goo.gl/q2ziqBTwxPAzVasUA 3. ไร่อารีย์โรจน์ จ.ชัยนาทอารีย์โรจน์ฟาร์ม ปัจจุบันเป็นฟาร์มที่มีร้านอาหารกึ่งคาเฟตั้งอยู่ โดยพี่โอ๋ เจ้าของไร่อารีย์โรจน์บอกกับบัดดี้ว่า จุดเริ่มต้นคือการทำขนมปังให้ลูกกินตอนเช้า ต่อมาเพื่อนลูกอยากให้ทำขายเลยเริ่มจากการพรีออเดอร์และขยับขยายขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นแบบที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากโทสต์ต่าง ๆ และโชคุปังทำแบบวันต่อวันที่อร่อยมาก ๆ แล้ว ที่นี่ยังมีอาหารที่รสชาติดีมาก ๆ และผลไม้ที่ทางไร่ปลูกเอง อย่างช่วงที่บัดดี้ไปมีมะม่วงขาวนิยม อร่อยจนอยากจะซื้อกลับไปเยอะ ๆ เลยล่ะ โดยที่นี่เปิดแค่วันเสาร์-อาทิตย์และจะหยุดทุกสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท 17130 เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. (หยุดทุกสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน) 08 1532 3956https://maps.app.goo.gl/XURNuQWCycnDs2qEA 4. ไออุ่นขุนเขา ออร์แกนิกฟาร์มสเตย์ จ.ราชบุรีฟาร์มเกษตรอินทรีย์ในรีสอร์ตที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ดื่มด่ำไปกับวิวสวย ๆ พร้อมร่วมทำกิจกรรมปลูกผัก ผลไม้และเลี้ยงสัตว์แบบอินทรีย์แบบครบวงจร นอกจากกิจกรรมที่บัดดี้ได้บอกไปตอนข้างต้น ที่นี่เพื่อน ๆ ยังสามารถชมฟาร์มองุ่นและมัลเบอร์รี่ และเรียนรู้กระบวนการทำงานภายในฟาร์ม ไปจนถึงขั้นตอนการแปรรูปผลผลิตจากฟาร์มแห่งนี้ รวมไปถึงการอุดหนุนสินค้าอินทรีย์จากกลุ่มเกษตรอินทรีย์ร่มเย็นได้อีกด้วย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เปิดทั้งวัน 08 1685 8329https://maps.app.goo.gl/4ZE8ywtdptGZu5TF6 5. บ้านสวนพาฝัน (The Story of Coconut at Ban Phaeo) จ.สมุทรสาครคาเฟริมน้ำลับ ๆ กลางสวน ที่มีบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย เนื่องจากตั้งอยู่กลางสวนมะพร้าวที่ล้อมรอบด้วยคลองสองห้อง ทำให้คาเฟแห่งนี้มีกิมมิคที่ไม่เหมือนใคร คือ นักท่องเที่ยวจะต้องนั่งเรือหางยาวเพื่อเข้ามายังคาเฟเท่านั้น โดยสามารถจอดรถได้ที่วัดหนองสองห้อง และขึ้นเรือจากท่าวัดหนองสองห้องมายังคาเฟซึ่งใช้เวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น ภายในร้านแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซน คือ โซน Indoor และ โซน Outdoor มีอาหารคาวหวาน รวมถึงเครื่องดื่มสูตรเฉพาะพร้อมเสิร์ฟให้แก่ผู้มาเยือน เช่น ซี่โครงหมูอบโรสแมรี่ ไก่ทรอปิคอลล่องเรือ สลัดพาฝันกุ้งยูซุ กาแฟมะพร้าว สาคูมะพร้าวนมสด ชีสเค้กทุเรียน และเมนูอื่น ๆ อีกมากมายที่รอให้ทุกคนมาลิ้มลองด้วยตัวเอง สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศร่มรื่นใกล้กรุงเทพ หากจะเดินทางในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันนักขัตฤกษ์

ฟาร์มเอ๋ย ฟาร์มรัก เที่ยวสายกรีนไม่ไกลกรุง อ่านเพิ่มเติม

ตามรอยพิกัด ‘หลานม่า’ ย่านตลาดพลู

ภาพยนตร์ไทยชื่อดังที่กำลังมาแรง เรื่อง ‘หลานม่า’ เรื่องราวสุดซึ้งกินใจของ ‘อาม่า’ และ ‘เอ็ม’ เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เผยให้เห็นบรรยากาศในย่านเก่าแก่อย่าง ’ตลาดพลู‘ เป็นย่านที่ใครหลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินว่าเป็นถิ่นอร่อย มีร้านอาหารและของหวานขายอยู่หลายชนิด แต่ที่นี่ก็มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานด้วยเช่นกัน ตลาดพลูเป็นชุมชนที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ทั้งจีน และมุสลิม ซึ่งเป็นย่านเก่าแก่นับร้อยปี “ตลาดพลู” ถูกตั้งชื่อตามรูปแบบวิถีชีวิตของคนในสมัยนั้น โดยชาวมลายูทำสวนหมากและพลู ปลูกอยู่มากในแถบคลอง ตั้งแต่คลองสำเหร่ คลองบางสะแก และคลองบางน้ำชน ซึ่งเป็นคลองใกล้ ๆ กับตลาดพลู ในสมัยนั้นหมากและพลูได้รับความนิยมอย่างมาก ชาวสวนนำหมากและพลูมาวางขายริมคลอง จนเป็นศูนย์กลางของการค้าหมากพลู และกลายเป็นชื่อเรียกที่เข้าใจกันว่า ที่นี่คือ ‘ย่านตลาดพลู’ เล่าประวัติมาพอสังเขปแล้ว บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ ไปตามรอยพิกัดในภาพยนตร์เรื่องหลานม่า พร้อมปักหมุดของอร่อย ๆ รสดีเด็ดให้เพื่อน ๆ จดลิสต์ไว้กัน สถานีรถไฟตลาดพลูเป็นสถานีที่ยังใช้งานอยู่ มีรถไฟวิ่งให้บริการทุกวัน สายวงเวียนใหญ่ – มหาชัย หากเพื่อน ๆ ต้องการเดินทางโดยรถไฟมาลงที่สถานีนี้ สามารถสอบถามตารางการเดินรถไฟได้ที่เบอร์ 1690 การรถไฟแห่งประเทศไทยบรรยากาศบริเวณสถานีรถไฟตลาดพลูสุดคลาสสิกนี้ เป็นหนึ่งในฉากถ่ายทำของภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/h1Ziga4HPtwRMMHA8 บัดดี้เริ่มสำรวจบ้านเรือนและอาคารรอบ ๆ สถานีรถไฟ เดินออกไปไม่ไกลมากนัก มีอาคารไม้หลังเก่า ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องหลานม่านั้น บริเวณข้าง ๆ ที่เห็นในภาพ เป็นที่ตั้งร้านโจ๊กของอาม่า ซึ่งจริง ๆ แล้วตรงนี้เป็นร้าน ‘กระเพาะปลาน้ำขัน’ หรือ ‘กระเพาะปลาขันโค้ก’ ซึ่งเปิดขายมานานหลายสิบปี ร้านกระเพาะปลาน้ำข้น เสิร์ฟกระเพาะปลาสูตรเด็ดของร้าน วัตถุดิบเน้น ๆ ที่นี่จะใส่ข้อไก่ด้วยนะ รสชาติเบา ๆ สามารถปรุงรสได้ตามใจชอบ ราคาหลักสิบเท่านั้น พร้อมเสิร์ฟน้ำมาในขันสไตล์โบราณ ดื่มแล้วสดชื่นสุด ๆ นอกจากเมนูกระเพาะปลาแล้ว ที่ร้านยังขายก๋วยเตี๋ยวหลอดอีกด้วย ใครมาถึงแล้วลองมาแวะชิมกันได้นะ เปิดทุกวันจันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) เวลา 10.00-14.00 น. โทร. 08 7078 8238 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LJRJiduz4uVVE2tJ7 บรรยากาศฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟตลาดพลูเป็นอาคารแถวสองชั้น เป็นทั้งที่อยู่อาศัยของคนในย่านตลาดพลู และยังเป็นร้านขายของอีกด้วย เดินไปบนถนนเลียบทางรถไฟ เป็นเส้นทางที่อาม่าและเอ็ม ตัวละครในเรื่อง ใช้เส้นทางนี้เดินจากสถานีรถไฟกลับบ้านเป็นประจำ บัดดี้เดินตามไปบนถนนเส้นทางนี้ เห็นบรรยากาศของการดำเนินชีวิตของที่นี่เป็นไปอย่างเรียบง่าย ตรงหัวมุมซอยโรงเจนี้ คือร้าน ป.เจริญ เป็นร้ายขายของชำ ซึ่งในเรื่อง อาม่าและเอ็มมาแวะที่ร้านนี้กันด้วย ตัวร้านเป็นอาคารไม้เก่าสองชั้น ดูคลาสสิกสุด ๆ เดินเลียบทางรถไฟมาเจอซุ้มเฟื่องฟ้าสวย ๆ ต้นสูงใหญ่ อยู่ตรงช่วงสะพานข้ามคลองสำเหร่ เป็นอีกหนึ่งจุดที่ปรากฏในฉากของภาพยนตร์หลานม่า ระหว่างที่อาม่าและเอ็มเดินด้วยกัน ใครเดินผ่านมาเจอตรงนี้แวะถ่ายรูปกันได้นะ ทั้งนี้ ถนนเส้นนี้ค่อนข้างเล็ก เพื่อน ๆ ที่มาเที่ยวชมแถวนี้อย่าลืมระมัดระวังรถกันด้วยนะ อย่างที่บอกว่าย่านตลาดพลูมีแต่ของอร่อย แม้แต่เอ็มก็ยังซื้อของกินจากย่านนี้ไปฝากอาม่า นั่นก็คือเกาเหลาเนื้อเปื่อยตลาดพลู ‘ร้าน ต.จันทร์เพ็ญ’ บัดดี้สั่งเป็นเกาเหลาใส่ทุกอย่าง ที่ร้าน ต.จันทร์เพ็ญ เสิร์ฟเครื่องเน้น ๆ เนื้อนุ่ม รสชาติเข้มข้น อร่อยสุด ๆ กลิ่นพริกไทยหอมมาก บังเอิญได้นั่งโต๊ะที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ในเรื่องหลานม่าพอดี ร้าน ต.จันทร์เพ็ญ เป็นร้านในคูหาเล็ก ๆ มีที่นั่งไม่เยอะมากนัก บางช่วงอาจจะต้องรอคิวนิดนึง แต่อดใจรอแปบหนึ่ง ก็จะได้กินของอร่อยแน่นอน ร้าน ต.จันทร์เพ็ญ เปิดทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. โทร. 06 5117 1117 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Wx6ECxagnSsbacXTA ติดกับร้าน ต.จันทร์เพ็ญ เป็นร้านขนมหวานตลาดพลูเจ้าเก่า ‘แม่เจ็ง’ ขายขนมไทยหลากหลายชนิดในราคาเบา ๆ จะซื้อแบบชิ้นหรือยกกล่องก็มีให้เลือก ส่วนเรื่องรสชาตินั้น หวาน หอม อร่อย และไม่หวานโดดเกินไป กินง่าย โดยหลัก ๆ แล้ว ที่ร้านจะขายขนมหวานและขนมไทยมงคล มีทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น ถั่วกวน ตะโก้ วุ้น ขนมหม้อแกง บอกเลยว่าลูกค้าเดินเข้าร้านไม่ขาดสาย เพื่อน ๆ คนไหนอยากกิน แนะนำในรีบมา เพราะบางอย่างจะหมดเร็วมาก เปิดทุกวัน เวลา 09.30-20.00 น. โทร. 0 2472 6305 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/D2gPk5qAc8zNAuMi8 นอกจากนี้ ย่านตลาดพลู ยังมีของอร่อยอยู่อีกมาก ตั้งแต่หัวมุมซอยเลียบทางรถไฟ ใต้สะพานสี่แยกตลาดพลู ไปจนถึงฝั่งซอยเทอดไท 29 มีทั้งอาหารคาว ขนมอร่อย ๆ และคาเฟ่อีกมาก หากใครนึกถึงย่านของกิน ‘ตลาดพลู’ ก็เป็นอีกย่านที่แนะนำ

ตามรอยพิกัด ‘หลานม่า’ ย่านตลาดพลู อ่านเพิ่มเติม

แนะนำพิพิธภัณฑ์น่าเที่ยวช่วงหยุดยาว

ช่วงหยุดยาวนี้ ใครกำลังวางแผนพักผ่อน หาสถานที่ที่ไม่วุ่นวายมากนัก พาครอบครัวไปพักผ่อน หรือหากิจกรรมทำเงียบ ๆ บัดดี้ถือโอกาสมาแนะนำ “พิพิธภัณฑ์น่าเที่ยว” ในช่วงวันหยุดนี้ จากหลายจังหวัดในไทย ที่จะได้ทั้งหลบร้อน หลบฝน และได้ความรู้ ลองตามมาดูกัน ว่าจะมีที่ไหนบ้าง 1. มิวเซียมสยาม กรุงเทพมหานคร มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ความเป็นไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ใช้สื่อสร้างสรรค์ทันสมัย ที่ให้ความรู้พร้อมกับความสนุกสนาน ทั้งความเป็นมาของประเทศไทย ทั้งด้านเชื้อสาย ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อและวิถีชีวิต แถมการเดินทางก็แสนง่ายเพราะอยู่ติดกับ MRT สถานีสนามไชย ทางออกที่ 1 ขึ้นบันไดเลื่อนมาปุ๊บ ก็ถึงปั๊บเลย ค่าเข้าชม : นักศึกษา 50 บาท | ผู้ใหญ่ (คนไทย) 100 บาท | ผู้ใหญ่ (ชาวต่างชาติ) 200 บาท | นักเรียน นักศึกษา (อายุมากกว่า 15 ปี) ราคา 25 บาท | ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่เสียค่าเข้าชม ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดทุกวันเวลา 10.00-18.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) 0 2225 2777https://maps.app.goo.gl/xZcts74WZLqrTDvt8 2. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จ.ปทุมธานี องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (อพวช.) เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก่อตั้งในวันที่ 30 มกราคม 2538 มีเนื้อที่ประมาณ 180 ไร่ ภายในประกอบไปด้วย1. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์2. พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา3. พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ4. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เป็นอาคารที่มีรูปทรงเป็นลูกบาศก์ 3 ลูกเชื่อมติดกัน ภายในมี 6 ชั้น จัดแสดงเรื่องราวความรู้ทางวิทยาศาสตร์ผ่านสื่อมัลติมีเดียและแบบจำลองสามมิติ เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย หากพาเด็ก ๆ ไปก็จะได้ความรู้และประสบการณ์ใหม่ หากผู้ใหญ่ไปก็อาจจะได้ทั้งความรู้ใหม่ ๆ และความรู้หลาย ๆ เรื่องที่เคยรู้และหลงลืมไป พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยด้านธรรมชาติวิทยาของประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง แถมยังเป็นศูนย์จัดแสดงนิทรรศการความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญอีกด้วย นิทรรศการหลัก ๆ คือ เรื่องราวการกำเนิดโลก และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์มาจนปัจจุบัน ผ่านการนำเสนอหลากหลายวิธี ทั้งมัลติมีเดีย แบบจำลอง รวมถึงการจัดแสดงสัตว์สตัฟฟ์และโครงกระดูกจริง ที่ช่วยให้เราเข้าใจเรื่องธรรมชาติวิทยาได้ดียิ่งขึ้น พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของการสื่อสาร ที่จะทำให้ผู้เยี่ยมชมได้ทำความเข้าใจเรื่องคอมพิวเตอร์ เบื้องหลังการทำงาน และวิวัฒนาการของภาษาคอมพิวเตอร์ แถมยังมีกิจกรรมจำลองเสมือนจริงของการ X-ray, MRI, Ultrasound ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ปัจจุบันมีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นเรื่อย ๆ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เสนอหลักการคิด และวิธีการทรงงานตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่แก้ปัญหาให้กับพสกนิกรในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ภายในมีการจำลองป่าและน้ำตกสูงประมาณตึก 4-5 ชั้น มาไว้ภายในอาคาร เพื่อแสดงถึงระบบนิเวศวิทยา ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะแบ่งส่วนจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ บ้านของเรา (Our Home) นำเสนอเรื่องราวของกำเนิดจักรวาล ระบบสุริยะ และโลก ไปจนถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ จนกระทั่งกำเนิดมนุษย์ ชีวิตของเรา (Our Life) นำเสนอเรื่องราวการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในสภาพแวดล้อมในแบบต่าง ๆ เช่น Antarctica, Arctic, Tundra, Taiga, Desert, Temperate และ Tropical ในหลวงของเรา (Our King) นำเสนอพระราชกรณียกิจ โครงการพระราชดำริ หลักคิด และหลักปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานไว้เป็นแนวทางในการดำรงอยู่ของมนุษย์กับโลกใบนี้อย่างยั่งยืน ค่าเข้าชม (ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ)– ผู้ใหญ่ 200 บาท– เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าชมฟรีสามารถ Walk-in ได้ หากมาหลายคนสามารถจองเข้าชมล่วงหน้าได้ที่ : https://nsm.welovebooking.net/onecampus ระบบจะตัดรอบจองล่วงหน้า 1 วัน ตอนเที่ยง เทคโนธานี ต.คลอง 5 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในช่วงเดือนเมษายนนี้ ที่นี่เปิดให้บริการเหมือนเดิม หยุดเฉพาะวันจันทร์– วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 09.30-16.00 น.– วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30-17.00 น. 0 2577 9999 ต่อ 2122-2123https://maps.app.goo.gl/hosqpsRWG5m5uhdi9 3. พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน จ.นครราชสีมา สำหรับภาคอีสาน บัดดี้มีอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์มานำเสนอ นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ที่นี่ยังเป็น 1 ใน 8 พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินของโลก ซึ่งภายในจะแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่1. พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน2. พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์3. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน จัดแสดงไม้กลายเป็นหินจากจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสาน แต่ส่วนใหญ่จะเน้นของ จ.นครราชสีมา ซึ่งไม้กลายเป็นหินของจริงสวยมาก เช่น ไม้กลายเป็นหินเนื้ออัญมณี ไม้กลายเป็นหินตระกูลปาล์มและไม้กลายเป็นหินหลากหลายอายุ ที่มีความสวยเฉพาะตัวสุด

แนะนำพิพิธภัณฑ์น่าเที่ยวช่วงหยุดยาว อ่านเพิ่มเติม

เส้นทางเดินเที่ยว-กินย่านถนนพระอาทิตย์

พระนครที่เต็มไปด้วยของอร่อยหลายร้าน อีกทั้งชมงานศิลป์ เดินชมสถาปัตยกรรมย้อนยุคที่เรียงแถวไปตามแนวถนนอย่างเพลิดเพลิน แถมวันนี้ บัดดี้และเพื่อน ๆ พกแก้วน้ำกันมาเอง เพื่อช่วยลดจำนวนการใช้แก้วพลาสติกที่เราใช้ใส่เครื่องดื่มกันในแต่วันอีกด้วย หากใครมีแก้วที่สามารถใช้ซ้ำได้ แนะนำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเพื่อน ๆ กันนะ ว่าแล้วก็ไปชมกันว่าจะมีที่ไหนบ้าง เตรียมจดลิสต์ไว้ได้เลย Maesalong Croissant หากพูดถึงครัวซองต์เจ้าดังย่านพระอาทิตย์ ในราคาย่อมเยา คงต้องยกให้ร้านนี้ ‘แม่สลองครัวซอง’ ซึ่งเดิมทีนั้นเปิดตัวในอาคารเก่าโรงพิมพ์ศรีหงส์ย่านถนนสามเสน แถมยังได้รับความนิยมอย่างมาก และปัจจุบันร้านได้ย้ายมาตั้งอยู่ริมถนนพระอาทิตย์ และยังมีสาขาอื่น ๆ ได้แก่ อารีย์ ราชดำริ ครัวซองต์แม่สลอง ก่อตัวขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด โดยเจ้าของได้ไปเรียนทำครัวซองต์มาจากแม่สลอง จังหวัดเชียงราย เมื่อประสบความสำเร็จ จึงได้กลับมาเปิดร้านครัวซองต์ในกรุงเทพฯ ชื่อ ‘ครัวซองต์แม่สลอง’ นั่นเอง ทางร้านจะอบใหม่ทุกวัน แค่เดินผ่านหน้าร้าน กลิ่นครัวซองต์และเนยหอม ๆ ที่อบอวลอยู่ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมพร้อมกับลิ้มลองครัวซองต์อร่อย ๆ ได้ดีทีเดียว นอกจากนี้ทางร้านยังมีเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ ชา น้ำผลไม้ เป็นต้น ใครมองหาครัวซองต์อร่อย ๆ แนะนำที่นี่เลย 64 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. 09 2601 2345https://maps.app.goo.gl/huXKjMzULBjpyeQHA คุณแดง ก๋วยจั๊บญวน หากพูดถึงก๋วยจั๊บญวนชื่อดังย่านถนนพระอาทิตย์ คงไม่พลาดร้าน ‘คุณแดงก๋วยจั๊บญวน’ ความอร่อยวัดได้จากจำนวนลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่แวะเวียนเข้าออกตลอดทั้งวัน แถมยังได้รับกระแสนิยมมากขึ้นไปอีก หลังจากที่ร้านนี้ปรากฏในซีรีส์เกาหลีชื่อดังเรื่อง King the Land เมนูของร้านหลัก ๆ มีก๋วยจั๊บญวน สั่งได้ทั้งแบบธรรมดา หรือจะเพิ่มไข่ก็มีนะ ของกินเล่นก็มีให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น หมูยอพริกไทยดำเนื้อเน้น ๆ หมูยอหนัง เปาะเปี๊ยะทอด ยำหมูยอ ใครชื่นชอบหอมเจียว สามารถสั่งแยกมาได้ โรยบนก๋วยจั๊บญวนแบบแน่น ๆ อร่อยสุด ๆ เนื่องจากร้านเป็นร้านเล็ก ๆ อาจจะใช้เวลารอคิวนานหน่อย แต่ถ้าได้ลองกินแล้วจะติดใจไปตาม ๆ กัน 68-70 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดทุกวัน เวลา 09.30-20.30 น. 08 5246 0111https://maps.app.goo.gl/Jppo7Lw8c8WUFLHy7 Pulse เรียกว่าเป็นคาเฟ่แห่งใหม่ในย่านถนนพระอาทิตย์ ที่มีสาขาแรกอยู่ที่บางขุนเทียน ถอดคอนเซ็ปต์จากร้านแรกมาตั้งอยู่ที่ถนนพระอาทิตย์ในตึกเล็ก ๆ ชั้นที่สอง ดีไซน์ของคาเฟ่ให้กลิ่นอายความคลาสสิก สงบ เรียบง่าย มองเห็นธรรมชาติกลางกรุงได้อย่างน่าสนใจ เครื่องดื่มของทางร้านอย่างเมนูกาแฟ จะเสิร์ฟแบบคั่วกลาง ดื่มง่าย และใครที่ไม่ดื่มกาแฟ บัดดี้ก็มีเมนูอื่น ๆ มาแนะนำ อย่างเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่ ‘Sunbeam’ โดยมีชั้นล่างเป็นมิกซ์น้ำผลไม้หลายชนิด และท็อปด้วยครีมมัทฉะหอม ๆ เมื่อดื่มเข้าไปมีทั้งความรู้สึกสดชื่น สัมผัสนุ่ม ๆ ถือเป็นเมนูเด่นสมชื่อ เพราะเมื่อดื่มเข้าไปแล้วสดชื่นเหมือนได้สัมผัสแสงแรกในยามเช้าเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ ที่ร้านจะมีขนมเค้กให้เลือกหลายอย่าง สั่งมากินคู่กับเครื่องดื่มเข้ากันสุด ๆ 100/6 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดทุกวัน เวลา 09.00-18.30 น. 08 2836 4204https://maps.app.goo.gl/drNN9iBuwmtWdx8c6 โคโคนัท คัลเจอร์ ลงมาที่ชั้นหนึ่ง ตึกเดียวกันกับ Pulse ยังมีร้านไอศกรีมมะพร้าวที่เหมือนยกสวนมะพร้าวบ้านแพ้วมาไว้ในร้าน ด้านหน้ามีบาร์ไอศกรีม 20 รสชาติ จะสับเปลี่ยนไปในแต่ละวัน และที่สำคัญ คนที่แพ้นมวัวหรือกลูเต็นสามารถกินได้ เพราะไอศกรีมร้านนี้ไม่มีส่วนผสมของนมวัวและกลูเต็น เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Super Coconut & Butter Grilled Corn เสิร์ฟไอศกรีมรสมะพร้าวบนทองม้วนในรูปแบบวาฟเฟิล วางทอปปิงด้วยเนื้อมะพร้าวชิ้นโต มะพร้าวกระฉีก และข้าวโพดย่างหอม ๆ กินแล้วเข้ากันดีมาก แนะนำเลย 100/6 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดทุกวัน เวลา 11.00-21.00 น. 09 8903 4714https://maps.app.goo.gl/drNN9iBuwmtWdx8c6 Sueb Goongob – สืบ กุ้งอบ ร้านอาหารซีฟู้ดขนาดเล็ก พิกัดถนนพระอาทิตย์ ตกแต่งภายในร้านบรรยากาศเหมือนเราไปเที่ยวทะเล โดยมีทางร้านมาต้อนรับอย่างอบอุ่น จำหน่ายอาหารหลากหลายชนิดให้เลือกชิม เมนูแนะนำของร้านคือเมนูอบวุ้นเส้น บัดดี้สั่งยกทะเลอบวุ้นเส้นมาชิม รสชาติเข้มข้น กุ้ง หมึก ปู ชิ้นโต ๆ หวานฉ่ำมาก ส่วนเมนูอื่น ๆ ก็รสชาติจัดจ้านไม่แพ้กัน แอบบอกเลยว่าใครหิวจนตาลายสั่งมาเยอะ ได้ห่อกลับบ้านแน่นอน เพราะจานใหญ่ ปริมาณเยอะสุด ๆ ใครมองหาร้านอาหารทะเลแซ่บ ๆ ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านแนะนำ 100 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. 09 0985 2849https://maps.app.goo.gl/drNN9iBuwmtWdx8c6 อศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา Arts Gallery at Ban Chao Phraya พักกิน ชมงานศิลป์ที่ ‘หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา’ อาคารโบราณทรงปั้นหยา ในอดีตเคยเป็นตำหนักในวังของพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเนาวรัตน์ กรมหมื่นสถิตธำรงสวัสดิ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

เส้นทางเดินเที่ยว-กินย่านถนนพระอาทิตย์ อ่านเพิ่มเติม

เที่ยวตลาดน้ำ…ชมวิถีไทย

วันนี้บัดดี้ขอแนะนำ 6 ตลาดน้ำ เพื่อเป็นตัวเลือกให้เพื่อน ๆ ได้ตามรอยบ้าง ออกไปสัมผัสวิถีชีวิต กินอาหารชุมชน พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ วางแผนแล้วไปกัน อย่าลืม ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ยิ้มแยมทักทาย ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวนะคะ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ตลาดน้ำยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 2.30 ชั่วโมง พ่อค้า แม่ค้าขายสินค้าทั้งบนเรือและบนฝั่ง เริ่มค้าขายตั้งแต่เวลา 07.00 น. ไปจนถึงช่วงประมาณ 13.00 น. มีสินค้าให้เลือกมากมาย ทั้งอาหาร ขนมหวาน มีบริการล่องเรือไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงทั้งแบบเรือพาย นั่งไม่เกิน 5 ท่านและเรือยนต์ นั่งไม่เกิน 6 ท่าน เปิดบริการ ทุกวัน เวลา 08.00-15.00 น. สอบถามข้อมูล– ท่าเรือยุวันดา โทร. 08 5222 7470– ท่าเรือหญิงกอล์ฟ โทร. 08 0237 5199– ท่าเรือแป๊ะ โทร. 08 7111 1624– ท่าเรือประเมศฐ์ โทร. 08 5186 3361https://maps.app.goo.gl/NtruRwaxrbdrjK7r8 ตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ตลาดน้ำที่นี่ ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นตลาดยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างเข้ามาสัมผัส ด้วยเสน่ห์ของเรือนแถวไม้ริมน้ำกับการสัญจรทางน้ำ และการค้าขายด้วยเรือจนเป็นภาพชินตา เลือกซื้อสินค้าที่หลากหลาย ทั้งบนบกและบนเรือ ช่วงค่ำนั่งเรือชมหิ่งห้อย นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อเรือท่องเที่ยวได้ที่ตลาดน้ำอัมพวา หรือติดต่อผ่านที่พักและโฮมสเตย์ โดยเรือจะล่องไปตามลำน้ำแม่กลองหรือคลองย่อยต่าง ๆ เปิดบริการทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-20.30 น. สอบถามข้อมูล โทร. 08 3433 5613https://maps.app.goo.gl/RHs6vynSbKVi9tSJ8 ตลาดน้ำดอนหวาย จังหวัดนครปฐม ตลาดน้ำใกล้กรุงอีกแห่งที่แนะนำ ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 1 ชั่วโมง ที่มีของกินมากมาย อร่อยทุกร้าน และเป็นอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมอีกด้วย เช่น เป็ดพะโล้ ต้มเค็มปลาทู ต้มเค็มปลาตะเพียน ขนมจีนน้ำยากะทิ น้ำยาป่า ห่อหมกปลาช่อน ทอดมันปลากรายแท้ และขนมไทยโบราณ เรียกว่าเป็นสวรรค์ของนักกินโดยแท้ ยังมีผักและผลไม้ที่ส่งตรงมาจากสวนชาวบ้านให้เลือกซื้อกันอีก บรรยากาศก็โดนใจกับกลิ่นอายย้อนยุค ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่ตามแพและเรือนริมน้ำ สามารถล่องเรือแม่น้ำท่าจีนชมวิวสองฝั่ง วิถีบ้านริมน้ำได้ ตลาดเปิดบริการทุกวันเวลา 08.00-17.00 น. เรือศรีสวัสดิ์ย้อนยุค โทร. 08 1448 8876, 08 1659 5805https://maps.app.goo.gl/gRwg4c4WwTqSUwUf6 ตลาดน้ำขวัญเรียม รามคำแหง กรุงเทพฯ ตลาดน้ำในกรุงเทพฯ ที่เดินทางได้ง่าย ที่นี่เป็นตลาดน้ำกลางกรุงที่จำลองวิถีชีวิตริมน้ำผ่านกิจกรรมที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้แก่ การตักบาตรทางเรือ และงานทอดผ้าป่าทางน้ำ พร้อมเลือกชิมอาหารคาวและขนมหวานจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย นักท่องเที่ยวสามารถเลือกรับประทานได้ทั้งบนฝั่งและนั่งเรือ เปิดบริการทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 07.00-17.00 น. สอบถามข้อมูล โทร. 08 1357 1545https://maps.app.goo.gl/cNq5sH4mEJVGqwDj8 ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เป็นตลาดน้ำยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จำหน่ายอาหารและขนมไทยหลายชนิด อีกทั้งของตกแต่งบ้าน ของใช้ประเภทต่าง ๆ เสื้อผ้า และเครื่องปั้นดินเผา และมีกิจกรรมล่องเรือคลองบางระมาด เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนโดยรอบตลาดน้ำ และล่องเรือไปบ้านขนมไทยที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองความอร่อย และเลือกซื้อเป็นของฝาก เปิดบริการทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น. สอบถามข้อมูล โทร. 0 2422 4270https://maps.app.goo.gl/eR7cGmLfNgXtfyZt6 ตลาดน้ำคลองบางหลวง ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีการนำเสนอเอกลักษณ์วิถีชุมชน ซึ่งยังสะท้อนภาพชุมชนดั้งเดิมได้จากเรือนแถวไม้ค้าขายสินค้าสองฟากถนนและเรือนแถวไม้จำหน่ายสินค้าต่าง ๆ แก่ผู้ที่มาท่องเที่ยวชื่นชมบรรยากาศริมน้ำ นอกจากนี้ยังมีบ้านศิลปินคลองบางหลวง บ้านไม้ทรงมะนิลา ตัวเรือนลักษณะเป็นรูปตัวแอล มีเจดีย์เก่าแก่อยู่ภายในพื้นที่บ้าน สันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์กำหนดหนึ่งในสี่ทิศของวัดกำแพงบางจาก บ้านศิลปินเป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะมากมาย ชั้นบนเป็นแกลเลอรี จัดแสดงภาพวาด ภาพถ่าย ชั้นล่างจำหน่ายของที่ระลึก โปสการ์ดแนวศิลปะต่าง ๆ และมีกิจกรรมงานฝีมือให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่สนใจ บ้านศิลปินเปิดทุกวัน ตลาดเปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-18.00 น. สอบถามข้อมูล โทร. 09 8097 0468https://maps.app.goo.gl/cBS8HZEZov2U4euP7

เที่ยวตลาดน้ำ…ชมวิถีไทย อ่านเพิ่มเติม

ตามรอยโลเคชั่นหนังรัก

ไหน ๆ ก็ผ่านวันแห่งความรักไปแล้ว บัดดี้ขอถือโอกาสนี้นำเสนอโลเคชั่นหนังรักในไทย มานำเสนอเพื่อน ๆ หลายเรื่องหลากสไตล์ ทั้งสนุก สุข เหงา เศร้า ตลก ลองตามมาดูกันว่าจะมีที่ไหนบ้าง 1. The Letter จดหมายรัก (2004) – สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ The Letter จดหมายรัก เป็นหนังที่มอบทั้งความสุขสุดโรแมนติกและความเศร้าของการจากลา จนน้ำตาร่วงผ่านการเขียนจดหมายตามชื่อเรื่อง โดยใช้สถานที่ถ่ายทำเป็นสถานีเกษตรอ่างขาง จ.เชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตช่วงหน้าหนาว ที่นี่มีทั้งแปลงพืชผลทางการเกษตรและสวนดอกไม้เมืองหนาวให้ชม ยิ่งช่วงเดือนมกราคมจะมี ดอกนางพญาเสือโคร่ง สีชมสวยให้ชมทั่วทั้งบริเวณ หมู่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เปิดทุกวันเวลา 07.00-17.00 น. 05 3969 4768 ต่อ 114https://maps.app.goo.gl/wECr81PsEXnGohjZ9 2. รักจัง (2006) – น้ำตกผาดอกเสี้ยว จ.เชียงใหม่ รักจังหนังรักโรแมนติก-คอมเมดี้ เกี่ยวกับเรื่องราวความรักของซุปเปอร์สตาร์หนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุจนความจำเสื่อและปาปารัซซี่สาว โดยหนึ่งในสถานที่ถ่าย ที่หลายคนน่าจะจำได้ก็คือ น้ำตกผาดอกเสี้ยว ที่ตั้งอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จนหลายคนเรียกกันติดปากว่า “น้ำตกรักจัง” นอกจากน้ำตกที่สวยงามแล้ว ที่นี่ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยวที่จะมีไกด์ท้องถิ่นเดินนำทาง หากใครไปแล้ว จะได้สัมผัสกับธรรมชาติสีเขียว ความสดชื่นและวิวสวย ๆ แถมยังมีจุดให้ลองชิมกาแฟต้มถ่านที่ปลายเส้นทางศึกษาธรรมชาติอีกด้วย น้ำตกผาดอกเสี้ยว ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดทุกวันเวลา 08.00-16.00 น.https://maps.app.goo.gl/xyjLUBFMNKDwMa5z9 3. Low Season สุขสันต์วันโสด (2020) – กิ่วแม่ปาน จ.เชียงใหม่ หนังที่บอกเล่าช่วงชีวิตสุดจะ LOW ของเหล่าคนอกหัก รักคุด ที่ต่างก็หนีไปพักใจที่โฮมสเตย์กลางหุบเขา จ.เชียงใหม่ ซึ่งหนังเรื่องนี้ นำเสนอทั้งความหลากหลายของอาการอกหัก ความรัก ความสวยงามของกิ่วแม่ปาน ที่มีทั้งทะเลหมอก ขุนเขา ความเขียวที่สดชื่น จนตัวละครในเรื่องเปลี่ยนฤดู LOW เป็นฤดูเราเลยล่ะ กิ่วแม่ปาน ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เปิดทุกวันเวลา 06.00-16.00 น.https://maps.app.goo.gl/CMUUvyyuhYyPSnE97 4. One For The Road วันสุดท้ายก่อน…บายเธอ (2022) – ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ หนังที่มีทั้งมิตรภาพ ความรักและดราม่า ที่ได้ผู้กำกับระดับตำนาน “หว่อง กาไว” มาเป็นผู้อำนวยการสร้าง และไปคว้ารางวัล World Dramatic Special Jury Award จาก Sundance Film Festival 2021 ภายในเรื่องบอกเล่าเรื่องราวของอู๊ด ผู้ป่วยโรคร้ายที่มีเวลาอยู่ได้อีกไม่นาน และบอส เพื่อนสนิทของเขาที่เป็นเจ้าของบาร์ใน New York ซึ่งจะพาผู้ชมร่วมย้อนเรื่องราวในอดีตและกลับไปเจอเหล่าคนสำคัญในชีวิตของอู๊ด เพื่อกล่าวลาและขอโทษเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งอาจทำลายความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาล ซึ่งนอกจากเนื้อเรื่องที่หลายคนตั้งคำถามกับตัวเองว่าสิ่งที่อู๊ดทำเรียกว่าความเห็นแก่ตัวไหมแล้ว ทุกฉากของหนังเรื่องนี้ละเมียดมาก ทั้งเสื้อผ้า เพลงประกอบหนัง บรรยากาศ รวมไปถึง ประตูท่าแพ หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำที่ถ่ายทอดออกมาได้น่าสนใจไม่น้อยเลย ถ.ท่าแพ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เปิดทุกวันเวลา 24 ชั่วโมงhttps://maps.app.goo.gl/iwYNwRLeufu9HShz9 5. The Melody รักทำนองนี้ (2012) – ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ จ.แม่ฮ่องสอน หนังที่บอกเล่าเรื่องราวของ วิน นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดัง ที่อยู่ในช่วงขาลงจนเขาต้องหนีไปซ่อนตัวที่แม่ฮ่องสอนและบังเอิญพบกับหมอก นักเปียโนสาวสวยฝีมือดี ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาจนกลายเป็นแรงบันดาลใจและความอบอุ่นของกันและกันท่ามกลางบรรยากาศหนาวบนดอย ถึงแม้ท้ายที่สุดหมอกจะจากไปแบบไม่มีวันกลับด้วยโรคร้าย แต่ความรักและแรงบันดาลใจในดนตรีที่มอบให้วินก็ยังอยู่ในใจของเขาตลอดกาล พูดถึงสถานที่ถ่ายทำ ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มอบความสวยงามให้คนที่ได้ดูเรื่องนี้ประทับใจไม่น้อย ยิ่งฉากที่เห็นดอกสีเหลืองทั่วทั้งหุบเขาท่ามกลางอากาศเย็น ๆ ยิ่งอยากให้ทุกคนไปเห็นของจริงด้วยตัวเอง หากใครว่างช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม บัดดี้แนะนำให้มาที่นี่เป็นอันดับแรก ๆ ดอยแม่อูคอ ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดทุกวันเวลา 07.00-17.00 น. 0 5361 2983 ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน 0 5361 5987 องค์การบริหารส่วนตำบลแม่อูคอhttps://maps.app.goo.gl/jnkgcFBaLiest3z6A 6. ตุ๊กแกรักแป้งมาก (2014) – เชียงคาน จ.เลย เรื่องราวที่เล่าผ่านความทรงจำตั้งแต่เด็กของ “ตุ๊กแก” เด็กชายที่เติบโตมากับการคลุกคลีอยู่หลังโรงหนังและวาดคัทเอ้าท์ให้โรงหนัง “เพชรเชียงคาน” และได้สิทธิพิเศษที่สามารถดูหนังฟรีทุกเรื่องที่เข้ามาฉายในโรงหนังแห่งนี้ จนเขาได้มาเรียนที่ กรุงเทพฯ และได้มาช่วยรุ่นพี่ในกองถ่ายและได้พบกับ “แป้ง” ลูกสาวนายอำเภอที่เคยเรียนอยู่ชั้นเดียวกับตุ๊กแก ที่คาแรกเตอร์เปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน จนตุ๊กแกต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้แป้งคนเดิมกลับมา ในด้านของสถานที่ถ่ายทำ หากใครได้ดูเรื่องนี้ จะเห็นกับเสน่ห์ของ เชียงคาน ได้อย่างจุใจ ทั้งบรรยากาศของชุมชน ถนนคนเดินและวิวแม่น้ำโขง ที่สวยและเรียบง่ายชวนให้อยากไปเยือนสุด ๆ ต.ชายโขง อ.เชียงคาน จ.เลย เปิดทุกวันเวลา 16.00-22.00 น.https://maps.app.goo.gl/w7kM6x5du9bbJjuF8 7. รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (2009) – ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (2009) หนึ่งในหนังแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ในตำนานของไทย ที่บอกเล่าเรื่องราวของ “เหมยลี่” พนักงานบริษัทสาวโสดวัย 30 ปี ที่พบรักกับ “ลุง” วิศวกรรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่มาช่วยดูเครื่องยนต์รถที่สตาร์ตไม่ติดให้ และมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดจากความไม่บังเอิญที่ทำให้ ลุง ได้เจอกับเหมยลี่อยู่เรื่อย ๆ

ตามรอยโลเคชั่นหนังรัก อ่านเพิ่มเติม

Hop On Hop Off Chao Phraya Tourist Boat

วันนี้บัดดี้มาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว เดินทางง่าย ๆ ด้วยเรือธงฟ้า Chao Phraya Tourist Boat Chao Phraya Tourist Boat เป็นเรือท่องเที่ยวที่ให้บริการในรูปแบบ Hop On Hop Off แห่งแรกในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยบริษัท เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท จำกัด ให้บริการระหว่าง 10 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือสาทร ท่าเรือไอคอนสยาม ท่าเรือราชวงศ์ ท่าเรือยอดพิมาน ท่าเรือวัดอรุณราชวราราม ท่าช้าง ท่ามหาราช ท่าพรานนก และท่าพระอาทิตย์ ช่วงเย็นขยายการเข้าจอดรับ-ส่งไปถึงท่าเรือเอเชียทีค ให้บริการทุกวัน เรือออกทุก 30 นาที จากท่าพระอาทิตย์ 08.30-18.30 น. จากท่าสาทร 09.00-19.15 น.  ราคาบัตรโดยสาร ไม่จำกัดเที่ยว 150 บาท เที่ยวเดียว 30 บาท 0 2024 1342https://www.chaophrayatouristboat.com Facebook : Chao Phraya Tourist Boat Line : @ctbblueflag เรือลำนี้จะพาเพื่อน ๆ เดินทางผ่านแหล่งท่องเที่ยวจุดสำคัญของกรุงเทพฯ หลายสถานที่ ซึ่งสามารถแวะเที่ยว ขึ้น-ลงได้ไม่จำกัดรอบ ระหว่างทางยังสามารถรับชมวิวที่งดงามและถ่ายภาพที่น่าประทับใจได้ตลอดเส้นทางอีกด้วย จะมีที่ไหนบ้างนั้น ตามไปอ่านกันค่ะ แหล่งท่องเที่ยวใกล้ท่าเรือพระอาทิตย์ ป้อมพระสุเมรุและสวนสันติชัยปราการ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนพระอาทิตย์ ห่างจากท่าเรือพระอาทิตย์ประมาณ 100 เมตร บรรยากาศร่มรื่นเหมาะสำหรับการมานั่งพักผ่อน สามารถมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยาและสะพานพระราม 8 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/uvzZjd9DjGXVsF9T9 ถนนข้าวสาร ตั้งอยู่ใกล้ย่านบางลำพูและถนนราชดำเนินกลาง อยู่ห่างจากท่าเรือพระอาทิตย์ประมาณ 800 เมตร เป็นจุดนัดพบของนักเดินทางจากทั่วโลก เสน่ห์ของถนนข้าวสารที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจก็คือ ในยามค่ำคืน ถนนข้าวสารจะเป็นศูนย์รวมของร้านอาหารนานาชาติ ทั้งร้านประจำและร้านที่ขายริมถนน (Bangkok Street food) หากเพื่อน ๆ มาท่องเที่ยวที่นี่ช่วงเย็น ขากลับจะต้องเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่น ๆ เนื่องจากท่าเรือพระอาทิตย์ให้บริการถึง 18.30 น. พิกัด : https://maps.app.goo.gl/DqQ5umXi3eZ23y1VA ท่ามหาราช เป็นท่าเรือยอดนิยม ที่นี่มีทั้งร้านอาหารและร้านขายสินค้าต่าง ๆ ให้เลือกซื้อ ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายท่านที่มามักจะเลือกเช่าชุดไทยจากร้านแถวนี้ ใส่ไปเที่ยวชมและถ่ายรูปที่พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. แหล่งท่องเที่ยวใกล้ท่าเรือมหาราช พระบรมมหาราชวัง เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ อยู่ห่างจากท่าเรือมหาราช 500 เมตร เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 5 วัดพระแก้ว เป็นพระอารามหลวงอยู่ตรงมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. เปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น. ค่าเข้าชม ชาวไทยไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างชาติ 500 บาท พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LvYFiDfCpyB1FCFF8 ท่าเรือวัดอรุณราชวราราม วัดอรุณราชวราราม ชมความงดงามของพระปรางค์วัดอรุณฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับวัดโพธิ์ เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ และมาถ่ายรูปกับ ยักษ์วัดแจ้ง ที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดอรุณฯ อยู่ตรงซุ้มทางเข้าพระอุโบสถ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้าชม คนไทยไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างชาติ 100 บาท (ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป ชาวต่างชาติปรับเป็น 200 บาท) พิกัด : https://maps.app.goo.gl/jKySKEuGGShMzwK36 ท่าเรือไอคอนสยาม ไอคอนสยาม ศูนย์การค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่รวบรวมสินค้าจากไทยและแบรนด์ดังจากทั่วโลก มีร้านอาหารชื่อดังหลายร้านให้ได้มาลิ้มลอง และช่วงเย็นยังมีการแสดงระบำสายน้ำที่มีความยาวถึง 400 เมตร ให้ชมกันทุกวันในเวลา 18.30, 20.00 และ 21.00 น. เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. พิกัด : https://maps.app.goo.gl/8BUkLLWut4wsERPu7

Hop On Hop Off Chao Phraya Tourist Boat อ่านเพิ่มเติม

 เส้นทางเบญจภาคีไหว้พระ 5 วัด

ใครกำลังหาที่ทำบุญไหว้พระ บัดดี้จะพาไปไหว้พระใกล้กรุง 5 องค์ 5 จังหวัด หรือที่เรียกกันว่า “เส้นทางเบญจภาคีวารีปาฏิหารย์” เชื่อกันว่า พระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ เป็นพี่น้องกัน จากตำนานหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อ ๆ กันมา แต่ไม่ว่าจะตำนานไหน ปัจจุบันเส้นทางนี้ก็เป็นที่นิยมที่ผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้ แม้มีโอกาสได้กราบไหว้บูชาเพียงครั้งหนึ่ง ย่อมถือว่าเป็นการสร้างบุญมงคล บารมี อันจะนำความสุขความเจริญครั้งยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิต บัดดี้ขอแนะนำทริป 2 วัน 1 คืน ในการตามรอยเส้นทางนี้ ได้ไหว้พระมากกว่า 5 วัดอีกนะ ได้กินอาหารอร่อย ๆ ตามบัดดี้มาเลย วันที่ 1 กรุงเทพฯ-เพชรบุรี-สมุทรสงคราม-นครปฐม เดินทางไปจังหวัดเพชรบุรี รับประทานอาหารเช้าตามเส้นทางสมุทรสงคราม-เพชรบุรี ไหว้พระหลวงพ่อทอง วัดเขาตะเครา อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง ปางมารวิชัย สุนทรภู่ได้กล่าวไว้ในนิราศเมืองเพชรมีใจความว่า ไปครู่หนึ่งถึงเขาตะคริวสวาท มีอาวาสวัดวามหาเถรมะพร้าวรอบขอบเขตที่บริเวณ พอจวนเพลพักร้อนผ่อนสำราญกับหนูพัดจัดธูปเทียนดอกไม้ ขึ้นไปไหว้พระสำฤทธิ์พิษฐานเขานับถือลือมาแต่บุราณ ใครบนบานพระก็รับช่วยดับร้อนฯ มีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องโชคลาภ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ที่สมัครเรียน สมัครงาน ฯลฯ จากนั้น เดินทางไปไหว้พระหลวงพ่อบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม) ตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวสมุทรสงคราม หล่อด้วยทองเหลือง แสดงอิริยาบถประทับยืน ปางอุ้มบาตร ส่วนใหญ่ขอพรในเรื่องความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน แคล้วคลาด ปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง แล้วไปเดินเล่นตลาดร่มหุบ แวะรับประทานอาหารกลางวันบริเวณริมทางรถไฟสถานีแม่กลองได้ รถไฟจะเข้าสถานีเวลา 8.30 น. 11.10 น. 14.30 น. 17.40 น. ออกจากสถานีเวลา 06.20 น. 9.00 น. 11.30 น. 15.30 น. จากนั้น เดินทางไปไหว้พระปฐมเจดีย์และเดินเล่นตลาดโต้รุ่งองค์พระปฐมเจดีย์ รับประทานอาหารเย็นในตลาดโต้รุ่ง หรือร้านใกล้เคียง นอนที่จังหวัดนครปฐม 1 คืน มีที่พักให้เลือกหลายรูปแบบ วันที่ 2 นครปฐม-ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ-กรุงเทพฯ รับประทานอาหารเช้าที่จังหวัดนครปฐม แล้วเดินทางไปไหว้พระหลวงพ่อวัดไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม หลวงพ่อจะช่วยทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข ดับความร้อนคลายความทุกข์ให้หมดไป เดินทางต่อไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา รับประทานอาหารกลางวัน แล้วเดินทางไปวัดหลวงพ่อโสธรวรารามวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอพรเรื่องการมีบุตร โชคลาภ ธุรกิจ การรักษาพยาบาลและอื่น ๆ ปิดท้ายด้วยไหว้หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ขอพรเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เพราะเชื่อว่าท่านสามารถขจัดปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บให้หายในเร็ววัน และสามารถคุ้มครองให้ผู้ไปกราบไหว้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตราย ชมวิวที่หอชมเมืองสมุทรปราการได้ถึง 17.00 น. รับประทานอาหารเย็น บรรยากาศดีดี แถวปากน้ำ-บางปู และเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

 เส้นทางเบญจภาคีไหว้พระ 5 วัด อ่านเพิ่มเติม

ตลาดเช้าบ้านญวน สามเสน

วันนี้บัดดี้จะมาแนะนำตลาดเช้า วันเสาร์-อาทิตย์ ที่ตั้งอยู่ในชุมชนชาวเวียดนามเก่าแก่ที่อพยพมาอยู่สยามกว่า 200 ปีแล้ว บรรยากาศและอาหารจะเป็นยังไง ตามมาดูกันได้เลย ตลาดเช้าบ้านญวน เป็นตลาดของชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม ตั้งอยู่ในซอยสามเสน 13 ที่จะคึกคักมากในช่วงเช้าของวันหยุดสุดสัปดาห์ ท่ามกลางตึกเก่าทรงเสน่ห์และอาหารเวียดนามขนานแท้ บัดดี้มาในวันอาทิตย์ ประมาณ 07.30 น. บรรยากาศครึกครื้น ผู้คนบ้างก็ออกมาจับจ่ายหาของกินตอนเช้า บ้างก็ไปรวมตัวกันที่โบสถ์นักบุญฟรังซีสเซเวียร์ตามวิถีชาวโรมันคาทอลิก ซึ่งอันที่จริงพ่อค้าแม่ขายเขาจะขายของกันตั้งแต่ 06.00 น. แล้วล่ะ ตลาดเช้านี้จะวายตอน 09.00 น. นะ ใครอยากมาต้องดูเวลากันดี ๆ ด้วย ปากหม้อญวน คงเป็นอาหารญวนจานโปรดของใครหลายคน ในบริเวณตลาดมีขายอยู่ 2-3 ร้าน บัดดี้เลือกอุดหนุนร้านเล็ก ๆ ของคุณป้าหน้าโรงเรียนโยนออฟอาร์ค คุณป้าบอกขายมา 45 ปีแล้วตั้งแต่ยังสาว แป้งนุ่ม ไส้เยอะ กลมกล่อมมาก ใกล้ ๆ กันจะมีร้านโชห่วยรถเข็น ที่ขายเครื่องปรุง อาหารแปรรูปและวัตถุดิบทำอาหารที่หลากหลาย เช่น หมูยอ กุนเชียง แผ่นปอเปี๊ยะ แหนมเนือง เส้นก๋วยจั๊บ ก๋วยจั๊บญวณกึ่งสำเร็จรูป กาแฟ ซอสพริก เครื่องปรุงต่าง ๆ มีทั้งที่นำเข้ามาจากเวียดนามและรับมาจากภาคอีสาน แอบกระซิบว่าหมูยอร้านนี้อร่อยมาก มีทั้งแบบธรรมดา ใส่หนังหมู แบบใส่พริกและแบบที่ใส่ผักชีลาวซึ่งบัดดี้ชอบแบบนี้เป็นพิเศษ ข้าง ๆ มีร้านหมูทอด “เมตตา” บัดดี้ซื้อกลับมากินเพราะทนกลิ่นหอมไม่ไหว เอากลับมาอุ่นกินที่บ้านก็ยังอร่อยทุกอย่าง ทั้งหมูทอด เนื้อทอด ตับทอด แม่ฝ้ายอาหารเวียดนามนครพนม เป็นร้านถัดมาที่บัดดี้แวะ ร้านนี้เป็นร้านรถเข็นที่ขายอาหารเวียดนามทำเอง มีหลากหลายเมนูราคาเริ่มที่ 30 บาท บัดดี้เหลือบไปเห็นหม้อต้มที่มีไส้กรอกสีคล้ำ ๆ อยู่ในหม้อ ป้าเลยบอกว่านี่คือ “โย่ย” เป็นไส้กรอกเลือดเวียดนาม ข้างในมีส่วนผสมของเลือดหมู แล้วนำมาต้มกับสมุนไพร บัดดี้สั่งมา 1 ชิ้น พอได้กินแอบนึกเสียดายที่สั่งมาแค่ชิ้นเดียว เพราะรสชาติอร่อย หอมสมุนไพรอย่างผักแพว ตะไคร้ รสชาติเค็มนิด ๆ มัน ๆ นวล ๆ นุ้มลิ้น เหมือนกินตับอร่อย ๆ จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดและกินกับผักแนมคือ The Best มาก ข้าวต้มมัดใต้ เป็นอีกเมนูที่บัดดี้สั่งมาลอง เป็นข้าวต้มมัดแน่น ๆ ไส้ถั่วเขียวบด มีกลิ่นพริกไทยอ่อน ๆ และเนื้อหมู ท้ายซอย เป็นที่ตั้งของร้านปลากริมปลาป้าสายใจ ที่มีลักษณะคล้ายก๋วยจั๊บอุบลแต่ใส่เนื้อปลาแทน ทางร้านจะใช้ปลาช่อนเนื้อเด้งหวาน มาเป็นส่วนประกอบหลักของจานนี้ น้ำซุปรสกลมกล่อม เส้นนุ่มเหนียว หอม คล่องคอ ไม่ต้องปรุงเพิ่มก็ซดได้หมดถ้วย แต่หากใครไม่กินปลา ทางร้านก็มีเกาเหลาน้ำใสรสชาติกลมกล่อม เครื่องแน่น ๆ ทั้งกระดูกอ่อน หมูก้อนและหมูยอ ร้านสุดท้าย เป็นอีกหนึ่งร้านเจ้าดังของที่นี่ นั่นก็คือ ร้านป้าเก๋แหนมเนือง เปิดขายมาแล้วกว่า 70 ปี เป็นร้านเล็ก ๆ ที่มีเพียง 4 โต๊ะ บรรยากาศเป็นกันเอง สงสัยหรืออยากรู้อะไรเกี่ยวกับอาหารเวียดนาม ก็ถามได้เลย เมนูแรกที่บัดดี้สั่งมาคือชุดแหนมเนือง ที่คุณลุงเจ้าของร้านจะมาแนะนำวิธีห่อแหนมเนืองให้พอดีคำและแป้งไม่ขาดแบบง่าย ๆ ให้ด้วย รสชาติอร่อย ผักสด น้ำจิ้มดี อีกเมนูที่บัดดี้สั่งมาลองคือ หมี่กะทิเวียดนาม เส้นเหนียวนุ่มมาก เคี้ยวเพลิน น้ำราดรสชาติคล้ายขนมจีนน้ำพริกที่มีความเผ็ดนิด ๆ และหอมพริกแทรกขึ้นมา อร่อยมาก ๆ ใครอยากมาตามรอยร้านอร่อยแบบบัดดี้ ตรงมากันได้เลยที่ ตลาดเช้าบ้านญวน สามเสน 13 ซอยสามเสน 13 (ซอยพระอรรถ) ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.00-09.00 น.https://maps.app.goo.gl/dB8CvvfPB1mZD37G8

ตลาดเช้าบ้านญวน สามเสน อ่านเพิ่มเติม

Scroll to Top