เพื่อนร่วมทาง

เที่ยวเขาใหญ่ 2 วัน 1 คืน สัมผัสความสมบูรณ์ของธรรมชาติ

เพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่า เขาใหญ่คือ อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งหมด 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา สระบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก มีเนื้อที่ประมาณ 2,168.75 ตารางกิโลเมตร และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2548 จาก UNESCO ภายใต้ชื่อ “พื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่” และยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยม Thailand Tourism Gold Awards ครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 สาขาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย มากไปกว่านั้นที่นี่ยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์ พันธุ์พืชที่หายากหรือที่ตกอยู่ในสภาวะอันตรายใกล้สูญพันธุ์ แต่ยังคงสามารถดํารงชีวิตอยู่ได้รวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืช และสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจอีกด้วย วันนี้บัดดี้จะพามาทัวร์จุดท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กัน บัดดี้เริ่มต้นจุดแรกกันที่น้ำตกเหวนรก ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขตจังหวัดนครนายก มีความสูงอยู่ที่ 150 เมตร ใช้ระยะเวลาการเดินไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างทางบัดดี้แนะนำให้พกน้ำ และยาดมไปด้วย น้ำตกเหวนรกจะสวยมากในช่วงฤดูฝน เพราะมีน้ำเยอะ แต่อย่างไรก็ตาม ความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้ก็แฝงไปด้วยความอันตราย เพราะกระแสน้ำที่แรงจึงทำให้ช้างป่าหลายตัวพลัดตกลงไปขณะที่กำลังข้ามลำธารในชั้นบนของน้ำตก จึงทำให้ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น “สุสานของช้างป่า” เพื่อความปลอดภัยบัดดี้ไม่แนะนำให้นำอาหารเข้าไปรับประทาน เพราะระหว่างทางเพื่อน ๆ อาจจะเจอลิงเข้ามาแย่งอาหารได้ และบริเวณน้ำตกเหวนรกไม่มีจุดทิ้งขยะ ทางอุทยานจึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวนำขยะกลับบ้าน หรือนำลงไปทิ้งข้างล่าง เมื่อชมบรรยากาศของน้ำตกเหวนรกเสร็จแล้ว บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ ไปต่อกันที่ ผาเดียวดาย ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติได้อย่างกว้างขวาง ใช้เวลาเดินจากที่จอดรถไปยังหน้าผา ประมาณ 5 นาที หากโชคดี เราก็จะได้เจอนกต่าง ๆ อย่างเช่นวันที่บัดดี้ไป บัดดี้ได้เจอกับ ไก่ฟ้าหลังขาวมาเดินอวดโฉมให้ได้ชมอีกด้วย มาต่อกันที่ ผาตรอมใจ ห่างจากผาเดียวดายประมาณ 600 เมตร ผาตรอมใจเป็นจุดสูงสุดของภาคกลาง บัดดี้แนะนำ หากเพื่อน ๆ มีเวลา อย่าลืมอุดหนุนข้าวไข่เจียวจากทางพี่ ๆ เจ้าหน้าที่อุทยาน สามารถนั่งรับประทานพร้อมชมวิวที่น่าหลงใหลกับสายลมที่อ่อนโยนได้ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ภายในตัวอาคารเป็นศูนย์การเรียนรู้ เช่น ความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ สัตว์ป่า พืชพันธุ์นานาชนิดที่สามารถเจอได้ภายในอุทยาน จะมีร้านกาแฟอยู่ทางด้านหลัง ติดกับลำธาร บรรยากาศร่มรื่นและสงบ ช่วงบ่าย บัดดี้ได้ตัดสินใจเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติเส้นทางที่ 3 (กม.ที่ 33 – จุดส่องสัตว์หนองผักชี) ซึ่งเส้นทางศึกษาธรรมชาติอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีทั้งหมด 7 เส้นทาง ได้แก่📌 เส้นทางที่ 1: ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-น้ำตกกรองแก้ว📌 เส้นทางที่ 2: น้ำตกผากล้วยไม้ – น้ำตกเหวสุวัต (160 ปี ความสัมพันธ์ ไทย-เยอรมัน)📌 เส้นทางที่ 3: กม. 33 – หนองผักชี (90 ปี ความสัมพันธ์ ไทย-สวิตเซอร์แลนด์)📌 เส้นทางที่ 4: ดงติ้ว – อ่างเก็บน้ำสายศร📌 เส้นทางที่ 5: ดงติ้ว – หนองผักชี📌 เส้นทางที่: 6 ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว – น้ำตกเหวสุวัต ( ใช้เวลาเดิน 6 ชั่วโมง ต้องเริ่มเดินก่อน 10.00 น.)📌 เส้นทางที่ 7: 200 ปี ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐอเมริกา หากเพื่อน ๆ สนใจที่จะเดินป่าศึกษาธรรมชาติเส้นทางที่ 3-4-5-6 ซึ่งเป็นเส้นทางที่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานนำทาง สามารถ walk in ติดต่อเจ้าหน้าที่ ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีค่าใช้จ่าย 500 บาท/กลุ่ม หมายเหตุ: เส้นทางที่ 1-5 และ 7 สามารถเริ่มเดินได้ตั้งแต่ 08.00-14.00 น.เส้นทางที่ 6 จำเป็นต้องเริ่มเดินก่อน 10.00 น. และต้องเตรียมอาหารไปเผื่อด้วย เพราะใช้เวลาเดินถึง 6 ชั่วโมง ระหว่างการเดินสำรวจป่าเส้นทางที่ 3 เจ้าหน้าที่อุทยานแนะนำสิ่งต่าง ๆ ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นของเส้นทางนี้และข้อควรปฏิบัติในขณะเดินป่า แม้กระทั่งการสังเกตที่อยู่อาศัยของสัตว์ เช่น หากเราเจอโพรงไม้ หรือรู อาจจะเป็นที่อยู่ของสัคว์มีพิษ เช่น แมงป่อง งู ได้ และเส้นทางนี้เป็นเส้นทางการหากินของช้างและกระทิง ในระหว่างเดิน จะมีแนวเขตกั้น ไม่ให้เราเดินออกนอกเส้นทาง เพราะหากเราเดินออกจากเส้นทาง เราจะรบกวนสัตว์ป่าที่อยู่บริเวณรอบ ๆ เช่น นกเงือก ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น และนี่เป็นอีก 1 จุดที่ยอดฮิต เพราะนักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูปกับต้นไทรอายุมาก ที่มีรากไม้ที่สวยงามตามธรรมชาติ โดยไม่ผ่านการตกแต่งใด ๆ จากมนุษย์ ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลมาว่า ต้นไทรต้นนี้มีความใหญ่อยู่ที่ประมาณ 40 คนโอบเลยทีเดียว วันที่บัดดี้ไป บัดดี้ได้เจอรอยเท้าของสัตว์ป่าด้วย เพื่อน ๆ ทายกันได้ไหมเอ่ย ว่านี่คือรอยของสัตว์ชนิดใด เฉลย รอยเท้าของกระทิง นั่นเอง และนี่เป็นหลักฐานว่าเส้นทางนี้มีกระทิงผ่านมาจริง ๆ และเมื่อเดินไปเรื่อย ๆ เราจะเจอกับโป่ง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ ตรงจุดหนองผักชี มีต้นไม้ขนาดใหญ่ให้ร่มเงาตลอดเส้นทาง เช่น ไทร หว้า ที่ดึงดูดนกและสัตว์ป่านานาชนิดเข้ามากินลูกไม้ จนได้รับสมญานามว่า “ภัตตาคารของสัตว์ป่า” และมีต้นกะเพรายักษ์เป็นไม้ที่มีเฉพาะป่าดงพญาเย็นเท่านั้น

เที่ยวเขาใหญ่ 2 วัน 1 คืน สัมผัสความสมบูรณ์ของธรรมชาติ อ่านเพิ่มเติม

1672 Travel buddy x หมอล็อต ภัทรพล แนะนำการเตรียมตัวก่อนเดินทางและข้อควรปฏิบัติระหว่างเดินป่า

1672 Travel buddy x ภัทรพล ล็อต มณีอ่อน แนะนำการเตรียมตัวก่อนเดินทางและข้อควรปฏิบัติระหว่างเดินป่า ช่วงนี้นักท่องเที่ยวสนใจออกทริปท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ที่สามารถกางเต็นท์ หากิจกรรมเดินป่าสนุก ๆ ทั้งระยะใกล้ และระยะไกล ถือเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนจากความวุ่นวายในเมืองและสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด แต่การเดินป่าก็มีความเสี่ยงอยู่บ้าง ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การเดินทางของคุณปลอดภัยและสนุกสนานยิ่งขึ้น วันนี้บัดดี้มีแขกรับเชิญพิเศษมาให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติและความปลอดภัยของทั้งนักท่องเที่ยวและสัตว์ป่า จากนายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือคุณหมอล็อต นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยังมีอีกหลายข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์จากคุณหมอ คอยติดตามกันด้วยนะคะ การเตรียมตัวก่อนเดินทาง บ่อยครั้งมากที่เวลาเกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวประสบเหตุการณ์หรือปัญหาในระหว่างท่องเที่ยว คือ ไม่รู้ ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร ถึงเวลาก็ทำอะไรไม่ถูก จนบางครั้งอาจทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตหรือทรัพย์สิน เพราะฉะนั้น เมื่อคิดว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ให้นึกถึงตัวเองก่อนเลย ว่าเราพร้อมจะไปเที่ยวสถานที่นั้นหรือไม่ ซึ่งตัวที่ยืนยันว่าเราพร้อม คือการยอมรับและปฎิบัติตามกฎ ระเบียบ และเงื่อนไขของสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ นั่นเอง ต่อมาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวของสถานที่นั้น ๆ ในช่องทางออนไลน์ มีข้อมูลเยอะพอสมควร เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือสถานที่ธรรมชาติต่าง ๆ ว่ามีข้อปฏิบัติหรือคำนึงอย่างไรบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะคล้าย ๆ กัน จะมีพิเศษหรือแตกต่างบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของที่นั้น ๆ เช่น สภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศ ความสำคัญของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ หรือถ้าใครที่เที่ยวแบบปุ๊บปั๊บ ฉุกเฉิน สัญญาณเน็ตหมด พอมาถึงสถานที่ ก็สามารถเข้าไปเรียนรู้ข้อปฏิบัติและข้อมูลความรู้ของสถานที่นั้นๆได้ ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งมีทุกแห่ง และรวมรวมข้อมูลทั้งหมด พร้อมมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามอยู่ตลอดเวลา ตรงนี้ไม่อยากให้พลาดสำหรับคนที่มาเที่ยว เพราะจะเป็นการเพิ่มคุณภาพของการท่องเที่ยวของคุณได้ มากกว่าการเข้ามาเสพสิ่งที่สวยงามเพียงอย่างเดียว หรือโทรสอบถาม 1672 Travel Buddy ได้ 24 ชั่วโมงเลย ข้อควรปฏิบัติระหว่างเดินป่า การเดินทางท่องเที่ยวโดยไม่รบกวนสัตว์ป่า สิ่งที่ต้องคำนึง คือเรามาที่บ้านของสัตว์ป่า การไม่เข้าไปในที่อยู่ของสัตว์ป่า เช่น แหล่งดินโป่ง ทุ่งหญ้า หรือแหล่งน้ำที่สัตว์ป่ามาใช้นั้น ต้องหลีกเลี่ยง เพื่อลดการเผชิญหน้ากันระหว่างคนกับสัตว์ป่า ซึ่งปกติเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ จะเป็นเส้นทางที่ปลอดภัย ไม่ใกล้กับสัตว์ป่าที่เป็นอันตราย ในขณะเดียวนักท่องเที่ยวต้องไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนดไว้เด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้หลงทาง หลงป่าได้ ดังนั้น การเดินป่าที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ คือการเดินป่าที่มีเจ้าหน้าที่หรือไกด์นำทาง เพราะจะได้ความรู้จากการอธิบายหรือถามตอบไปด้วย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินก็จะรู้วิธีการขั้นตอนหรือประสานงานในการช่วยเหลือได้ การเว้นระยะห่าง (Wild distancing) หรือระยะป่า ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากจะไม่ทำให้เกิดอันตรายระหว่างนักท่องเที่ยวกับสัตว์ป่าแล้วนั้น หากมีการเว้นระยะห่างที่เหมาะสมในสัตว์ป่าแต่ละชนิด สัตว์ไม่ตกใจ คนปลอดภัย เราก็จะได้เห็นสัตว์ป่า สังเกตและเรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์ป่า ซึ่งถือว่าเป็นกำไรของการเดินป่าที่น่าสนใจ ส่วนเรื่องเสียงนั้น สัตว์ป่าจะได้ยินเสียงที่มีคลื่นความถี่ที่หลากหลายมาก สัตว์ป่าสามารถได้ยินเสียงในช่วงคลื่นความถี่ประมาณ 17 เฮิรตซ์ถึง 100 กิโลเฮิรตซ์ ดังนั้น เสียงใดใดที่เกิดจากมนุษย์ สัตว์ป่าจะได้ยิน ส่วนเสียงระดับไหนที่ทำให้สัตว์ป่าตกใจ หรือระวังตัวก็ขึ้นอยู่กับสัตว์ในแต่ละกลุ่มชนิด การไม่ส่งเสียงที่ดังในระหว่างการเดินป่าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องปฏิบัติ

1672 Travel buddy x หมอล็อต ภัทรพล แนะนำการเตรียมตัวก่อนเดินทางและข้อควรปฏิบัติระหว่างเดินป่า อ่านเพิ่มเติม

ตามรอยบัดดี้ เที่ยวโคราช 2 วัน 1 คืน

วันนี้บัดดี้ขอแชร์ไอเดียเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา หรือ โคราช 2 วัน 1 คืน กับเส้นทางท่องเที่ยวที่ชวนทุกคนให้ไปสัมผัสกับความโดดเด่นและความหลากหลายทั้งในด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และอาหาร มาลองรู้จักกับโคราชตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์จนมาถึงปัจจุบัน ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวนี้ดู รับรองว่าจะรู้จักกับโคราชมากขึ้นแน่นอน 📌 วันที่ 1– พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน (Thailand Tourism Awards)– อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี– วัดศาลาลอย– ปราสาทพนมวัน 📌 วันที่ 2– อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย– พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย– ไทรงาม

ตามรอยบัดดี้ เที่ยวโคราช 2 วัน 1 คืน อ่านเพิ่มเติม

ขึ้นถ้ำ…บ่อทอง…เมืองชล

วันนี้บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ มาที่ อ.บ่อทอง หนึ่งในอำเภอที่ซ่อนถ้ำสวยสุดตระการตา ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ว่าที่ จ.ชลบุรี ก็มีที่เที่ยวแบบนี้ด้วย ลองตามบัดดี้มาดูประติมากรรมของจิตรกรเอกที่ชื่อว่าธรรมชาติและเวลา ว่าผลงานของพวกเราจะสวยและยิ่งใหญ่สักแค่ไหน สถานที่แรกคือ “ถ้ำเขาชะอางค์ทรงเครื่อง” ตั้งอยู่ห่างจากตัว อ.บ่อทอง ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 19 กิโลเมตร เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในกลุ่มเขาชะอางค์ มีค้างคาวอาศัยอยู่มาก ทางขึ้นมีองค์หลวงพ่อทันใจจินดามณีศรีพลวงทอง ตั้งประดิษฐานให้กราบสักการะ ทางเดินขึ้นถ้ำเดินได้ไม่ยาก เมื่อเดินถึงโถงถ้ำ เพื่อน ๆ จะพบกับลานกว้างที่จุได้นับพันคน เพดานถ้ำสูงมาก มีรูแสงที่ลอดลงมาให้เห็นหินงอกหินย้อยที่สวยงามได้ 📌 หมู่ที่ 7 ต.พลวงทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี☎️ 0 3816 5836https://maps.app.goo.gl/71s1fbEGt939LzsA9 ถ้ำต่อมาคือ “ถ้ำเขาชะอางค์ห้ายอด” ที่อยู่ถัดจากถ้ำเขาชะอางค์ทรงเครื่องไปเพียง 7 กิโลเมตร ที่นี่เป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีหินงอกย้อยจำนวนมาก มีการขุดค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี คือ กระดูกมนุษย์ หม้อหินเผา ขวานหินและของโบราณเก่าแก่ ที่เป็นอยู่ในอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ยุคหินใหม่เมื่อประมาณ 4,000-3,000 ปีที่ผ่านมา ลักษณะเด่นของที่นี่คือ มีคลองลอดใต้เขาทั้งลูก ทำให้มีน้ำทั้งปี มีลิงและปลาอาศัยอยู่มาก นอกจากนี้ ยังมีการสันนิษฐานว่า ในอดีตบริเวณแถบนี้น่าจะเป็นท้องทะเลมาก่อน เมื่อน้ำทะเลลดระดับลง และเมื่อโดนฝนที่ตกลงมา กัดกร่อนละลายหินปูนไปตามผนังมายาวนานนับหมื่นปี จึงเกิดเป็นหินงอกหินย้อยดังกล่าว 📌 หมู่ที่ 3 ต.พลวงทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี☎️ 0 3816 5836https://maps.app.goo.gl/wsb4PuDtNq6YE1Ut5 จากนั้น บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ มาเที่ยว “ถ้ำลับแล” ที่ตั้งอยู่ในบริเวณของ “สํานักสงฆ์เขาซุ้มโบสถ์” เมื่อเข้ามาถึงจะพบองค์พระประธานขนาดใหญ่ ด้านหลังจะมีทางเล็ก ๆ ที่จะพาไปสู่ถ้ำลับแลได้ ภายในค่อนข้างมืด เพื่อน ๆ สามารถใช้มือถือเปิดไฟฉายเพื่อส่องทางได้เลย แต่ระวังกันด้วยเพราะหลายคนมัวแต่มองพื้นจนลืมระวังหินงอกจากเพดาน “ถ้ำลับแล 1” มาทางด้านซ้าย เมื่อเดินออกมาจะพบกับทางเดินสวยงาม นำไปสู่ลานกว้างที่มีพระพุทธรูปปางนาคปรกประดิษฐานอยู่ สามารถกราบไหว้ขอพรได้ “ถ้ำลับแล 2” มาทางด้านขวา จะนำไปสู่ห้องหินขนาดใหญ่ เพดานสูง มีทางเดินพาไปสู่ป่าได้ บริเวณนี้มีร่องรอยของการมาปฏิบัติธรรม เนื่องจากถ้ำลับแลตั้งอยู่ในพื้นที่ของสำนักสงฆ์ หากเพื่อน ๆ มาที่นี่ บัดดี้แนะนำให้เยี่ยมชมด้วยความเงียบ สำรวม อย่าขีดเขียนผนังและทิ้งขยะเรี่ยราด เพือให้สถานที่สวย ๆ แบบนี้ไม่เสียหายและคงสภาพที่ดีแบบนี้ต่อไปอีกนาน ๆ นั่นเอง 📌 ต.พลวงทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี☎️ 0 3816 5836https://maps.app.goo.gl/JQ5xzuNNvQFzbDm5A สถานที่สุดท้ายของวันนี้คือ อุทยานต้นไม้ใหญ่พระเจ้าห้าพระองค์ (อุทยานฯ ธรรมปัญจมณีรัตนา) ซึ่งต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนจากกระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นรุกขมรดกของแผ่นดิน ต้นไม้สำคัญของชาติที่มีอายุกว่า 500 ปี มีเส้นรอบวงกว่า 30 เมตร สูงประมาณ 20-40 เมตร กรมป่าไม้จัดให้เป็นต้นไม้ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ตั้งอยู่ในเขตของ “อุทยานฯ ธรรมปัญจมณีรัตนา” จากลานจอดรถ มีทางเดินชันเล็กน้อยให้เดินขึ้นไปเพื่อชมต้นพระเจ้าห้าพระองค์ โดยชื่อนี้มีที่มาจากผลทรงกลมของต้นไม้ที่หล่นร่วงอยู่ตามพื้น โดยเฉพาะเมล็ดแก่ ที่เมื่อแห้งแล้วจะปรากฏผิวขรุขระและร่องนูนจำนวน 5 พู คล้ายกับพระพุทธรูปหรือพระเครื่ององค์เล็ก 5 องค์หันด้านศีรษะเข้ากันที่จุดศูนย์กลาง เป็นที่มาของชื่อ “พระเจ้าห้าพระองค์” นั่นเอง ถัดจากต้นพระเจ้าห้าพระองค์ จะมีบันไดพาขึ้นสู่ด้านบน เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อสมประสงค์ เจดีย์พวงทองมณีนพรัตน์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ และยังมีส่วนหัวของอินทร์มรกตรัตนชาติมณีนาคราช ที่ลำตัวเลื้อยยาวลงไปถึงลานจอดรถ นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายให้กราบไหว้ ทั้งท้าวเวสสุวรรณ กรมหลวงชุมพรฯ กวนอิม นารายณ์ทรงสุบรรณ แต่หากมาที่นี่ เพื่อน ๆ ต้องสำรวมกริยากันนิดหน่อย เพราะเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม หากไม่ระวังอาจรบกวนผู้ที่มาปฏิบัติธรรมได้ 📌 ต.พลวงทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี⏰ เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง☎️ 08 7999 6154https://maps.app.goo.gl/DHUS1tNzzzH1yASc7

ขึ้นถ้ำ…บ่อทอง…เมืองชล อ่านเพิ่มเติม

9 เส้นทางเดินป่า ใกล้ชิดธรรมชาติ

หลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง หาที่พักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติสักหน่อยไหม วันนี้บัดดี้มีเส้นทางเดินป่าสุดปังมาแนะนำถึง 9 เส้นทาง รับรองว่าสายรักธรรมชาติต้องถูกใจแน่นอน! 1. อุทยานแห่งชาติลำคลองงู – Lam Khlong Ngu National Park จังหวัดกาญจนบุรีผจญภัยไปในถ้ำลึกลับแบบครบรส ได้เดินป่า ปีนป่าย ล่องแก่ง สัมผัสความงดงามของธรรมชาติอันสมบูรณ์ โดยเฉพาะถ้ำเสาหินและถ้ำนกนางแอ่น👉🏻 ลงทะเบียน 3-7 กุมภาพันธ์ 2568 ในระบบของอุทยานฯ👉🏻 จองสิทธิ์ผ่านอุทยานฯ👉🏻 ช่วงเวลาเดินทาง เดือนมีนาคม-เมษายน📌 พิกัด https://maps.app.goo.gl/VjZcW6oJu2tDDFk46 2. ถ้ำน้ำบ่อผี จังหวัดแม่ฮ่องสอนสัมผัสประสบการณ์ที่ท้าทายความกล้า ด้วยการโรยตัวลงไปในหลุมยุบขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ลึก 185 เมตร👉🏻 จองผ่านผู้ประกอบการชุมชน👉🏻 ช่วงเวลาเดินทาง เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์– คุณจันทรา (มินนี่) ผู้นำชุมชนด้านการท่องเที่ยวของหมู่บ้านลุกข้าวหลาม โทร. 09 7929 1372– คุณพนา นามดีเจริญทรัพย์ (จ่ายี) โทร. 08-2582-9338📌 พิกัด https://maps.app.goo.gl/KnCnx3EcqZnfwQM27 3. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง – Phu Kradueng National Park จังหวัดเลยหนึ่งในขุนเขาที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทย ด้วยเส้นทางเดินป่าที่ท้าทายและทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับภาพวาด ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินป่าทั้งมือใหม่และมืออาชีพ👉🏻 จองสิทธิ์ผ่านอุทยานฯ👉🏻 ช่วงเวลาเดินทาง เดือนตุลาคม-พฤษภาคม📌 พิกัด https://maps.app.goo.gl/ocmRSWG4GzmebFDAA 4. อุทยานแห่งชาติดอยหลวง Doi-Luang National Park จังหวัดพะเยาเส้นทางดอยหลวง-ดอยหนอก เป็นเส้นทางที่ท้าทายและวิวทิวทัศน์อันตระการตา ทำให้การเดินป่าดอยหนอกเป็นมากกว่าการออกกำลังกาย แต่เป็นการพิชิตใจตัวเอง👉🏻 จองสิทธิ์ผ่านอุทยานฯ👉🏻 ช่วงเวลาเดินทาง เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์📌 พิกัด https://maps.app.goo.gl/z91Z7VotBXBiViQL8 5. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จ.เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ราชินีแห่งขุนเขาในภาคเหนือ ด้วยความสูงตระหง่านและความหลากหลายของระบบนิเวศ ทำให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลสากล ที่นี่เป็นเป้าหมายของนักเดินป่าทั่วประเทศ การพิชิตยอดดอยหลวงเชียงดาวจึงเปรียบเสมือนการเดินทางสู่สวรรค์บนดิน👉🏻 จองสิทธิ์ผ่านอุทยานฯ กรอกคำขออนุญาตเข้าไปเพื่อการศึกษาธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า👉🏻 ช่วงเวลาเดินทาง เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์📌 พิกัด https://maps.app.goo.gl/vWYpjfYS5B6Quio8A 6. อุทยานแห่งชาติเขาหลวง – Khao Luang National Park จังหวัดนครศรีธรรมราชยอดเขาที่สูงที่สุดในภาคใต้ของประเทศไทย การเดินป่าเขาหลวงจึงเปรียบเสมือนการพิชิตขีดจำกัดของตัวเอง และสัมผัสกับความงามของธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์👉🏻 จองสิทธิ์ผ่านอุทยานฯ👉🏻 ช่วงเวลาเดินทาง เดือนมกราคม-กันยายน📌 พิกัด https://maps.app.goo.gl/xtFVHffSvrm31Q1a8 7. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ – Khao Yai National Park จังหวัดนครราชสีมาดินแดนแห่งความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เส้นทางเดินป่าหลายระดับความยากง่าย👉🏻 จองผ่านศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานฯ👉🏻 ช่วงเวลาเดินทาง ตลอดปี (บางเส้นทาง)📌 พิกัด https://maps.app.goo.gl/1KzUSARKdvKsRvUS9 8. อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล – Doi Khun Tan National Park จังหวัดลำปางการเดินป่าที่นี่เปรียบเสมือนการเดินทางเข้าสู่โลกแห่งความเงียบสงบและความสวยงามของธรรมชาติ👉🏻 จองสิทธิ์ผ่านอุทยานฯ👉🏻 ช่วงเวลาเดินทาง เดือนพฤษภาคม-กุมภาพันธ์📌 พิกัด https://maps.app.goo.gl/5qSouAHwoH5CMFDk8 9. อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า-Phu Chi Fa National Park จังหวัดเชียงรายชมทะเลหมอกยามเช้าพร้อมวิว 360 องศา บนยอดภูชี้ฟ้า โดดเด่นด้ววธรรมชาติที่สวยงาม ถือว่าเป็นสวรรค์ของช่างภาพเลยทีเดียว👉🏻 ไม่ต้องจองสิทธิ์👉🏻 ช่วงเวลาเดินทาง ตลอดปี📌 พิกัด https://maps.app.goo.gl/eFcwTrVTthVdVxpa7

9 เส้นทางเดินป่า ใกล้ชิดธรรมชาติ อ่านเพิ่มเติม

เชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน แนะนำเส้นทางขับรถท่องเที่ยวเดินทางได้เอง

บัดดี้แชร์ไอเดียเที่ยว “เชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน” อยากหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนที่เชียงใหม่ เราจะพาคุณไปสัมผัสเสน่ห์เมืองเหนือแบบจัดเต็ม ทั้งวัดวาอารามเก่าแก่ ธรรมชาติสวย ๆ และอาหารอร่อย ๆ คอนเฟิร์มว่าคุ้มค่าแน่นอน! Day 1– อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย– วัดผาลาด (สกิทาคามี)– วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร– ข้าวซอยลุงประกิจกาดก้อม (Michelin Guide)– วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน (วัดบ้านเด่น)– ไร่ชาลุงเดช– ชุมชนบ้านเหล่าพัฒนา Day 2– จุดชมวิวยอดดอยม่อนเงาะ– กาดชุมชนท่องเที่ยวห้วยน้ำเย็น– สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (Thailand Tourism Awards)– สวนสนแม่แตง (สวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้สนสองใบ)– พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ (Thailand Tourism Awards)– อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร (Thailand Tourism Awards) Day 3– พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์– หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่– พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา– เอกฉันท์ (Michelin Guide)– วัดเจดีย์หลวง– วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

เชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน แนะนำเส้นทางขับรถท่องเที่ยวเดินทางได้เอง อ่านเพิ่มเติม

ชมดอย ปั้นดิน มองเมืองโบราณ @ เชียงราย

วันนี้บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ มาเที่ยว ณ ดินแดนเหนือสุดในสยาม นครหลวงก่อนการกำเนิดอาณาจักรล้านนา มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งด้านศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรม และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ บัดดี้ขอเริ่มต้นทริปนี้ด้วยจุดชมวิวสวยบริเวณชายแดน ที่สามารถมองเห็นวิวแบบพาโนรามาของเทือกเขาฝั่งเมียนมาสีเขียวหลายเฉดสลับซ้อนกัน พร้อมก้อนเมฆและท้องฟ้าที่มองเห็นได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ความพิเศษของจุดชมวิวนี้ คือการตั้งอยู่ในบริเวณฐานปฏิบัติการทางทหาร หน่วยกองกำลังป้องกันแนวชายแดน ซึ่งตั้งอยู่บนแนวสันเขาแบ่งเขตแดนไทย-เมียนมา มีอากาศเย็นสบายแทบทั้งปี ที่สำคัญมีร้านกาแฟให้บริการนักท่องเที่ยวสำหรับคนที่ต้องการนั่งพักหรือปล่อยอารมณ์ให้ลอยไปกับสายลมและวิวธรรมชาติเบื้องหน้า ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงรายเปิดทุกวันเวลา 08.00-17.00 น.https://maps.app.goo.gl/HUeMYRLc5YLasyUT9 หมู่บ้านผาฮี้ หลังจากชมวิวเสร็จ บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ ขับรถประมาณ 2.5 กิโลเมตร มาที่หมู่บ้านผาฮี้ เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยว ตอนขับต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ ในอดีต ที่นี่เคยเป็นแหล่งปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยมาก่อน จนในปี พ.ศ. 2531 โครงการพัฒนาดอยตุงได้เข้ามาให้ความรู้และส่งเสริมให้ชาวบ้านหันมาปลูกกาแฟแทนการปลูกฝิ่น ทำให้ปัจจุบันหมู่บ้านผาฮี้กลายเป็นแหล่งปลูกและผลิตกาแฟพันธุ์อาราบิก้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ปัจจุบันหมู่บ้านผาฮี้มีการขยายตัวของหมู่บ้านออกไปอย่างมาก อย่างประตูผีแห่งนี้ที่เคยอยู่หน้าหมู่บ้าน ปัจจุบันกลับกลายเป็นตั้งอยู่กลางหมู่บ้านจากความเจริญที่งอกเงยมากขึ้น แต่ประเพณี ความเชื่อและวิถีชีวิตก็ยังคงอยู่จากการร่วมกันรักษาไว้ของคนทุกวัยในหมู่บ้าน หากใครมีโอกาสได้มาเที่ยวที่นี่ อย่าลืมที่จะลองดื่มกาแฟหอม ๆ สักแก้ว หากถูกใจอย่าลืมซื้อกลับไปเป็นของฝากหรือเป็นของขวัญให้ผู้ที่หลงใหลในเมล็ดคาเฟอีนคั่วดู รับรองว่าต้องถูกใจแน่นอน ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงรายhttps://maps.app.goo.gl/VwyJb3Cm8JCut2ka6 บ้านดอยดินแดง นอกจากเชียงรายจะเป็นแหล่งปลูกกาแฟขึ้นชื่อของประเทศไทยแล้ว เชียงรายยังเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับงานศิลปะ หนึ่งในแขนงงานศิลปะที่สวยงามและสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำที่บัดดี้จะพาเพื่อน ๆ มาชมวันนี้คือ “บ้านดอยดินแดง” บ้าน สตูดิโอและโรงงาน ของศิลปินนักปั้นดินมือเก๋า อ.สมลักษณ์ ปันติบุญ ผู้ผสานการปั้นดินในท้องที่เข้ากับศิลปะวิถีเซนของญี่ปุ่น ภายในบ้านดอยดินแดง มีเครื่องปั้นดินเผาให้ดูหลายสีหลายแบบ เพื่อน ๆ สามารถเดินชมความสวยงามที่กลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้างได้อย่างเพลินตาเพลินใจ ทั้งในและนอกตัวอาคาร หลายชิ้นที่บัดดี้สังเกตเห็นรอยตำหนิที่ช่วยทำให้ชิ้นงานสวยงามและมีเสน่ห์เฉพาะตัวจนทำให้หยุดมองได้ยาก รู้ตัวอีกทีก็ใช้เวลาในการมองไปหลายนาทีแล้ว หากเพื่อน ๆ สนใจในงานเซรามิก เครื่องปั้นดินเผา ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ห้ามพลาดเลยล่ะ เพราะมีทั้งชิ้นงานสวย ๆ ให้ดู มีสินค้าอย่างจาน ชามที่สามารถใช้งานได้จริงและยังเป็นของตกแต่งบ้านไปในตัวได้ด้วย แต่หากเพื่อน ๆ อยากทำเวิร์คชอป ต้องโทรติดต่อล่วงหน้า เพราะไม่ได้มีให้ทำทุกช่วง 49 หมู่ 6 บ้านป่าอ้อ ถนนพหลโยธิน ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงรายเปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00-17.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)https://maps.app.goo.gl/J1j6cci2Pb5ipSLDA วัดพระธาตุผาเงา สถานที่ต่อไปคือวัดเก่าแก่และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มาอย่างยาวนาน โดยชื่อ “พระธาตุผาเงา” มาจากเงาของหินก้อนใหญ่ทรงคล้ายเจดีย์ เวลาพระอาทิตย์ส่องผ่านก้อนหินทำให้เกิดเงาขนาดใหญ่นั่นเอง ภายในวัด มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และโบราณวัตถุ ที่มีการค้นพบมากมาย แถมปัจจุบันยังมีการสร้างสกายวอล์คที่เกิดจากความร่วมมือของทางวัด บริษัทเอกชน และชุมชน ที่สร้างขึ้นเพื่อให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้ชมทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงทั้งฝั่งไทย สปป.ลาว ประเทศเมียนมา และสามเหลี่ยมทองคำ โดยไม่มีอะไรมาบังอีกด้วย สำหรับขึ้นชมสกายวอล์ค เพื่อน ๆ สามารถนั่งรถรับส่งของทางวัดได้ โดยมีค่าบริการคนละ 30 บาท หรือเพื่อน ๆ สามารถเลือกเส้นทางเดินเท้า ขึ้นทางบันไดนาค ข้างวิหารหลวงพ่อผาเงาได้ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ระยะทางประมาณ 600-700 เมตร โดยเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา หากเพื่อน ๆ ต้องการเข้าไปเดินบนสกายวอล์ค ต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 40 บาท และสวมถุงเท้าที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้เพื่อรักษาสภาพของกระจกทางเดิน โดยจะจำกัดจำนวนคนให้เข้าไปได้ครั้งละไม่เกิน 100 คน สามารถเที่ยวชมได้ตั้งแต่เวลา 07.30-18.00 น. – เด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. และผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป (แสดงบัตรประชาชน) เข้าชมฟรี– พระภิกษุสามเณร เข้าชมฟรี– ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปบนสกายวอล์ค สามารถนำฝากไว้ด้านนอกได้– ไม่อนุญาตให้นำวิลล์แชร์เข้าไปบนสกายวอล์ค เพราะล้อเหล็กของวิลล์แชร์อาจจะทำให้กระจกเสียหายแต่สามารถมาชมบริเวณรอบ ๆ ด้านนอกได้ 391 หมู่ที่ 5 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงรายเปิดทุกวันเวลา 06.00-18.00 น.https://maps.app.goo.gl/63A6TMUuSFhHr1UR9 เมืองโบราณเชียงแสน สถานที่สุดท้ายสำหรับเส้นทางท่องเที่ยวนี้คือ เมืองโบราณเชียงแสน สถานที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของเวียงหิรัญนครเงินยาง ศูนย์กลางอาณาจักรล้านนาในยุคแรก ๆ มีกำแพงเมืองและคูน้ำล้อมรอบตัวเมือง รวมถึงปัจจุบัน ยังมีการขุดค้นพบโบราณสถานมากมายทั้งในและนอกตัวเมืองกว่า 160 แห่ง ซึ่งบัดดี้ติดต่อไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเมืองเชียงแสนเพื่อขอจองรถรางและไกด์นำชม วัดแรกที่บัดดี้ไปก็คือ “วัดเจดีย์หลวง” วัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองเชียงแสน ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง แผนผังของเจดีย์เป็นรูปแปดเหลี่ยม ฐานกว้างด้านละ 9.50 เมตร สูงประมาณ 35.50 เมตร ตามตำนานกล่าวว่า สร้างโดยพญาแสนพู ผู้ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของพญามังราย ที่เสด็จจากเมืองเงินยางมาสร้างเมืองเชียงรายและยึดเมืองหริภุญชัยราวปี พ.ศ. 1836 จากนั้นไกด์นำชมขับรถรางพาบัดดี้ไปที่ “วัดป่าสัก” ตั้งอยู่ด้านนอกกำแพงเมืองเชียงแสนทางด้านทิศตะวันตก สันนิษฐานสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1875 หลังจากที่พญาแสนภูสร้างกำแพงเมืองเชียงแสนเสร็จสิ้นแล้ว 4 ปี มีต้นสักล้อมรอบวัดกว่า 300 ต้น เจดีย์ประธาน มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงปราสาทยอด ผสมผสานศิลปะสุโขทัย พุกาม และหริภุญไชยเข้าด้วยกัน จนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว หลังจากนั้น การเที่ยวของบัดดี้จะเป็นการนั่งรถรางชมตัวเมืองเชียงแสน ที่มีโบราณสถานอยู่แทรกกับบ้านเรือนของชาวบ้าน มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าตื่นเต้นมากมายให้เรียนรู้ อย่างเช่นมีการนำอิฐของกำแพงเมืองเชียงแสนไปหาค่าอายุด้วยวิธีเทอร์โมลูมิเนสเซนส์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วพบว่าค่าอายุดินและอิฐของกำแพงเมืองเชียงแสนสมัยที่นำไปตรวจสอบมี 1,400-1,600 ปีมาแล้ว ปิดท้ายด้วยการชมวิวแม่น้ำโขง ณ ด้านทิศตะวันตกของตัวเมือง สันนิษฐานว่าในอดีตมีกำแพงเมืองอยู่ แต่ปัจจุบันพังทลายไปจากการกัดเซาะของแม่น้ำโขงแล้ว แต่ปัจจุบันทางเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสนและชาวบ้านในพื้นที่ ได้พยายามรักษาสภาพเมืองเก่าเอาไว้ เพื่ออนุรักษ์เมืองล้านนาโบราณแห่งนี้เอาไว้ไม่ให้พังทลายไปมากกว่านี้ ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย0 5377 7287 (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอำเภอเชียงแสน)https://maps.app.goo.gl/3oX2x8M1NU3i5fFL6

ชมดอย ปั้นดิน มองเมืองโบราณ @ เชียงราย อ่านเพิ่มเติม

เที่ยวปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรม 3 วัน 2 คืน

ปัตตานี หนึ่งในจังหวัดสามชายแดนใต้ เมืองพหุวัฒนธรรม ที่รวมความศรัทธาของทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีน สะท้อนผ่านความเชื่อ ศาสนสถาน และอาหาร ที่มีความหลากหลาย ถือเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดปัตตานีที่ไม่ว่าใครจะมาเยือน ก็จะได้เรียนรู้ถึงความแตกต่างและการอยู่ร่วมกันของคนต่างศาสนาได้เป็นอย่างดี วันนี้บัดดี้เลยจะพาเพื่อน ๆ ล่องใต้ ไปเที่ยวจังหวัดปัตตานี ไปชิมเมนู Must Taste ชมสถานที่ Must Seek และเที่ยวชุมชน Must Try แบบจัดเต็ม 3 วัน 2 คืน จะมีที่ไหนกันบ้าง ตามบัดดี้มาเลย วันที่ 1 📌 เริ่มต้นมื้อเช้า ณ ร้านโรตีบังหนูด ลิ้มรสโรตี ชาชัก เมนู Must Taste แบบฉบับชาวปัตตานี⏰ เปิดวันจันทร์-วันอาทิตย์ (ปิดวันศุกร์) เวลา 06.30-19.00 น.☎️ 09 8980 4843 📌 สักการะ เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีน⏰ เปิดทุกวัน เวลา 06.00-17.00 น.☎️ 07 333 2851 📌 เดินเล่น ถ่ายภาพสวย ๆ ชมเมืองเก่าปัตตานี ณ ย่านกือดาจีนอ (Must Seek) 📌 ทานมื้อเที่ยง ณ ร้าน มิตรไมตรี Dining Cafe’ ร้านอาหารฮาลาลระดับพรีเมี่ยม โดดเด่นด้วยเมนูสเต็กเนื้อ⏰ เปิดทุกวัน เวลา 11.00-21.30 น.☎️ 06 6109 5110 📌 ชม มัสยิดกรือเซะ (Must Seek) มัสยิดเก่าแก่อายุกว่า 450 ปี 📌 เยี่ยมชม หลุมฝังศพของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่ตั้งอยู่ติดกับมัสยิดกรือเซะ มื้อเย็น ล่องเรือกอและพร้อมชิมเมนูพื้นบ้าน นาสิอีแดกำปง และชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ อ่าวปัตตานี☎️ สอบถามข้อมูล ชุมชนท่องเที่ยวบาราโหม 09 3580 2702 วันที่ 2 📌 มื้อเช้า ณ ร้าน Roti de Forest ที่มีเมนูอาหารทั้งคาวหวานให้เลือกทาน⏰ เปิดทุกวัน เวลา 06.30-23.00 น.☎️ 09 5462 2792 📌 เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านการเยี่ยมชม วังยะหริ่ง (Must Seek)⏰ เปิดวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 09.00-16.30 น.☎️ 06 1234 9537 📌 อร่อยมื้อเที่ยง ณ สะเต๊ะศรีเมือง ร้านสะเต๊ะเก่าแก่ในปัตตานี เปิดมานานกว่า 50 ปี⏰ เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น.☎️ 08 7277 0182 📌 เดินทางเข้าชม เมืองโบราณยะรัง (Must Seek) ชุมชนสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย⏰ เปิดทุกวัน เวลา 08.30-17.00 น. 📌 ชมสถาปัตยกรรมอันสวยงามของ มัสยิดกลางปัตตานี ศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยมุสลิม⏰ เปิดทุกวัน เวลา 06.00-20.00 น. 📌 ลิ้มรสเมนู Must Taste นาสิกาบู (ข้าวยำ) และตูปะตูซง ณ ร้านกะมา ข้าวยำราชา⏰ เปิดทุกวัน เวลา 15.00-22.00 น.☎️ 08 1543 7501 วันที่ 3 📌 ชมเที่ยวตลาดเช้า พร้อมรับประทานอาหารพื้นเมืองอร่อย ๆ แบบฉบับคนโลคัล ณ ตลาดเทศวิวัฒน์ 📌 นั่งรถจี๊บโบราณสำรวจ ชุมชนท่องเที่ยวทรายขาว (Must Try) ชุมชนสองวัฒนธรรมไทย-มุสลิม☎️ สอบถามข้อมูล ชุมชนท่องเที่ยวทรายขาว 08 9737 9553 📌 นมัสการ หลวงปู่ทวด วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้)  (Must Seek) วัดเก่าแก่กว่า 300 ปี⏰ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

เที่ยวปัตตานี เมืองพหุวัฒนธรรม 3 วัน 2 คืน อ่านเพิ่มเติม

เที่ยวโคราช 2 วัน 1 คืน ฉบับย้อนเวลาตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน

จังหวัดนครราชสีมา หรือโคราช เปรียบเสมือนประตูสู่ภาคอีสาน เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นและมีความหลากหลายทั้งในด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิตและอาหาร บัดดี้เลยจะพาเพื่อน ๆ ย้อนไปรู้จักกับโคราชตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์จนมาถึงปัจจุบัน กับตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว แบบ 2 วัน 1 คืน ที่เที่ยวตามแล้วบอกเลยว่าจะรู้จักกับโคราชมากขึ้นแน่นอน 1. พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ บ้านโกรกเดือนห้า ตั้งอยู่บ้านโกรกเดือนห้า ถนนมิตรภาพ-หนองปลิง ตำบลสุรนารี เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทยและหนึ่งในเจ็ดแห่งของโลก ที่แสดงพรรณไม้ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ อายุประมาณ 800,000–320 ล้านปี เป็นแหล่งเรียนรู้ของการเริ่มต้น Korat UNESCO Global Geopark ซึ่งคณะกรรมการบริหารยูเนสโก ประชุมที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 มีวาระการพิจารณาเรื่องการรับรองจีโอพาร์คทั้ง 18 แห่งทั่วโลก ซึ่งรวมทั้งโคราชจีโอพาร์ค เป็นจีโอพาร์คโลกยูเนสโก หรือ UNESCO Global Geopark ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับการกำเนิดโลก วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต และไม้กลายเป็นหิน และยังมีพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ 8 สกุล จาก 42 สกุล ที่พบทั่วโลก ทั้งช้างสี่งา ช้างงาจอบ ช้างงาเสียม (อายุประมาณ 16-5 ล้านปีก่อน) รวมทั้งฟอสซิลสัตว์นานาชนิด เช่น เต่ายักษ์ ตะโขง เอป (ลิงไม่มีหางที่มีสายวิวัฒนาการใกล้เคียงกับมนุษย์) นอกจากนี้ยังมีสวนไม้กลายเป็นหินด้านนอกอาคารให้เดินชมอีกด้วย 📌 184 หมู่ 7 ถนนมิตรภาพ – หนองปลิง บ้านโกรกเดือนห้า ตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา: https://maps.app.goo.gl/fetPko99CWrbpDm67⏰ เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 15.30 น.☎️ 0 4437 0739-40💸 อัตราค่าบริการในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์– นักเรียนอนุบาล-ปวช. 20 บาท– นักศึกษา ปวส.-ปริญญาตรี 30 บาท– ผู้ใหญ่ 50 บาท– เด็กต่างชาติ (Youth) 50 บาท– ชาวต่างชาติ (Foreigner) 120 บาท 2. อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2477 เพื่อเป็นอนุสรณ์ในวีรกรรมอันกล้าหาญของ “ย่าโม” อนุสาวรีย์ตั้งอยู่บนฐานสูง เหนือขึ้นไปเป็นประติมากรรมย่าโมในท่ายืน แต่งกายด้วยเครื่องยศพระราชทาน มือขวาถือดาบ ปลายจรดลงพื้น หล่อด้วยทองแดงรมดำ หันหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงเทพมหานคร ท้าวสุรนารีมีนามเดิมว่า คุณหญิงโม เป็นภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ยกทัพเข้ายึดเมืองโคราช และกวาดต้อนผู้คนรวมถึงคุณหญิงโมไปด้วย คุณหญิงโมได้คิดอุบายหาทางช่วยเหลือชาวบ้านโดยถ่วงเวลารอให้กำลังมาสมทบ จากนั้นจึงได้ช่วยกันต่อสู้จนกองทัพแตกพ่ายและเลิกทัพกลับเวียงจันทน์ในที่สุด พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมเป็น “ท้าวสุรนารี” ด้านหลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีเป็นที่ตั้งของประตูชุมพล ซึ่งเป็นประตูเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพื่อป้องกันการรุกรานของข้าศึก มีลักษณะเป็นประตูทรงไทย ศิลปะอยุธยา หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา เดิมประตูเมืองมีทั้งหมด 4 ประตู แต่ปัจจุบันเหลือประตูชุมพลเพียงแห่งเดียวที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ ชาวโคราชเชื่อว่า หากลอดประตูชุมพลแล้วจะโชคดี ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาhttps://maps.app.goo.gl/R56U4K1DhG9fgZFo7 3. วัดศาลาลอย วัดแห่งนี้สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2370 โดยท้าวสุรนารีและพระยาสุริยเดช ปลัดเมืองนครราชสีมา สามีของท่าน ชื่อวัดศาลาลอยนั้นมีที่มา หลังจากรบชนะกองทัพของเจ้าอนุวงศ์ที่ทุ่งสัมฤทธิ์แล้ว ท้าวสุรนารีก็ยกทัพกลับเมืองนครราชสีมา ระหว่างที่แวะพักบริเวณท่าตะโก ท่านได้สั่งให้ทหารทำแพเป็นรูปศาลาลอยไปตามลำตะคองเพื่อเสี่ยงทาย โดยตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าแพรูปศาลานี้ลอยไปติดที่ไหน ก็จะสร้างวัดไว้เป็นอนุสรณ์ที่นั่น ปรากฎว่าแพลอยไปติด ณ ริมฝั่งขวาของลำตะคอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดศาลาลอยในปัจจุบัน ภายในวัดมีสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น อุโบสถหลังเก่า อุโบสถหลังใหม่ และเจดีย์บรรจุอัฐิของย่าโม อุโบสถหลังเก่า เป็นอุโบสถขนาดเล็ก ไม่มีการเจาะช่องหน้าต่าง และมีประตูเข้า-ออกทางด้านหน้าเพียงด้านเดียว หรือที่เรียกว่า ‘โบสถ์มหาอุด’ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะล้านช้าง ที่ท้าวสุรนารีได้สร้างไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการรบชนะเจ้าอนุวงศ์ อุโบสถหลังใหม่สร้างใน พ.ศ. 2510 ผลงานการออกแบบของ รศ. ดร.วิโรฒ ศรีสุโร เป็นศิลปะไทยประยุกต์ ที่ออกแบบเป็นรูปสำเภา และใช้กระเบื้องดินเผา ของดีจากตำบลด่านเกวียนมาประดับตกแต่ง อุโบสถหลังนี้ได้รับรางวัลดีเด่นแนวบุกเบิกอาคารทางศาสนา จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และรางวัลจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศและนาคะประทีป ในปี พ.ศ. 2516 บริเวณหน้าอุโบสถหลังเก่ามีเจดีย์บรรจุอัฐิของย่าโม และอนุสาวรีย์ย่าโมที่จำลองมาจากของจริงที่บริเวณลานย่าโมด้วย ซอยท้าวสุระ 3 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาhttps://maps.app.goo.gl/2vWtVW6P2Mp8wKbK6 4. ปราสาทพนมวัน ตั้งอยู่ที่บ้านมะค่า ตำบลบ้านโพธิ์อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ในส่วนที่ตั้งปราสาทพนมวัน ตั้งอยู่บนเนินดินสูงกว่าบริเวณโดยรอบ สร้างขึ้นเนื่องในลัทธิความเชื่อศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือพระอิศวร (ศิวะ) เป็นเทพสูงสุด ปราสาทประธาน ก่อสร้างด้วยหินทราย ศิลาแลงและอิฐ เป็นสถาปัตยกรรมหลักที่สำคัญที่สุด ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน หันด้านหน้าไปด้านทิศตะวันออก ปราสาทพนมวันและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ สร้างขึ้นตามรูปแบบสถาปัตยกรรมเขมร มีลำดับอายุสมัยในการก่อสร้างตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15-17 นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการอยู่อาศัย ของชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยสำริด (3,400-2,500 ปีมาแล้ว) และสมัยเหล็ก (2,500-1,500 ปีมาแล้ว) อยู่ในพื้นที่ก่อนที่จะมีการก่อสร้างปราสาทพนมวันอีกด้วย ปัจจุบันภายในปราสาทประธาน มีการประดิษฐานพระพุทธรูปปางประทานอภัย ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก้ไขดัดแปลงในสมัยอยุธยา แสดงให้เห็นว่าปราสาทพนมวันยังคงเป็นศาสนสถานที่ชุมชนในท้องถิ่นให้ความเคารพความศรัทธาสืบเนื่องมา 📌 บ้านมะค่า ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา:

เที่ยวโคราช 2 วัน 1 คืน ฉบับย้อนเวลาตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน อ่านเพิ่มเติม

ภูหลวง … สวนสวรรค์แดนอีสาน

บัดดี้พาไปเดินป่าที่ได้รับการกล่าวขานว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน “ภูหลวง” อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย “ภูหลวง” มีความหมายว่า “ภูเขาที่สูงใหญ่” มีพื้นที่ประมาณ 530,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอภูหลวง อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูเรือ และอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ได้รับการประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2517 ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงชัน มีความสูง 400 -1,571 เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกเขาด้านตะวันออกมีที่ราบบนสันเขา (หลังแป) ส่วนด้านตะวันตกเป็นภูเขาสูงซันสลับซับซ้อนเป็นลูกคลื่น ส่วนภูเขาทางทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันลาดลงสู่ทิศตะวันตก เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเลยและแม่น้ำป่าสัก ทริปนี้เป็นการเดินป่าระยะสั้นในเส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ระยะทางเดิน 1.8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินแบบไม่รีบร้อนประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งแบบเช้าไปเย็นกลับและค้างแรม ความสวยงามของธรรมชาติบนเส้นทางนี้ ทำให้รู้สึกราวกับว่ากำลังเดินเล่นอยู่ในสวนสวรรค์ ลักษณะภูมิอากาศ เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและที่ราบสูง จึงมีอากาศหนาวเย็นกว่าพื้นที่อื่น ๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 24 องศาเซลเชียส ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ส่วนฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ย 4-6 องศาเซลเซียส ฤดูกาลที่เหมาะกับการท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติชมพรรณไม้บนภูหลวง คือ เดือนพฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคม โดยช่วงปลายธันวาคม-กลางมกราคม จะได้ชมใบเมเปิ้ลสีแดง ช่วงมกราคม-มีนาคม เป็นช่วงที่กุหลาบแดงและกุหลาบขาวบานสะพรั่ง รวมทั้งกล้วยไม้ป่านานาชนิด ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ตั้งอยู่ตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ จังหวัดเลยพิกัด: https://maps.app.goo.gl/z7G7LiUJeb5ZHdBr7 จุดท่องเที่ยวหลักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง คือ “หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา” ซึ่งตั้งอยู่กลางป่า ห่างจากที่ทำการเขตฯ ประมาณ 14 กิโลเมตรพิกัด: https://maps.app.goo.gl/3cZdZvS7YLaooMVF7 ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงได้ที่Facebook: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง-จังหวัดเลย06 4024 0743 การเดินทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จากถนนสายหลัก คือ ทางหลวงหมายเลข 203 (ภูเรือ-เลย) ใช้เส้นทางฝั่งมุ่งหน้าไปตัวเมืองเลย ประมาณ 17 กิโลเมตร ถึงสามแยกโรงเรียนบ้านสานตม ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยด้านข้างโรงเรียน คือ ทางหลวงชนบท ลย. 2023 ตรงไปประมาณ 12 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง นักท่องเที่ยวต้องชำระค่าธรรมเนียมเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ณ ด่านตรวจบริเวณหน้าที่ทำการเขตฯอัตราค่าธรรมเนียมเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงชาวไทย: ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาทชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท รถยนต์สี่ล้อ 60 บาทรถยนต์หกล้อ 100 บาทจักรยานยนต์ 30 บาท ด่านจะเปิดให้รถขึ้นไปบนภูหลวงได้ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป และด่านจะปิดไม่ให้รถขึ้นลงภูหลวงในเวลา 16.00 น. ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จากอันตรายของสัตว์ป่าที่ออกหากินในช่วงเวลาเย็นจนถึงรุ่งเช้า จากด่านหน้าที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ขับรถขึ้นเขาไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร ถึงหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของภูหลวง ตั้งแต่ปากทางถนนสายหลักจนถึงหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา ลักษณะถนนเป็นถนนลาดยางรถสวนกันสองเลน ช่วงจากด่านไปจนถึงโคกนกกระบาเป็นทางขึ้นเขา มีโค้งบ้าง แต่ไม่ค่อยชัน รถยนต์ทุกชนิดสามารถเดินทางได้ แนะนำไม่ควรขับรถเร็ว เพราะอาจมีสัตว์ป่าข้ามถนนได้ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา เมื่อเดินทางมาถึง แนะนำให้มาติดต่อลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ก่อน ที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่พาเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้น เป็นกลุ่ม ๆ ละไม่เกิน 10 คน ต่อเจ้าหน้าที่ 1 คน ไม่เสียค่าใช้จ่าย บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ณ หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา มีร้านอาหารให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เป็นอาหารตามสั่งแบบจานเดียว และมีเครื่องดื่มกับขนมขบเคี้ยวจำหน่าย ส่วนบริเวณลานจอดรถ กว้างขวาง และบริเวณนี้ยังเป็นจุดชมกุหลาบแดงบานอีกจุดหนึ่งด้วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง มีบ้านพักรองรับนักท่องเที่ยวสำหรับค้างแรมอยู่หลายหลัง ณ หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา แต่ไม่อนุญาตให้กางเต็นท์พักแรม ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจากสัตว์ป่าในยามค่ำคืน ในกรณีต้องการค้างแรม ต้องสำรองบ้านพักล่วงหน้าในช่องทาง Message ของ Facebook page เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง-จังหวัดเลย รวมทั้งในกรณีที่ต้องการเข้าไปท่องเที่ยวเดินป่าศึกษาธรรมชาติในเขตหน่วยพิทักษ์ป่าหน่วยอื่น ๆ แบบระยะไกล ก็ต้องทำเรื่องขออนุญาตเข้าพื้นที่เช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่จะส่งรายละเอียดขั้นตอนการขออนุญาตต่าง ๆ ให้ในช่องทาง Message ของ Facebook page หรือ โทร. 06 4024 0743 ส่วนการเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้น เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยัน ไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า สามารถ walk in มาลงทะเบียนเที่ยวชมที่หน่วยพิทักษ์โคกนกกระบาได้เลย ณ หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง ได้แก่1. เส้นทางศึกษาธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติ ระยะทาง 1 กิโลเมตร2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยัน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร3. เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาเสด็จ ระยะทาง 11.8 กิโลเมตร พวกเราเลือกเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยัน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ใจดีพาเดินชม แนะนำพืชพรรณต่าง ๆ เป็นความรู้ที่ดีมาก ๆ เส้นทางศึกษาธรรมชาติลานสุริยัน ลักษณะเส้นทางเป็นทางราบเกือบตลอดทาง เดินผ่านป่าโปร่งที่มีต้นไม้ไม่สูงและทึบจนเกินไป แต่ไปเดินป่าช่วงฤดูหนาว แม้จะเจอแดดแต่อากาศก็เย็นสบาย อุปกรณ์ที่ควรมีเมื่อเดินป่า ได้แก่– หมวกกันแดด– เสื้อแขน กางเกงขายาว เพื่อป้องกันโดนกิ่งไม้ขีดข่วน– รองเท้าที่ดอกยางลึกกันลื่น กระชับข้อเท้า และใส่แล้วรู้สึกเดินสบาย– น้ำดื่ม– ยารักษาโรคประจำตัว– อุปกรณ์ถ่ายภาพ

ภูหลวง … สวนสวรรค์แดนอีสาน อ่านเพิ่มเติม

Scroll to Top